32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ที่เที่ยวและจุดเด่นในปี 2020

ประเทศไม่ต้องขอวีซ่า
[สารบัญ] 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ที่เที่ยวและจุดเด่นในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    ความสะดวกรวดเร็วถือเป็นปัจจัยสำคัญในยุคของโลกไร้พรหมแดน หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์ในการเดินทางที่ไม่ดีนัก เพราะมักจะติดขัดเรื่องวีซ่าจนทำให้เสียเวลาและโอกาสในการเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต แต่ท่านรู้ไหมว่าบนโลกใบนี้มีดินแดนที่คนไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวด้วยพาสปอร์ตเล่มเดียวมากถึง 32 แห่ง วันนี้เราจึงขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ในปี 2020 ว่าพวกเขามีของดีอะไรบ้าง เพื่อเปิดทางให้กับการเดินทางอันน่าประทับใจในทริปต่อไปของตัวท่านเอง

    #1
    ลาว (Laos)
    30 วัน

    ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นอดีตศูนย์กลางทางอารยธรรมของอาณาจักรล้านช้างที่เคยรุ่งเรื่องเป็นเวลาหลายร้อยปี ในปัจจุบันลาวถือว่าเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง มีความรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนา และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคนี้อีกด้วย

    ที่เที่ยวลาวเด่นๆ

    1. สี่พันดอน น้ำตกกลางแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ทีได้รับการขนานนามว่า“ไนแองการาแห่งเอเชีย”
    2. หลวงพระบาง เมืองเก่าแก่ที่ไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก
    3. ประตูชัย เวียงจันทร์ แลนด์มาร์คสำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส
    4. วังเวียง แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่เหมาะกับชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์
    5. 5. น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกสีเขียวมรกตที่สวยงามหมดจดที่สุดในประเทศลาว
    6. พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ศาสนสถานคู่บ้านที่คู่ควรต่อการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

    จุดเด่น

    • คนท้องถิ่นจิตใจดี มีน้ำใจ สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี
    • มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย
    • สามารถใช้เงินไทยในการชำระค่าสินค้าและบริการได้
    • ลาวและไทยเป็นประเทศที่มีจุดผ่านแดนร่วมกันมากที่สุดถึง 47 แห่ง
    • สามารถนำยานพาหนะจากฝั่งไทยข้ามไปเที่ยวในฝั่งลาวได้

    #2
    เมียนมาร์ (Myanmar)
    14 วัน

    อดีตดินแดนสนธยาที่ไม่เคยเปิดเผยตัวเองสู่สายตาคนภายนอกมาเป็นเวลาหลายสิบปี สืบเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศที่ไม่สู้ดีนักทำให้เมียนมาร์กลายเป็นดินแดนที่มีน้อยคนอยากทำความรู้จักนั่นเอง ปัจจุบันสถานการณ์ต่างๆคลี่คลายไปในทางที่ดี เมียนมาร์จึงเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากเมืองไทยได้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงามเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และมีแววว่าพม่าเตรียมเดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวด้วยการให้สิทธิ์นี้กับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเช่นกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังลังชะล่าใจว่าไปเมื่อไรก็ได้ ขอให้คิดเสียใหม่ก่อนที่จะพบกับคลื่นมนุษย์ขนาดใหญ่ที่ทำให้เสียอรรถรสในการท่องเที่ยวนั่นเอง

    ที่เที่ยวเมียนมาร์เด่นๆ

    1. ทะเลสาบอินเล แลนด์มาร์คยอดฮิตที่จะพาท่านไปเกาะติดชีวิตของชาวประมงท้องถิ่นในดินแดนไทใหญ่
    2. เจดีย์ชเวดากอง มหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุเป็นศาสนสถานที่ทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติให้การเคารพนับถือเป็นอย่างมาก
    3. วัดชเวนันดอร์ พระราชมณเฑียรทองที่ทำจากไม้สักและปิดทองปกคลุมทั้งหลัง หนึ่งในศาสนสถานแห่งสำคัญซึ่งรอดพ้นจากการโจมตีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์
    4. พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ทรงเครื่องกษัตริย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์
    5. เกาะค็อกเบิร์น เกาะใหม่แกะกล่องตั้งอยู่ในเขตทะเลอันดามันที่สำคัญสามารถข้ามฝั่งจากจังหวัดระนองไปเที่ยวแบบวันเดียวจบได้

