10 ที่เที่ยวโอซาก้า ห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี 2020

ที่เที่ยวโอซาก้า 2020 แต่ละฤดู
[สารบัญ] 10 ที่เที่ยวโอซาก้า ห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    โอซาก้า เมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซ เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเป็นรองแค่กรุงโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงเท่านั้น อีกทั้งโอซาก้ายังเป็นเมืองใหญ่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดหูคนไทยมากเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย วันนี้เราจะขออาสาพาทุกท่านมาพบกับสถานที่ท่องเที่ยวโอซาก้า ที่ห้ามพลาดในแต่ละฤดู คุณจะได้รู้ว่าฤดูไหนควรเที่ยวที่ไหน และที่เที่ยวไหนกำลังมาแรงในปี 2020

    บทความแนะนำ

    ของมันต้องมีที่โอซาก้า

    1. บัตร Osaka Amazing Pass

    ราคา บัตร Osaka Amazing Pass
    เริ่มต้นที่
    769 บาท

    บัตรท่องเที่ยวแบบเหมาจ่ายที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างหลากหลาย อาทิเช่น รถไฟใต้ดิน รถบัส(บางเส้นทาง) และรถรางในโอซาก้า อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย ยกตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวผู้ถือบัตรสามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในโอซาก้าฟรีจำนวน 50 แห่ง อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆนอกเหนือจากที่กล่าวไว้ในตอนแรกอีกจำนวน 32 แห่ง ตลอดไปจนถึงสามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดเมื่อใช้บริการในร้านค้าที่เข้าร่วมรายการกับบัตร Osaka Amazing Pass เป็นจำนวนทั้งสิ้น 70 ร้านค้าเลยทีเดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นการเดินทางท่องเที่ยวในตัวเมืองโอซาก้าเป็นหลัก เพราะบัตรนี้ไม่สามารถครอบคุลมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆที่ไม่ได้อยู่ในโอซาก้านั่นเอง

    2. บัตร Kansai Thru Pass

    ราคา บัตร Kansai Thru Pass
    เริ่มต้นที่
    1,225 บาท

    อีกหนึ่งบัตรท่องเที่ยวสุดคุ้มที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในภูมิภาคันไซ ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดตอนกลางและตะวันตกของเกาะฮอนชู ได้แก่ จังหวัดชิงะ (Shiga), จังหวัดนารา (Nara), จังหวัดวากายะมะ (Wakayama), จังหวัดเกียวโต (Kyoto), จังหวัดโอซาก้า (Osaka) จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) และจังหวัดโอซาก้า (Osaka) เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกนอกตัวเมืองโอซาก้า หรือมีแผนการเดินทางข้ามเมืองบ่อยๆ เนื่องจากสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตร Kansai Thru Pass ก็มีความคล้ายคลึงกับ Osaka Amazing Pass ที่ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางโดย รถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัส(บางเส้นทาง) และรถราง แต่จะมีความพิเศษกว่าคือสามารถใช้ได้กับขนส่งมวลชนที่กล่าวมาข้างต้นในทุกเมือง ทั่วทั้งเขตคันไซ รวมถึงสิทธิพิเศษในการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคนี้ถึง 350 แห่ง ทั้งนี้ยังไม่รวมกับส่วนลดหรือโปรโมชั่นต่างๆของร้านค้าที่เป็นพันธมิตรของบัตรประเภทนี้ สุดท้ายสิ่งที่บัตร Kansai Thru Pass เหนือกว่าบัตรอื่นๆก็คือ นักท่องเที่ยวสามารถบริหารวันและเวลาที่ใช้บัตรได้ตามความเหมาะสมไม่จำเป็นต้องรีบใช้ให้หมด กล่าวได้ว่าการตอกบัตรหนึ่งครั้งมีระยะเวลาครอบคลุมการใช้ 1 วัน โดยนักท่องเที่ยวสามรถเดินทางได้ในทุกเส้นทางที่กำหนดไว้ หากยังไม่มีการตอกใช้ในวันถัดไปจำนวนระยะเวลาจะยังคงเหลืออยู่ตามจริงนั่นเอง

