การดูแลผู้สูงอายุ | วิธี ปัญหา อุบัติเหตุที่ควรระวัง

การดูแลผู้สูงอายุ
[สารบัญ] การดูแลผู้สูงอายุ | วิธี ปัญหา อุบัติเหตุที่ควรระวัง
    Add a header to begin generating the table of contents

    ผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัย เชื่อว่าในแทบจะทุกครอบครัวจะมีผู้สูงอายุอยู่ การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องช่วยกันดูแลท่านให้ดี เพราะผู้สูงอายุที่กล่าวมานี้ คือ ปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่ของเรานั่นเอง ถือว่าท่านทั้งหลายที่กล่าวมาเป็นผู้ที่มีพระคุณกับเราตั้งแต่เราได้ลืมตาดูโลก เมื่อตอนเรายังเป็นเด็กผู้สูงอายุเหล่านี้เป็นผู้ที่ดูแลเราให้เติบใหญ่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เมื่อถึงเวลาที่พวกท่านแก่ตัวลง ทุกอย่างในร่างกายได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบการทำงานของร่างกายที่ถดถอยลง เรื่องสภาพจิตใจที่ผู้สูงอายุเหล่านี้คิดถึงในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเรื่องกลัวเป็นภาระของลูกหลาน และสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นลูกหลานก็ต้องมีหน้าที่ดูแลพวกท่านเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ท่านมีบั้นปลายชีวิตที่มีความสุขที่สุดที่ได้อยู่กับลูกหลาน

    การดูแลผู้สูงอายุ
    รูป ผู้สูงอายุ

    ปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุของผู้สูงอายุที่ควรระวัง

    ปัญหาเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุอยู่แล้วที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะระบบการทำงานต่างๆในร่างกายที่ถูกใช้งานมาอย่างยาวนานได้เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา หากจะบอกว่าเรื่องสุขภาพความเจ็บป่วยในผู้สูงอายุถือว่าเป็นเรื่องปกติก็ว่าได้ แต่ความร้ายแรงที่เกิดขึ้นจะอยู่ที่ว่าเป็นโรคอะไร โรคฮิตที่หนีไม่พ้น หลักๆของผู้สูงอายุคือโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเส้นเลือดและโรคต่างๆอีกมากมาย ไม่เพียงเฉพาะโรคต่างๆที่เข้ามาหาผู้สูงอายุ ยังมีอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายๆอีกด้วย ปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุของผู้สูงอายุที่พบเจอบ่อยและการดูแลท่านมีดังนี้

    1. สำลักอาหาร

    การสำลักอาหารเป็นอุบัติเหตุที่น่ากลัวและสามารถเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุได้ทุกเวลา บ่อยครั้งที่มีข่าวการเสียชีวิตของผู้สูงอายุในการสำลักอาหาร จึงเป็นเรื่องที่ลูกหลานอย่างเราจะดูแลท่านในเรื่องของอาหารการกินให้ดีที่สุด การสำลักอาหารเกิดจากการมีบางอย่างหลุดเข้าไปในหลอดลม สาเหตุคือ ผู้สูงอายุจะเกิดความเสื่อมสภาพของฟัน ฟันที่มีเหลืออยู่น้อย ที่ไม่สามารถทำงานได้ดีนัก จึงเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดแล้วรีบกลืน ทำเกิดการสำลักอาหารได้ แม้แต่การดื่มน้ำหากดื่มเร็วเกินไปก็สามารถทำให้สำลักได้

    สำหรับวิธีการดูแลผู้สูงอายุเมื่อท่านสำลักอาหารคือ ให้ท่านคายทุกอย่างที่อยู่ในปากออกมาแล้วค่อยๆดื่มน้ำ แล้วเศษอาหารนั้นจะได้หลุดลงไป ไม่ไปติดที่หลอดลม หากเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นนั้น อาหารสำหรับผู้สูงอายุควรเป็นอาหารประเภทที่มีน้ำอยู่ด้วย แล้วมีลักษณะที่นิ่มกว่าอาหารของคนปกติ