    จุดเด่น

    • สามารถเดินทางจากเมืองไทยได้หลากหลายช่องทาง ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ
    • ค่าครองชีพถูก
    • การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความสะดวก สามารถแลกกับร้านค้า หรือผู้นำเที่ยวได้โดยตรง
    • มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามหลากหลายตามแต่บริบทของพื้นที่
    • คนพม่าส่วนใหญ่สื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ดี

    #3
    กัมพูชา (Cambodia)
    14 วัน

    ประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดเขตประเทศไทย เป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ร่วมสมัยกับชนชาติไทยมาอย่างยาวนาน กัมพูชาขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นเมืองที่มีโบราณสถานสุดแสนอลังการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราสาทหินนครวัดที่เคยได้รับยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาแล้ว

    ที่เที่ยวกัมพูชาเด่นๆ

    1. นครวัด ศาสนสถานสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีอายุยาวนานเกือบพันปีมาแล้ว
    2. โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืดซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    3. 3. ตลาดกลางคืนพนมเปญ ตลาดนัดขนาดใหญ่จำหน่ายอาหารและสินค้ามากมายหลากหลายประเภท
    4. เกาะรง (Long Set Beach) ที่พักตากอากาศชื่อดังของกัมพูชาที่สวยงามไม่น้อยหน้ามัลดีฟส์เลยทีเดียว
    5. ปราสาทบันทายศรี ปราสาทขอมอายุยาวนานนับพันปีที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสมบูรณ์และสวยงามที่สุดในประเทศกัมพูชา
    6. ปราสาทบายน หนึ่งในศาสนสถานสำคัญตั้งอยู่ในเขตนครธมที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีความซับซ้อนทางโครงสร้างในเชิงวิศวกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

    จุดเด่น

    • รอยยิ้มและมิตรไมตรีเป็นสิ่งที่คนกัมพูชามีให้แก่นักท่องเที่ยว
    • กัมพูชาเป็นดินแดนที่มีสถาปัตยกรรมสวยรวยวัฒนธรรม
    • มีสถาปัตยกรรมยุโรปแบบฝรั่งเศสให้สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
    • ทะเลสาบเขมรเป็นสถานที่ซึ่งสามารถพบเห็นโลมาอิรวดีได้บ่อยครั้ง

    #4
    เวียดนาม (Vietnam)
    30 วัน

    แลนด์มาร์คแห่งใหม่ขวัญใจนักท่องเที่ยวที่กำลังจัดจ้านในย่านอาเซียนแห่งนี้ ถูกจับตามองว่ากำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลก สืบเนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถต่อยอดได้อีกมาก อีกทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติก็อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับปัจจัยค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนักทำให้นักท่องเที่ยวต่างตกหลุมรักที่นี่อย่างง่ายดาย

    ที่เที่ยวเวียดนามเด่นๆ

    1. ฮาลอง เบย์ อ่าวสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ ได้รับการขึ้ทะเบียนให้เป็นดินแดนมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อย
    2. ซาปา เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยนาขั้นบันไดให้บรรยากาศสุดแสนประทับใจเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง
    3. ดาลัด เมืองท่องเที่ยวสไตล์ยุโรปที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีสวนสาธารณะและทะเลสาบขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าน่าประทับใจโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
    4. ทะเลทรายมุยเน่ แหล่งท่องเที่ยวเช็คอินสุดเท่ห์ที่ไม่ควรเทด้วยประการทั้งปวง
    5. Golden Bridge สะพานลอยฟ้าขนาดใหญ่บนยอดเขาบานาฮิลล์