    3. บัตร ICOCA

    ราคา บัตร ICOCA
    เริ่มต้นที่
    615 บาท

    บัตรเติมเงินที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Japan Rail West หรือการรถไฟในภูมิภาคคันไซ ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางตัวเบาที่ต้องการความคล่องตัว เพียงแค่ท่านเติมเงินลงไปในบัตรก็สามารถใช้จ่ายชำระค่าสินค้าและบริการในกลุ่มร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงสามารถใช้ชำระค่าโดยสารในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง พกบัตรเดียวเที่ยวทุกที่ บัตร ICOCA จึงเป็นบัตรที่ควรจะมีเผื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นนั่นเอง

    #1
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    ปราสาทโอซาก้า
    (Osaka Castle)

    เที่ยว Osaka Castle โดย
    บัตร Osaka Amazing Pass
    ราคาเริ่มต้นที่
    769 บาท

    หนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 ใช้เวลาในการสร้างรวมกว่า 16 ปี เป็นที่น่าเสียดายว่าปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นในครั้งแรกนั้นได้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบแทบไม่เหลือร่องรอยให้เห็น สืบเนื่องมาจากสงครามภายในอันโหดร้ายของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง อย่างไรก็ตามในยุคเอโดะได้มีการปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นที่ของปราสาทโอซาก้าขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งถึงปัจจุบันปราสาทโอซาก้าที่สวยเด่นเป็นสง่าคู่กับเมืองโอซาก้านั้นเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยมีแรงบันดาลใจจากตัวปราสาทเดิมนั่นเอง

    ค่าเข้าบริการ : 600 เยน สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ถือบัตร Osaka Amazing Pass เข้าชมฟรี

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย สายทานิมาจิ “(Tanimachi)” และ สายจูโอ “(Chuo)”มาลงสถานีทานิมาจิ ยงโจเมะ (Tanimachi Yonchome) เดินออกจากสถานีที่ประตู 1-B และเดินต่อไปตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะถึงที่หมาย โดยท่านที่ถือบัตร Osaka Amazing Pass สามารถใช้บริการเส้นทางที่กล่าวมานี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    ที่อยู่ : 1-1 Osakajo, Chuo Ward, Osaka, 540-0002 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    ปราสาทโอซาก้าถือว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโอซาก้า โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง พื้นที่บริเวณสวนปราสาทโอซาก้าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าไปชมความงดงามของสวนแห่งนี้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งภายในตัวปราสาทโอซาก้ายังมีนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ให้นักท่องเที่ยวได้รับชมรวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองโอซาก้าด้วยความสูง 50 เมตรเหนือพื้นดินอีกด้วย นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดได้แก่การชมความงาดงามยามค่ำคืนของสวนปราสาทโอซาก้าที่มีการเล่นแสง(Light Up)เพิ่มมิติให้องค์ประกอบต่างๆในสวนแห่งนี้มีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่งนั่นเอง

    #2
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    ยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน
    (Universal Studios Japan)

    ราคาบัตร Universal Studios Japan
    เริ่มต้นที่
    2,154 บาท

    นักท่องเที่ยวท่านใดที่เป็นคอหนังตัวยงไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้ ที่ซึ่งจะยกทุกสิ่งซึ่งเป็นที่สุดของบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงที่ชื่อUniversal มาไว้ในมือคุณนั่นเอง

    ค่าเข้าบริการ : 
    7,600 เยน สำหรับผู้ใหญ่
    5,200 เยน สำหรับเด็กอายุ 4-11 ปี
    6,800 เยน สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟจากสถานีใดก็ได้ในตัวเมืองโอซาก้า โดยใช้เส้นทางรถไฟสายคันโจ (Kanjo Line) ไปลงที่สถานีนิชิกูโจะ (Nishikujo Station) จากนั้นเปลี่ยนเส้นทางไปใช้รถไฟสายซากุระจิมะ (Sakurajima Line) เพื่อไปยังปลายทางสถานียูนิเวอร์ซัล (Universal City Station)ใช้ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 15 นาที มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 180 เยนต่อเที่ยว หรือขึ้นอยู่กับสถานีต้นทางที่ผู้โดยสารใช้ในการเดินทาง