    1. ลื่นหกล้ม

    ระบบการทำงานของร่างกายที่เปลี่ยนไป ผู้สูงอายุจะมีการเคลื่อนไหวช้าๆ ถ้าหากมีการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดเพียงนิดเดียว ก็จะทำให้ท่านหกล้มได้ทันที เมื่อหกล้มแล้วมักจะส่งผลให้กระดูกในส่วนต่างๆที่กระแทกลงกับพื้นเกิดการหักได้อย่างง่ายๆ

    แนวทางป้องกันการไม่ให้ผู้สูงอายุหกล้ม การหกล้มสามารถเกิดขึ้นง่ายๆกับผู้สูงอายุ หากท่านมีคนคอยดูแลเมื่อจะเคลื่อนไหวจะทำให้ท่านไม่หกล้มเลยก็เป็นได้ และในห้องน้ำที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ ควรจะมีการทำความสะอาดพื้นไม่ให้เกิดความลื่นแม้แต่นิดเดียว แล้วควรจะทำห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ให้มีราวจับด้านข้างของห้องน้ำ เพื่อความปลอดภัยที่ท่านจะสามารถจับเพื่อประคองตัวเองในการเข้าห้องน้ำได้อย่างปลอดภัย หากท่านเกิดอุบัติเหตุลื่นหกล้มสิ่งที่ควรทำคือ สำรวจอาการหากไม่แน่ใจว่ามีกระดูกส่วนไหนหัก ห้ามเคลื่อนย้ายท่านเด็ดขาด ให้รีบแจ้งทางโรงพยาบาลทันที

    1. สมองเสื่อม

    เป็นโรคที่ผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 65 ปี มักพบเจอ เป็นการทำงานของสมองที่ผิดปกติ สูญเสียความสามารถในการคิด ในบางรายอาจเกิดได้หลายสาเหตุ อาจจะเป็นเพราะขาดสารอาหารบางอย่างก็สามารถเป็นได้ อาการของสมองเสื่อมผู้สูงอายุจะไม่สามารถจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นใหม่ๆได้ ท่านจะมีอาการถามซ้ำไปซ้ำมา จำเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่ได้เลย แต่เหตุการณ์ในอดีตมักจำได้เหมือนเดิม

    การดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการสมองเสื่อม อาการสมองเสื่อมหากลูกหลานสงสัยว่าผู้สูงอายุจะเป็นโรคสมองเสื่อม ควรพาท่านไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยด่วน แล้วท่านจะได้รับยาเพื่อรักษาอาการสมองเสื่อมจากแพทย์ และนอกจากนั้นควรพาท่านออกกำลังกายอยู่เสมอ ไม่ทำให้ท่านเครียด และสิ่งสำคัญให้ท่านพกสมุดบันทึกติดตัวด้วยเพื่อสามารถบันทึกสิ่งต่างๆลงไปเพื่อที่จะไม่ให้เกิดอาการลืม

    1. ประสาทสัมผัสเสื่อม

    ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ลิ้น ตา หู จมูก ผิวหนัง ของผู้สูงอายุก็จะเกิดความเสื่อมสมรรถภาพ สามารถรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้น้อยลง เช่นปัญหาทางหูอาจจะได้ยินน้อยลง สายตาที่พร่ามัวขึ้น ลิ้นรับรสชาติไม่ค่อยรู้รส ผิวหนังบางครั้งร้อนบางครั้งหนาว จมูกบางครั้งไม่สามารถรับกลิ่นอะไรได้เลย เป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นบ้างกับผู้สูงอายุ

    เรามีวิธีการช่วยเหลือท่าน ดังนี้ หูที่ไม่สามารถได้ยิน เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีได้ ด้วยการใส่เครื่องมือช่วยฟัง ท่านก็จะกลับมาได้ยินเหมือนเดิม สายตาที่พร่ามัว พาท่านไปตัดแว่นตาดีๆมาใส่ ปัญหาสายตาก็จะพอลดลงได้บ้าง ลิ้นรับรสชาติ ผู้ที่คอยทำอาหารก็ควรเอาใจท่านบ้างให้ท่านได้ปรุงอาหารตามรสชาติที่ท่านต้องการรับประทาน ผิวหนังเมื่อร้อนก็อยู่ในห้องแอร์ เมื่อหนาวก็ผิงไฟ เพียงแค่คนที่เป็นลูกหลานเข้าใจท่านมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย

    1. ปวดเมื่อยตามตัว

    บางครั้งคนที่เป็นลูกหลานผู้สูงอายุทั้งหลายคงเคยได้ยินคำบ่นว่า ปวดหลังปวดเอว ของผู้สูงอายุอยู่เสมอ และหนีไม่พ้นหน้าที่ ที่จะต้องเหยียบหลังให้ปู่ย่าตายายจนไม่สามารถเบือนหน้าหนีได้ ก็ต้องก้มหน้าก้มตาเหยียบกันต่อไป เป็นลักษณะอาการที่เมื่อยล้าจากการเดินหรือนั่งนานๆของผู้สูงอายุ เป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่จะสามารถเป็นๆหายๆได้ตลอด เพราะเกิดความเสื่อมของกล้ามเนื้อและกระดูกตามวัย

    การดูแลรักษาอาการปวดเมื่อยตามตัว ง่ายๆเพียงให้ท่านนั่งและเดินในท่าที่เหมาะสม เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ไม่ยกของหนัก ไม่ฝืนนั่งกับพื้นนานๆ เพียงง่ายๆเท่านี้อาการปวดของท่านก็จะลดลงได้

    การดูแลผู้สูงอายุ
    รูป ผู้สูงอายุ

    วิธีดูแลผู้สูงอายุ 

    การดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ทุกคนในครอบครัวต้องเอาใจใส่ เพราะสภาพร่างกายและจิตใจของท่านได้เปลี่ยนแปลงไปมาก อยากให้ท่านอยู่กับเราไปนานๆ จึงต้องดูแลเป็นพิเศษในด้านต่างๆ ดังนี้

    1. สุขภาพทางกาย

    • ตรวจวัดสายตาเพื่อตัดแว่นใส่เพื่อเพิ่มความมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
    • เข้ารับการตรวจการได้ยินเพื่อให้แพทย์ได้วินิจฉัยอาการและรักษาได้อย่างถูกต้อง
    • แปรงฟันวันละ2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ และต้องใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เพื่อไม่ให้เกิดอาการฟันผุ
    • ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สะอาด เพื่อสุขอนามัยที่ดี และการเดินที่สะดวกขึ้น
    • ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเช้าเย็น เพื่อลดความแห้งกร้านของผิวหนัง
    • สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่ออกแดดเพื่อถนอมสายตา
    1. ด้านสุขภาพจิต

    • พูดคุยทักทายกับผู้สูงอายุอยู่เสมอ อย่าทำให้ท่านรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว
    • พาท่านเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆในชุมชน เช่น การพาท่านไปวัดในวันพระ
    • สอนให้ท่านใช้งานอินเตอร์เน็ต เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกหลานที่อยู่ห่างไกลกัน
    • วางแผนพาท่านเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ตามความเหมาะสม จะทำให้ท่านไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง
    1. ด้านสภาพแวดล้อม

    • จัดของให้วางเป็นระเบียบในบ้าน เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุสะดุดล้ม
    • ในห้องน้ำอย่าปล่อยให้พื้นห้องน้ำลื่นเด็ดขาด อาจเพิ่มราวจับรอบๆบริเวณห้องน้ำ
    • บริเวณบันได้ห้ามวางของเกะกะทางขึ้นลงโดยเด็ดขาด และต้องไม่ปล่อยให้พื้นบันไดเปียกหรือลื่น
    • ติดตั้งไฟอัตโนมัติ สำหรับการเดินไปที่ต่างๆของผู้สูงอายุในกลางคืน
    • ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือสัญญาณกันขโมยต่างๆหาก ท่านต้องอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ
    • จัดบ้านให้มีสวนที่ร่มรื่นให้ผู้สูงอายุได้นั่งเล่น เพื่อผ่อนคลายอารมณ์บ้าง
    1. ด้านอาหารและโภชนาการ

    • ให้ท่านได้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผักและผลไม้
    • ให้ท่านได้ดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักลดลง
    • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมตลอดทั้งวัน
    • จำกัดการทานอาหารที่มีรสหวานและมีไขมันสูง
    การดูแลผู้สูงอายุ ปัญหา
    รูป ผู้สูงอายุ