    จุดเด่น

    • เวียดนามเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูงมากนัก
    • หากนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นกลุ่มจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องที่พักและการเดินทางไปได้มาก
    • เวียดนามเป็นประเทศผู้ส่งออกกาแฟมากเป็นลำดับที่ 2 ของโลกรองจากบราซิล คนเวียดนามนิยมบริโภคกาแฟจากถุงชงโบราณแบบบ้านเรา
    • แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ค่อนข้างมีความแตกต่างจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้

    #5
    บรูไน (Negara Brunei Darussalam)
    14 วัน

    ประเทศเล็กๆที่มีขนาดเท่ากับจังหวัดนครพนมตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังงานเชื้อเพลิง ด้วยองค์ประกอบนี้ทำให้บรูไนกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่ง และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเป็นอันดับที่สองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นรองเพียงแค่สิงคโปร์เท่านั้น อีกทั้งบรูไนยังอุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมงดงาม อลังการงานสร้าง ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอีกด้วย

    ที่เที่ยวบรูไนเด่นๆ

    1. มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดีน สถาปัตยกรรมสุดอลังการ หนึ่งในศาสนสถานที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
    2. มัสยิด เจมส์ อาร์ อัสซานัส โบลเกียห์ ศาสนสถานคู่บ้านคู่เมืองที่มีความงดงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศบรูไน
    3. พระราชวังอิสตานา นูรุล อิมาน เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก
    4. พิพิธภัณฑ์รอยัลเรกกาเลีย ศูนย์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบัน ที่ทำด้วยทองคำทั้งหมด
    5. กัมปงไอเยอร์ หมู่บ้านกลางน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
    6. ตลาดกาดง ศูนย์รวมอาหารสตรีทฟูดส์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน

    จุดเด่น

    • บ้านเมืองสวยงาม สงบ สะอาด และปลอดภัย
    • อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ ทีมีความอลังการและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์
    • การเดินทางสะดวก แหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

    #6
    มาเลเซีย (Malaysia)
    30 วัน

    ดินแดนพหุวัฒนธรรมบนคาบสมุทรมาลายู พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ภาษา และศาสนาที่แตกต่าง มาเลเซียเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจรวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม ทันสมัย และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์หลายแห่งซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

    ที่เที่ยวมาเลเซียเด่นๆ

    1. เปโตรนาส ทาวเวอร์ ตึกแฝดขนาดใหญ่สัญลักษณ์ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่เคยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงมากที่สุดของโลกมาแล้วในอดีต
    2. ยอดเขากีนาบาลู ยอดเขาที่มีความสูงที่สุดในประเทศมาเลเซียที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก
    3. สิปาดัน เกาะสวรรค์ของนักดำน้ำ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งอยู่อาศัยของสิ่งชีวิตใต้ท้องทะเลที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดในโลก
    4. ที่ราบสูงคาเมรอน พื้นที่เพาะปลูกชาขนาดใหญ่ท่ามกลางหุบเขาซึ่งมีขนาดเท่ากับประเทศสิงคโปร์
    5. เกาะลังกาวี ตามรอยตำนานพระนางมัสสุหรี ไปกับพื้นที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นอัญมณีแห่งไทรบุรี

    จุดเด่น

    • เป็นจุดหมายปลายทางของนักช็อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลก
    • มีจุดดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก
    • กัวลาลัมเปอร์ถือเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    • ประชาชนส่วนใหญ่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม

    #7
    สิงคโปร์ (Singapore)
    30 วัน

    แลนด์มาร์คแห่งความทันสมัยในระดับไฮเอนด์ ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมมลายูซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญของโลก ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ แต่ดินแดนแห่งนี้กลับอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่มีชื่อเสียงในระดับโลกมากมาย

    ที่เที่ยวสิงคโปร์เด่นๆ

    1. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์ สวนสนุกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    2. S.E.A. Aquarium สิงคโปร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลที่มีสายพันธุ์สัตว์น้ำมากที่สุดในโลก
    3. สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปเอเชีย
    4. โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    5. ย่านลิตเติล อินเดีย ย่านที่อุดมไปด้วยภาพวาดสตรีทอาร์ทสุดอลังการ