    ที่อยู่ : 2 Chome-1-33 Sakurajima, Konohana Ward, Osaka, 554-0031 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    เป็น 1 ใน 4 สวนสนุกในเครือยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ที่เปิดบริการบนโลกใบนี้ ความโดดเด่นของที่นี่คือการรวบรวมผลงานที่ดีที่สุดของยูนิเวอร์ซัลมานำเสนอในรูปแบบของสถานที่จำลองและสวนสนุกให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสมือนกับได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งภาพยนตร์เลยทีเดียว ไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่คงหนีไม่พ้นหมู่บ้านเวทมนต์อันโด่งดังจากฉากหนัง Harry Potterที่ยกหมู่บ้านในหนังมาวางไว้ในโลกแห่งความเป็นจริงให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับแบบใกล้ชิต อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดง และเครื่องเล่นต่างๆที่โด่งดังจากผลงานอำนวยการสร้างของยูนิเวอร์ซัล ได้แก่ เครื่องเล่นที่จะนำคุณเข้าสู่การผจญภัยของสไปเดอร์แมน (The Amazing Adventure Of Spiderman), มินเนี่ยน พาร์ค (Minion Park) สวนสนุกที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับตัวการ์ตูนมินเนี่ยนที่ใหญ่ทีสุดในโลก และ จูราสิก พาร์ค เดอะ ไรด์ (Jurassic Park The Ride) เครื่องเล่นที่จะนำคุณท่องไปในโลกดึกดำบรรพ์อันตื่นเต้น เป็นต้น

    #3
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    น้ำตกมิโน
    (Minoh Falls)

    น้ำตกมิโน หนึ่งในสถานที่ซึ่งสามารถชมความงดงามยามฤดูใบไม้ร่วงได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโอซาก้าไปทางเหนือประมาณ 21 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางไม่เกิน 30 นาที ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสมาเยือนโอซาก้าเลยทีเดียว

    ค่าเข้าบริการ : 270 เยน เฉพาะพิพิธภัณฑ์โรงเลี้ยงแมลง Minoh Park Insectariums

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยใช้บริการรถไฟจากสถานีอูเมดะ (Umeda Station) สาย Hankyu Takarazuka Line และเปลี่ยนมาใช้บริการรถไฟสาย Hankyu Minoo Line ที่สถานีอิชิบาชิ(Ishibashi) เพื่อไปลงปลายทางที่สถานีมิโน (Minoh Station) ใช้เวลาเดินทางเบ็ดเสร็จประมาณ 25 นาที มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางอยู่ที่ 270 เยนต่อเที่ยว แต่สำหรับท่านใดที่ถือบัตร pass ประเภทต่างๆ สามารถเดินทางได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย

    ที่อยู่ : 2-2 Minookoen, Minoo, Osaka 562-0002 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    ไฮไลท์ของน้ำตกมิโนมีอยู่สองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือการชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยมีพื้นหลังเป็นน้ำตกมิโนสวยงาม ส่วนที่สองคือการเที่ยวชมทัศนียภาพตามเส้นทางตั้งแต่สถานีรถไฟมิโน ไปจนถึงตัวน้ำตกเป็นระยะทางยาวกว่า 2.5 กิโลเมตรซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องเดินผ่านอาคารบ้านเรือนรวมถึงร้านอาหารร้านค้าสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ที่เรียงรายกันอยู่เต็มสองข้างทาง อีกทั้งทัศนียภาพสองข้างทางยังเต็มไปด้วยใบไม้หลากสีให้ได้พักผ่อนถ่ายรูปเก็บความประทับใจกันแบบเต็มอิ่ม นอกจากนั้นยังไม่พอเพราะเส้นทางสู่น้ำตกยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีความงดงามหลายแห่งที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน อาทิเช่น วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) และพิพิธภัณฑ์โรงเลี้ยงแมลง Minoh Park Insectariums เป็นต้น

    #4
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    ถนนโดตมโบริ
    (Dotonbori)

    ราคาบัตร Dotonbori Presents: Food Musical GOTTA
    เริ่มต้นที่
    497 บาท

    โดตมโบริ คือชื่อถนนเลียบคลองอายุกว่า 400 ปีที่ถูกขุดขึ้นโดยพ่อค้าคนหนึ่งเพื่อเชื่อมโยงแม่น้ำสองสายเข้าด้วยกันโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการใช้ในการค้าขายเป็นหลัก ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่มีประวัติศาสตร์ผ่านยุคผ่านสมัยร่วมกับมหานครโอซาก้ามาอย่างยาวนาน ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองโดตมโบริ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีสถานบันเทิง ร้านอาหาร และร้านค้าเรียงรายยาวสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาปัตยกรรมและโรงละครร่วมสมัยในขณะนั้นต่างสาบสูญไปกับกาลเวลาและความโหดร้ายของสงครามอีกด้วย ปัจจุบันนี้เมืองโอซาก้าได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาย่านเก่าแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งตามปณิธานที่ผู้บุกเบิกลำคลองสายนี้ต้องการให้เป็นเหมือนเช่นในอดีตนั่นเอง