    ปัญหาที่อาจพบเจอเมื่อดูแลผู้สูงอายุ

    การดูแลผู้สูงอายุ กับคำกล่าวที่คุ้นเคยว่า เหมือนกับการกลับไปดูแลเด็กทารกอีกครั้ง เป็นคำเปรียบเทียบที่แสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุจะมีวุฒิทางอารมณ์ที่แสดงออกคล้ายกับทารก ซึ่งอาจจะมองเหมือนกับว่าเป็นการ เอาแต่ใจตัวเองนั่นเอง ดังนั้นการเอาแต่ใจของผู้สูงอายุจะต้องส่งผลให้เกิดปัญหากับผู้ดูแลอย่างแน่นอน ดังนี้

    1. ผู้สูงอายุ (อายุประมาณ60-80ปี)

    ไม่ชอบให้ใครอยู่ใกล้เพื่อดูแลเพราะท่านคิดว่าท่านไม่ได้เป็นภาระให้กับใคร ท่านสามารถดูแลตัวเองได้ และท่านไม่ต้องการให้คนอื่นมองว่าท่านเป็นคนอ่อนแอ สมาชิกในครอบครัวให้ความสำคัญชวนท่านทำกิจกรรมร่วมกันทุกกิจกรรม ชวนลูกหลานร่วมเล่นพูดคุยด้วยเป็นประจำ จะทำให้ท่านรู้สึกดี มีคุณค่าเหมือนเดิม รู้สึกว่าไม่ได้เป็นภาระให้กับใคร

    1. ผู้สูงอายุ (อายุประมาณ 81 ปีขึ้นไป)

    จะเรียกร้องให้ผู้อื่นสนใจไม่ชอบการอยู่คนเดียว เรียกร้องความสนใจจากลูกหลาน สมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ควรทิ้งท่านให้อยู่คนเดียว หากไม่มีเวลาอยู่ดูแลท่าน ก็ควรจ้างพยาบาลหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ มาอยู่ดูแลท่านโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ท่านอยู่คนเดียว ส่งผลให้ผู้สูงอายุคิดมากทำให้สภาพจิตใจของท่านย่ำแย่ลงและส่งผลให้สภาพร่างกายทรุดโทรมตามไปด้วย

    1. ผู้สูงอายุบางคนปากร้าย เอาแต่ใจ

    สภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้สูงอายุจะมีภาวะที่อาจจะเรียกว่าซึมเศร้า ที่จะแสดงสิ่งที่เก็บกดในเรื่องต่างๆออกมา โดยการอยากให้คนอื่นตามใจ หากบางอย่างที่ไม่ได้ดั่งใจ ก็จะดุด่าผู้ที่ดูแล ผู้ดูแลควรเข้าใจในสิ่งที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่ พยายามตามใจท่านตามความเหมาะสม เมื่อใดที่ถูกท่านดุด่าว่ากล่าว ก็ควรเงียบและฟัง อย่าโต้เถียงโดยเด็ดขาด เมื่อท่านอารมณ์เย็นลงค่อยอธิบายเหตุผลให้ท่านฟัง

    1. จู้จี้ขี้บ่น

    ผู้สูงอายุจะจู้จี้ขี้บ่น หากใครทำอะไรแล้วไม่ถูกใจ หรือรับรู้เรื่องราวบางอย่างมา แล้ว นำมาคิดไปเองแล้วบ่นออกมาให้ผู้ที่ดูแลรับฟัง หรือคอยจู้จี้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆของคนในครอบครัว จนคนในครอบครัวไม่อยากเข้าห คนในครอบครัวหรือผู้ที่ดูแล พยายามรับฟัง แล้วค่อยอธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่ท่านจู้จู้ให้ท่านได้เข้าใจเมื่อท่านพูดจบ อธิบายอย่างมีเหตุผลไม่ใช้อารมณ์กับท่าน เมื่อท่านทราบเหตุผลของเรื่องนั้นท่านก็จะหยุดจู้จี้ไปเอง

    การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ยากเกินไป หากบุคคลในครอบครัวเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญอยู่ คนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่สามารถทำให้ผู้สูงอายุทั้งหลายรู้สึกมีคุณค่าส่งผลให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีตลอดปี และมีอายุที่ยืนยาวได้อยู่กับลูกหลานตลอดไป

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    You cannot copy content of this page
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?