    จุดเด่น

    • ประชาชนมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ และเคารพผู้อื่น
    • การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีความสะดวกสบาย ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่
    • มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย ยิ่งใหญ่และอลังการ
    • ที่พักสะอาด การเดินทางสะดวก บรรยากาศสบาย ค่าใช้จ่ายไม่แพง

    #8
    ฟิลิปปินส์ (Philippines)
    30 วัน

    หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสุดชิคไว้ให้เลือกไปปิกนิกมากมาย ทั้งภูเขา ทะเล ถ้ำ น้ำตก มีครบทุกสิ่งอย่าง ขาดแต่เพียงอย่างเดียวคือโอกาสจากนักท่องเที่ยวนั่นเอง

    ที่เที่ยวฟิลิปปินส์เด่นๆ

    1. ชายหาดโบราไกย์ (Boracay Beach) หาดที่มีเม็ดทรายขาวราวกับปุยนุ่นอีกทังยังมีชื่อเสียงในกลุ่มนักดำน้ำ
    2. ภูเขาไฟมายอน ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ มีรูปร่างสมมาตรงดงาม ตั้งอยู่บนเกาะลูซอนในประเทศฟิลิปปินส์
    3. หุบเขาช็อคโกแลต หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกสุดอันซีนบนเกาะโบฮอล
    4. นาขั้นบันใดบาตัด (Batad Rice Terraces) ตั้งอยู่ที่เมืองบาเนาเว (Banaue) เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวบนภูเขาที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางชั้นดีของนักท่องเที่ยวสายกล้องที่อยากลองวิชา
    5. ทะเลสาบคายันกัน (Kayangan Lake) สระน้ำสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังบนเกาะโครอน

    จุดเด่น

    • เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก
    • เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลก
    • ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมผสมผสานกันระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออก
    • อาโดโบ เป็นอาหารประจำชาติของฟิลิปปินส์ที่ทำจากเนื้อสัตว์หมักกับน้ำส้มสายชูและกระเทียม
    • รถจิ๊ปนีย์ ระบบขนส่งสาธาณะที่มีรูปลักษณ์พิเศษพบเห็นได้แห่งเดียวในโลก

    #9
    อินโดนีเซีย (Indonesia)
    30 วัน

    ประเทศหมู่เกาะซึ่งมีพื้นที่มากที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางที่เลื่องลือว่ามีชายหาดสวย น้ำทะเลใส ดินแดนภูเขาไฟ และอารยธรรมศรีวิไลของอาณาจักรโบราณอายุยาวนานกว่า 700 ปี

    ที่เที่ยวอินโดนีเซียเด่นๆ

    1. เกาะบาหลี ศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวที่มีครบจบในที่เดียว
    2. บุโรพุทโธ ศาสนสถานซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่บนเกาะชวา ห่างจากกรุงจากาตาร์ 40 กิโลเมตร
    3. โทราจาแลนด์ ดินแดนที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา
    4. “โบรโม” ภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังมีลมหายใจ บนเกาะชวา
    5. เคลิมูตู ทะเลสาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามปัจจัยทางธรรมชาติ
    6. อุทยานแห่งชาติโคโดโม ที่อยู่อาศัยของมังกรยักษ์ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ไม่สูญพันธุ์ไปกับกาลเวลา
    7. ราชา อัมพัท หมู่เกาะนับพันบริเวณจังหวัดปาปัว ถือเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอย่างแท้จริง

    จุดเด่น

    • มีสนามบินนานาชาติ 2 แห่งไว้บริการนักท่องเที่ยว คือ สนามบินนานาชาติจากาตาร์บนเกาะชวา และสนามบินเดมเพนซาร์ บนเกาะบาหลี
    • การเดินทางจากเมืองไทยไปอินโดนีเซียมีความสะดวกสบายใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง
    • ค่าครองชีพไม่สูงมาก
    • สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีอัตลักษณ์ที่เด่นชัดเป็นไปตามลักษณะทางกายภาพของแต่ละพื้นที่ที่มีเนื้อที่มหาศาลนั่นเอง