    ค่าเข้าบริการ: ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย

    การเดินทาง : ใช้บริการรถไฟ JR Rail Pass เส้นทางยามาโตจิ (Yamatoji Line) มาลงที่สถานีนัมบะ (Namba Station) หรือหากท่านใดใช้บริการรถไฟใต้ดินก็สามารถใช้บริการในเส้นทางมิโดซูจิ (Midosuji Line) มาลงที่สถานีปลายทางนัมบะ (Namba Station) ได้เช่นกัน

    ที่อยู่1 Chome-9 Dotonbori, Chuo Ward, Osaka, 542-0071 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการค้าในเมืองโอซาก้า เพราะเป็นย่านแห่งการช็อปปิ้งและการกินที่แท้จริง นอกจากนักท่องเที่ยวจะสามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าและของฝากในราคาท้องถิ่นแล้ว ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการตระเวนกินอาหารญี่ปุ่นให้ท้องแตกกันไปข้างหนึ่ง โดยร้านอาหารแนะนำในย่านนี้ได้แก่ คานิโดระขุ (Kani Doraku) ร้านอาหารที่ขายเมนูเกี่ยวกับปูเป็นหลัก เป็นร้านใหญ่ที่มีถึง 3 สาขาในย่านโดตมโบริเลยทีเดียว หากยังไม่จุใจนักท่องเที่ยวสามารถไปต่อกันได้ที่ร้านโอซาก้า โอโช (Osaka Osho) ร้านเกี๊ยวซ่าขนานแท้ตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น ปิดท้ายด้วยการเพิ่มหุ่นที่ ทาโกยากิ โดตมโบริ คูคูรุ (Takoyaki Dotonbori Kukuru) ซึ่งเป็นที่สุดของทาโกยากิในย่านนี้เลยทีเดียว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรลืมก่อนจากลาโดตมโบริคือการถ่ายรูปคู่กับป้ายโฆษณากูลิโกะสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่เสื่อมคลายอีกด้วย

    #5
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    อุเมดะ สกาย บิวล์ดิ้ง
    (Umeda Sky Building)

    เที่ยว Umeda Sky Building โดย
    บัตร Osaka Amazing Pass
    ราคาเริ่มต้นที่
    769 บาท

    หนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโอซาก้า เป็นตึกแฝดเจ้าของความสูง 173 ฟุต มีพื้นที่ใช้สอยจำนวน 40 ชั้น เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวผู้มีความประสงค์ที่จะเก็บความประทับใจไปกับทัศนียภาพอันงดงามของมหานครโอซาก้ากันแบบ 360 องศานั่นเอง

    ค่าเข้าบริการ: 
    ผู้ใหญ่ 400 เยน
    เยาวชนอายุตั้งแต่ 12-17 ปี 500 เยน
    เด็กอายุตั้งแต่ 6-11 ปี 300 เยน
    เด็กเล็กอายุตั้งแต่ 4-5 ปี 100 เยน

    นักท่องเที่ยวที่ถือบัตร Osaka Amazing Pass เข้าชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    การเดินทาง : สามารถเลือกใช้บริการรถไฟมาลงที่สถานีอุเมดะ (Umea Station) หรือใช้บริการรถไฟใต้ดินเส้นทาง มิโดซูจิ (Midosuji Line) ,ทานิมชิ (Tanimashi Line) และ ยดสุบาชิ (Yotsubashi Line) มาลงที่สถานีอุเมดะ (Umea Station) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางขึ้นอยู่กับระยะทางจากสถานีต้นทางของผู้โดยสาร

    จุดเด่น

    เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่มีโลเคชั่นดีที่สุดโอซาก้า เนื่องจากบริเวณรอบๆตัวตึกเป็นย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญ ชมวิวเสร็จสามารถช็อปปิ้งหรือทำกิจกรรมอื่นๆต่อได้เลย อีกทั้งยังมีการเดินทางสะดวกสบายเลือกใช้บริการได้หลากหลายประเภท ในส่วนของตัวอาคารอุเมดะ สกาย บิวล์ดิ้ง จัดว่าเป็นตึกสูงลำดับที่ 20 ของกรุงโอซาก้า มีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามไว้ให้บริการหลายจุด อาทิเช่นจุดชมวิวจากบันไดเลื่อนที่นำนักท่องเที่ยวจากชั้น 35 ขึ้นไปสู่ชั้น 39 ซึ่งออกแบบให้มีความโปร่งใสสามารถมองเห็นทิวทัศน์สองฟากฝั่งได้อย่างชัดเจน หรือจุดนั่งเล่นมองวิวบนชั้น 40 ที่ออกแบบให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักผ่อนหรือเดินชมความสวยงามของโอซาก้าตามจุดต่างๆ ตลอดถึงการชมวิวแบบเปิดโล่งบนดาดฟ้าตึกที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้ไกลถึง 50 กิโลเมตรเลยทีเดียว

    #6
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    โบสถ์อิบารากิคาซุโอกะกะ
    (Ibaraki Kasugaoka Church)

    วิหารแห่งแสง หรือ “Church of the Light” คือสมญานามของสถาปัตยกรรมทางศาสนสถานที่ทรงคุณค่าที่สุดในศตวรรษที่ 20 ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นตัวพ่อแห่งวงการมินิมัลลิสต์ตัวจริงเสียงจริง โดยสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ของเขากล่าวกันว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่มีอัตลักษณ์แห่งเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเลยทีเดียว

    ค่าเข้าบริการ : ไม่เก็บค่าเข้าบริการ นักท่องเที่ยวสามารถสำรองที่นั่งเพื่อเข้าชมได้ที่ http://ibaraki-kasugaoka-church.jp/e-forvisitors.html เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนวันและผู้เข้าชมในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง

    การเดินทาง : เริ่มต้นการเดินทางจากสถานีอูเมดะ (Umeda Station) ใช้บริการรถไฟในเส้นทาง Tokaido-Sanyo Line ไปยังสถานีรถไฟอิบารากิ (Ibaraki Station) จากนั้นจึงเปลี่ยนไปใช้บริการรถโดยสารประจำทางหมายเลข50002 ลงรถที่ป้ายสวนสาธารณะคาสึกาโอกะ (Kasugaoka Park) จากนั้นเดินไปทางซ้ายประมาณ 150 เมตรจะพบกับโบสถ์อิบารากิคาซุโอกะกะ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 620 เยนต่อเที่ยวการเดินทาง หากนักท่องเที่ยวท่านใดมีบัตร Pass ต่างๆสามารถเดินทางได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

    ที่อยู่ : 4-3-50 Kitakasugaoka, อิบะระกิ 567-0048, จังหวัดโอซาก้า

    จุดเด่น

    โบสถ์คริสต์ที่เป็นศาสนสถานรวมใจสร้างขึ้นด้วยปูนเปลือยทั้งหลัง อีกทั้งยังผสมผสานด้วยการใช้เทคนิคการเล่นแสงระดับสูงด้วยการเจาะช่องให้แสงผ่านเข้ามาในตัวอาคารตามตำแหน่งต่างๆอย่างเหมาะสมทำให้รู้สึกถึงมนต์เสน่ห์แห่งความเข้มขลังมีพลัง และแตกต่างอย่างล้ำลึกนั่นเอง ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือไม้กางเขนที่สร้างขึ้นจากรอยเจาะของผนังเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในระหว่างการภาวนา ถือว่าเป็นงานชิ้นเอกที่น่าตื่นตาหาชมได้ยาก อีกทั้งในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามไว้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีใจรักในด้านนี้ได้เก็บความประทับใจกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิเช่น Sunday School อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมในสไตล์มินิมัลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพิ่มเติมเชื่อมโยงเข้ากับตัวโบสถ์อย่างลงตัว เป็นต้น

    #7
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    หุบเขาโคยะ
    (Mount Koya)

    เที่ยว Mount Koya โดย
    บัตร Kansai Thru Pass
    ราคาเริ่มต้นที่
    1,225 บาท

    เอาใจคนถือบัตรคันไซ พาส ด้วยการพาออกนอกเมืองมาเยี่ยมชมหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าเข้าบริการ