    #10
    ไต้หวัน (Taiwan)
    14 วัน (ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2020 เท่านั้น)

    ดินแดนในฝันที่เป็นสวรรค์ของนักกินแห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีพื้นที่ติดกับจีนและญี่ปุ่นตลอดจนมีพื้นที่ทางทะเลส่วนหนึ่งติดกับประเทศฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน ไต้หวันนอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องสถานที่กินแล้วเกาะเล็กๆแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจไม่เป็นรองใครในภูมิภาคนี้เช่นกัน

    ที่เที่ยวไต้หวันเด่นๆ

    1. ไทเป 101 ตึกสูงที่สุดในประเทศไต้หวันที่เก็บค่าเข้าชมหลักร้อยแต่ได้รับความประทับใจหลักล้าน
    2. อุทยานแห่งชาติไท่ลู่เก๋อ (Taroko Gorge) เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่งดงามราวกับสวรรค์บนดินที่ไม่อาจะเที่ยวครบจบในวันเดียวได้ จุดเช็คอินสำคัญของที่นี่ได้แก่ Shakadang Trail เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติริมน้ำสุดแสนโรแมนติก ,อุโมงค์เก้าโค้ง และสะพานหินอ่อน เป็นต้น
    3. ทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวัน
    4. หมู่บ้านสายรุ้ง ชุมชนสตรีทอาร์ตขนาดใหญ่จุดเช็คอินแห่งใหม่ในประเทศไต้หวัน
    5. ตลาดกลางคืนซื่อหลิน ย่านอาหารการกินชื่อดังของประเทศไต้หวัน
    6. วัดหลงซาน วัดเก่าแก่ในย่านเมืองเก่าที่มีอายุราวๆ 300 ปี

    จุดเด่น

    • ประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีทีสุดแห่งหนึ่งของโลก
    • เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเพราะคับคั่งด้วยแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน
    • ไต้หวันเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูงมาก หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีความคุ้มค่าในราคาประหยัด
    • ที่พักราคาประหยัด

    #11
    ฮ่องกง (Hong Kong)
    30 วัน

    เขตปกครองพิเศษแหล่งช็อปปิ้งสำคัญ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ดินแดนที่นักท่องเที่ยวไทยไปแล้วไม่ต้องกลัวหลง เพราะคนฮ่องกงสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและจีนกวางตุ้งนั่นเอง

    ที่เที่ยวฮ่องกงเด่นๆ

    1. ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 1 ใน 2 สวนสนุกที่ได้รับลิขสิทธิ์จากเครือดิสนีย์ให้เปิดบริการในทวีปเอเชีย
    2. อ่าววิคตอเรีย จุดชมการแสดงแสงสีเสียง “A Symphony Of Life”
    3. วัดหว่องไทซิน เป็นวัดใหญ่ที่มีความสำคัญของฮ่องกง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเกาลูน
    4. สกายฮันเดร็ด(Sky Hundred) หอสังเกตการณ์สูงใหญ่ในย่านเกาลูน ที่คุณสามารถชมวิวของเกาะฮ่องกงได้แบบ 360 องศา
    5. พระพุทธรูปเทียนตาน พระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาใกล้กับหมู่บ้านนอนปิง
    6. Sham Shui Po และ Tsim Sha Sui ย่านสตรีทฟูดส์ขึ้นชื่อที่อุดมไปด้วยเมนูเด็ดๆมากมาย

    จุดเด่น

    • ฮ่องกงมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆจึงมีความสะดวกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
    • คนท้องถิ่นสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและจีนกวางตุ้งได้เป็นอย่างดี
    • ดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่ามีอาหารสตรีทฟูดส์ซึ่งมีรสชาติอร่อยเป็นลำดับต้นๆของโลก

    #12
    ญี่ปุ่น (Japan)
    15 วัน

    แลนด์มาร์คสุดฟิน ถิ่นซามูไร ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่มีสภาพอากาศอบอุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทยที่ไม่ไปแล้วจะถือว่าพลาด เพราะญี่ปุ่นเปรียบเสมือนประเทศศิลปินที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดีต่อใจเหลือเกิน