    การเดินทาง : ใช้บริการรถไฟเส้นทางนันไค โคยะ (Nankai Koya Line) จากสถานีนัมบะ (Namba Station) มาลงสถานีปลายทาง โกคุระคุบาชิ (Gokurakubashi Station) และเดินทางต่อไปบนหุบเขาโคยะด้วยรถราง ใช้เวลาการเดินทางทั้งหมดประมาณ 90 นาทีจากตัวเมืองโอซาก้า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมดครอบคลุมอยู่ในบริการของบัตร คันไซ พาส โดยไม่มีส่วนต่างเพิ่มเติม

    ที่อยู่ : Koya, Ito District, จังหวัดวะกะยะมะ 648-0211 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    ด้วยความที่หุบเขาโคยะ คือสวรรค์ของนักแสวงบุญจึงทำให้ในบริเวณนี้มีวัดต่างๆกระจายตัวอยู่มากมายทั่วบริเวณเป็นจำนวนมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีความเรียบง่าย สวยงามตามวิถีแห่งพุทธศาสนานิกาย ชิงงง (Shingon) ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนที่มีความเชื่อและเคารพศรัทธาในพระโพธิสัตว์นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากเราจะเห็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศาสนสถานแบบญี่ปุ่นและจีนในบริเวณเดียวกันได้อย่างลงตัว ในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ก็มีความสะดวกสบายมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวที่ถือบัตรคันไซ พาส ใบเดียวสามารถครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ต้นจนจบทริปได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ปลอดภัย ไร้กังวลเลยทีเดียว หลายคนอาจจะกังวลว่าการเที่ยววัดเต็มไปด้วยความน่าเบื่อขาดสีสัน แต่อย่ากระนั้นเลยหากยังไม่ได้มาเที่ยวที่หุบเขาโคยะแห่งนี้ที่ซึ่งอาจจะเปลี่ยนมุมมองของท่านไปตลอดกาล ด้วยเส้นทางการท่องเที่ยวที่ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับการนั่งรถราง ทำใจให้ปล่อยวางบนการเดินทางแบบกระเช้า จากนั้นจึงผ่อนคลายไปกับการเดินเที่ยวบนภูเขา และปล่อยใจเหงาๆไปกับบรรยากาศแห่งขุนเขาอันสุดฟิน เป็นต้น

    #8
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    บ่อน้ำร้อนสปา เวิร์ลด์ ออนเซน โอซาก้า
    (Spa World Onsen Osaka)

    บัตร Spa World Onsen Osaka
    ราคาเริ่มต้นที่
    359 บาท

    อีกหนึ่งกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เมื่อได้มาเยือนแดนปลาดิบก็คือ การอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนเพื่อสุขภาพ เพราะบ่อน้ำพุร้อนที่ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในด้านสรรพคุณทางการรักษาโรคต่างๆ เราจึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับบ่อน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในจังหวัดโอซาก้าที่ชื่อว่า สปา เวิร์ลด์ ออนเซน โอซาก้า (Spa World Onsen Osaka) แห่งนี้นี่เอง

    ค่าเข้าบริการ : วันธรรมดา 1,200 เยน สำหรับผู้ใหญ่ 1,000 เยน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

    วันหยุดนักขัตฤกษ์และสุดสัปดาห์ 1,500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ 1,000 เยน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หากนักท่องเที่ยวท่านใดถือบัตรการเดินทางแบบคันไซ พาส สามารถตรวจสอบโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษได้จากผู้ประกอบการโดยตรงได้ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าเคาน์เตอร์บริการ

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินเส้นทางมิโดซูจิ (Midosuji Line) มาลงที่สถานีปลายทางโดบุทสึเอ็นมาเอะ (Dobutsuen-Mae Station) ใช้ทางออกประตู 5 และเดินตรงไปอีกประมาณ 150 เมตร

    ที่อยู่ : 3 Chome-4-24 Ebisuhigashi, Naniwa Ward, Osaka, 556-0002

    จุดเด่น

    Spa Complex ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในตัวเมืองโอซาก้า มีบริการมากมายหลายรูปแบบเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว อาทิเช่น บ่ออาบน้ำแร่หลากรูปแบบหลายสไตล์ ห้องอบซาวน่าเกลือและสมุนไพร รวมถึงสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ ตลอดจนถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบบรรจุไว้ในตัวอาคารขนาดใหญ่สูง 8 ชั้น อีกทั้งไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการสัมผัสประสบการณ์ในการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนในบ่อต่างๆที่ออกแบบโดยการจำลองจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆทั่วทุกมุมโลกอีกด้วยนั่นเอง