    ที่เที่ยวญี่ปุ่นเด่นๆ

    1. ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่สุดในรุ่น
    2. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ สวนสนุกลิขสิทธิ์แท้จากดิสนีย์บนพื้นที่กว่า 200 ไร่
    3. หมู่บ้านชิราคาว่า สถาปัตยกรรมแปลกตาควรค่าแก่การเยี่ยมชม
    4. ปราสาทฮิเมจิ คฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
    5. ยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน สวนสนุกขนาดใหญ่เอาใจคนรักหนัง
    6. ย่านชินจูกุ แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังใจกลางกรุงโตเกียว

    จุดเด่น

    • คนญี่ปุ่นค่อนข้างเจ้าระเบียบ ใจดี มีความโอบอ้อมอารีต่อนักท่องเทียว
    • เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางมรดกโลกมากมายเกินกว่า 10 แห่ง
    • มีที่พักมากมายหลายแบบให้เลือกสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยเท่านั้น
    • ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ สังเกตได้จากความพิถีพิถันในขั้นตอนต่างๆ เช่นการทำอาหาร และการชงชา เป็นต้น
    • ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศอบอุ่นมีอุณหภูมิสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล

    #13
    มาเก๊า (Macau)
    30 วัน

    ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่า “ลาสเวกัสแห่งเอเชีย” เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษซึ่งใช้หลักการปกครองแบบ หนึ่งระบบสองประเทศ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างวิถีชีวิตแบบเอเชียและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกนั่นเอง

    ที่เที่ยวมาเก๊าเด่นๆ

    1. ซากโบสถ์เซนต์ พอล สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของคริสต์ศาสนาที่ตั้งอยู่กลางเมืองมาเก๊า
    2. จัตุรัสเซนาโด้ แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป
    3. The Venetian Macao คาสิโนคอมเพลกซ์สไตล์อิตาเลียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
    4. มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่จำลองความยิ่งใหญ่ของท่าเรือในสมัยต่างๆ

    จุดเด่น

    • เกาะมาเก๊ามีขนาดไม่ใหญ่มากสามารถท่องเที่ยวไปทั่วทุกพื้นที่โดยใช้บริการรถบัสสาธารณะได้
    • ภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสารได้แก่ ภาษาจีน ภาษาโปรตุเกส และภาษาอังกฤษ
    • เป็นเมืองตากอากาศที่มีสภาพอากาศอบอุ่น แจ่มใส มีพายุฝนบ้างในบางครั้ง
    • เป็นศูนย์กลางความบันเทิงที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย

    #14
    เกาหลีใต้ (South Korea)
    90 วัน

    จุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใครยังไม่ได้ไปเหมือนกับชีวิตขาดอะไรไปสักอย่างแห่งนี้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและแหล่งรวมอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเลยก็ว่าได้ เกาหลีใต้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย อีกทั้งอาหารการกินก็ถูกปากคนไทย จนไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยทีเดียว

    ที่เที่ยวเกาหลีใต้เด่นๆ

    1. พระราชวังเคียงบก พระราชวังขนาดใหญ่สร้างโดยราชวงศ์โชซ็อน เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด
    2. เกาะนามิ แหล่งท่องเที่ยวสุดแสนจะโรแมนติกราวกับหลุดเข้าในซีรีส์ยังไงยังงั้น
    3. เกาะเชจู เกาะที่ถือกำเนิดจากภูเขาไฟขนาดใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนท้องถิ่น
    4. โซลทาวเวอร์ หอสื่อสารขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของเมืองหลวงได้ไกลสุดลูกหูลูกตา
    5. ย่านเมียงดง ครบเครื่องในเรื่องช็อปปิ้ง

    จุดเด่น

    • ระบบขนส่งสาธารณะมีความสะดวกสบาย เดินทางไปได้แทบทุกที่
    • มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆมากมายทำให้นักท่องเที่ยวมีตัวเลือกมากมายในการเที่ยวชม
    • เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้รับรางวัล ประเทศที่มีการใช้นวัตกรรมพัฒนาประเทศได้ดีที่สุดในปี 2014
    • สินค้าที่ผลิตในประเทศมีราคาถูก อาทิเช่น เครื่องสำอาง และเสื้อผ้าเป็นต้น