    #9
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    ตลาดคุโรมง อิชิบะ
    (Kuromon Ichiba Market)

    ราคาทัวร์ Kuromon Ichiba Market
    เริ่มต้นที่
    2,754 บาท

    มีคำกล่าวว่าหากอยากดูวิถีชีวิต หรือความเจริญของเมืองนั้นๆ นักท่องเที่ยวจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเดินตลาด อีกทั้งโอซาก้าได้รับการขนานนามจากกูรูอาหารระดับโลกว่าเป็นเมืองหลวงแห่งอาหารการกิน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทดังกล่าว เราจึงภูมิใจนำเสนอ ตลาดคุโรมง อิชิบะ แหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้คุณฟินไปกับอาหารสตรีทฟู้ดส์ อันหลากหลายและขึ้นชื่อของเมืองโอซาก้านั่นเอง

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินในเส้นทางมิโดซูจิ (Midosuji Line) มาลงที่สถานีปลายทางนัมบะ (Namba Station) แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย เซ็นนิชิมาเอะ (Sennichimae Line) ไปลงที่สถานีนิปปอมบาชิ (Nippombashi Station) ใช้ทางออกที่ 10 แล้วเดินต่อไปอีก 1 นาทีก็จะเข้าสู่ตัวตลาดคุโรมงได้ทันที ค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 240 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที โดยประมาณ

    ที่อยู่ : 2 Chome-4-1 Nipponbashi, Chuo Ward, Osaka, 542-0073 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    ตลาดเก่าแกที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นตลาดสดอาหารทะเลและมีชื่อเรียกว่าตลาดกำแพงดำ ตามสีของกำแพงวัดเอ็นโยจิที่อยู่ใกล้เคียงกัน หลังจากกำแพงวัดได้ถูกทำลายลงเมื่อปี ค.ศ.1912 ตลาดแห่งนี้ก็เหลือเพียงชื่อ“คุโรมง”ชื่อเดียวที่ใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์ของตลาดคุโรมงคือเป็นตลาดที่มีอาหารการกินหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกบริโภค ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารแปรรูป ของฝากของที่ระลึกต่างๆ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของตลาดท้องถิ่นที่มีอาหารพื้นเมืองให้เลือกบริโภคหลากหลาย และปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้งเลือกซื้อของฝากจากแดนไกลเพื่อเอาใจคนที่เมืองไทยด้วยนั่นเอง

    #10
    ที่เที่ยวโอซาก้า
    วัดชิเทนโนจิ
    (Shitennoji Temple)

    วัดพุทธแห่งแรกในดินแดนอาทิตย์อุทัย มีประวัติศาสตร์ยาวนานร่วม 1,500 ปี อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวคุณภาพที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสมาเยือนนครโอซาก้า

    ค่าเข้าบริการ : 300 เยน

    การเดินทาง : ใช้บริการรถไฟใต้ดินในเส้นทางทานิมาชิ (Tanimachi Line) มาลงที่สถานีปลายทางชินเทนโนจิ (Shitennoji-mae-Yuhigaoka Station) ใช้ทางออกที่ 4 ค่าบริการขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางจากสถานีต้นทาง

    ที่อยู่ : 1-11-18 Shitennoji, Tennoji Ward, Osaka, 543-0051 ญี่ปุ่น

    จุดเด่น

    นอกจากจะเป็นพุทธสถานแห่งแรกที่ลงหลักปักฐานสร้างความเลื่อมใสให้กับพุทธศาสนิกชนในดินแดนแห่งนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 1,500 ปีแล้ว ความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมและสิ่งของล้ำค่าที่จัดแสดงอยู่ในบริเวณวัดชิเทนโนจินั้นก็มีความสวยงามล้ำค่าไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจดีย์ 5 ชั้นซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่กล่าวกันว่าหากใครได้มีโอกาสมาสักการะขอพรจะเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

    เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ 10 ที่เที่ยวโอซาก้าห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี2020 นี้ ประสบการณ์ที่ล้ำค่ามักจะมาจากการเตรียมตัวที่ดีเสมอ หากนักเดินทางท่านใดที่ยังตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางไม่ได้ก็ขอฝากโอซาก้าไว้ในอ้อมอกอ้อมใจรับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    You cannot copy content of this page
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?