    #15
    มณฑลไห่หนานหรือไหหลำ (Hainan)
    30 วัน

    มณฑลทางตอนใต้ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในประเทศจีน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะที่ได้รับการยอมรับว่ามีความครบเครื่องในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีไฟลท์บินให้เลือกหลากหลายในราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

    ที่เที่ยวมณฑลไห่หนานเด่นๆ

    1. วัดหนานซาน (Nanshan Temple) ที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดยักษ์กลางทะเลไหหลำ
    2. แหลมเทียนหยาไหเจี่ยว (Tianya Haijiao) แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียง
    3. หาดย่าหลง หาดทรายที่ได้รับการขนานนามว่า “ฮาวายแห่งดินแดนตะวันออก”
    4. โรงถ่ายภาพยนตร์จำลอง Feng Xiaogang จุดเช็คอินเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง มีเนื้อที่กว้างขวางกว่า 1,400 ไร่

    จุดเด่น

    • มีไฟลท์บินตรงจากเมืองไทยใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง
    • มีภูมิประเทศแบบป่าฝนเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีกิจกรรมผจญภัยต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการมากมาย
    • หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชายหาดสวยงามที่สุดในประเทศจีน และมีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย
    • ข้าวมันไก่สูตรไหหลำ อาหารท้องถิ่นที่โด่งดังไปทั่วโลกมีความพิเศษอยู่ที่น้ำจิ้มรสเด็ดที่เผ็ดร้อน

    #16
    มัลดีฟส์ (Maldives)
    30 วัน

    เกาะสวาท หาดสวรรค์ ดินแดนในฝันของใครหลายๆคน มีลักษณะทางกายภาพเป็นหมู่เกาะจำนวนมากที่ทอดตัวอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย บนภูมิภาคเอเชียใต้ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ควรมีไว้ในใจไม่ให้ตกเทรนด์นั่นเอง

    ที่เที่ยวมัลดีฟส์เด่นๆ

    1. เกาะมีมู (Meemu Atoll Island) ที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดในมัลดีฟส์
    2. เกาะอลิแมนธา (Alimantha Island) เกาะที่มีน้ำทะเลสวยใสและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์
    3. จุดดำน้ำซันไลท์ ทิลา ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับปลากระเบนแมนตาแบบใกล้ชิด
    4. เกาะอารี (Ari Atoll Island) เป็นเกาะที่มีความสะดวกสบายสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับจุดดำน้ำได้หลายแห่ง
    5. เกาะทีนัดฮู (Thinadhoo Island) เกาะที่มีน้ำทะเลสีเขียวมรกต เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักความสงบและความเป็นส่วนตัว
    6. มาเล่ เมืองหลวงศูนย์รวมการปกครองที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวอันน่าหลงใหล รวมถึงวิถีชีวิตอันน่าประทับใจของคนท้องถิ่นด้วยนั่นเอง

    จุดเด่น

    • มีที่พักหลากหลายให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
    • มัลดีฟส์เป็นเขตชายทะเลน้ำตื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์สูงมาก
    • นักท่องเที่ยวสามารถกระจายตัวไปพักตามเกาะต่างๆที่มีจำนวนมากถึง 74 เกาะ ทำให้บรรยากาศในแหล่งท่องเที่ยวและที่พักไม่พลุกพล่าน มีความเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน
    • คนท้องถิ่นมีความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว

    #17
    มองโกเลีย (Mongolia)
    30 วัน

    ดินแดนที่ราบสูงกว้างใหญ่ที่มีปริมาณออกซิเจนบางเบาแห่งนี้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีเขตติดต่อกับประเทศจีนและรัสเซีย เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสุดท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวสายสตรอง

    ที่เที่ยวมองโกเลียเด่นๆ

    1. อารามเออร์ดีน ซู (Erdene Zuu) ศาสนสถานเก่าแก่สไตล์ทิเบต
    2. ทะเลยทรายโกบี เป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย
    3. เมืองคาราโครัม นครโบราณอดีตศูนย์กลางอาณาจักรมองโกล
    4. อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน สัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการของมหาราชผู้ที่เคยพิชิตดินแดนต่างๆมาแล้วกว่าค่อนโลก

    จุดเด่น

    • มองโกเลียเป็นประทศที่มีประชากรเบาบางน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    • ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงวิถีชีวิตชนเผ่าเร่ร่อนที่สืบสานกันมานานนับพันปี
    • มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิเช่น หุบเขาสูง ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ลำธารน้ำแข็ง และทะเลทรายซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีป
    • ผู้คนมีความจริงใจ และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว

    #18
    คาซัคสถาน (Kazakhstan)
    30 วัน

    คาซัคสถาน ประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเป็นลำดับที่ 9 ของโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง เป็นหนึ่งในทางผ่านของเส้นทางสายไหมอันรุ่งโรจน์ที่มีอายุยาวนานหลายพันปี อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่ไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชม

    ที่เที่ยวคาซัคสถานเด่นๆ

    1. ทะเลสาบบัลคาซ (Lake Balkhash) ทะเลสาบที่มีน้ำสีฟ้าใส มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ของโลก
    2. หุบเขาเตอเกน (Turgen Gorge) สวรรค์บนดินของนักปีนเขา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอาลาเตา
    3. ทะเลสาบคาอินดี (Lake Kaindy) ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีความสูงถึง 2,000 เมตร มีความสวยงามราวกับภาพวาด
    4. Tamgaly-Tas จิตรกรรมภาพเขียนที่เรียงตัวตามหินผา มีจำนวนกว่า 5,000 รูป
    5. แอสตาน่า เมืองหลวงที่มีสถาปัตยกรรมทันสมัยเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียกลาง
    6. อัลมาตี้ เมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจที่สุดในประเทศ

    จุดเด่น

    • ประเทศไม่มีพื้นที่ติดทะเลซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
    • มีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามหลากหลาย อาทิ ทะเลสาบ หุบเขา ทะเลทราย ภูเขาหิมะ และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
    • มีไฟลท์บินตรงจากเมืองไทยไปยังกรุงอัลมาตี้ และแอสตาน่าเป็นประจำทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-10 ชั่วโมง

    #19
    หมู่เกาะเซเชลล์ (Republic of Seychelles)
    30 วัน

    หมู่เกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่เพียบพร้อมไปด้วยชายหาดสวยน้ำทะเลใส สามารถเดินทางได้เพียงใช้พาสปอร์ตเล่มเดียว ได้รับการยกย่องว่าเป็นไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดียที่มีความสวยงามไม่น้อยหน้าแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเลยทีเดียว

    ที่เที่ยวหมู่เกาะเซเชลล์เด่นๆ

    1. Anse Source D’argent ชายหาดที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ในสิบชายหาดที่สวยที่สุดในโลก จาก The Luxury Travel Expert
    2. Mahe เมืองหลวงที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีชายหาดมากถึง 70 แห่ง
    3. Anse Lazio บนเกาะพราสลิน ได้รับการจัดอันดับจาก TripAdvisor ให้เป็น 6 ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก
    4. เกาะอัลดาบรา เกาะที่มีแนวปะการังใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของโลก และเป็นเกาะที่มีจำนวนประชากรเต่ายักษ์มากที่สุดในโลก
    5. เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Vallée de Mai มีนกแก้วสีดำที่สามารถพบได้แห่งเดียวในโลก

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ อีกทั้งคนท้องถิ่นสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
    • การเดินทางสะดวกเนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีพื้นที่ไม่มาก
    • ที่พักมีความหรูหรา สะดวกสบาย
    • สามารถบินตรงจากเมืองไทย ไปลงที่สนามบินนานาชาติมาเฮ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 13.30 ชั่วโมง

    #20
    วานูอาตู (Republic of Vanuatu)
    30 วัน

    ดินแดนชื่อแปลกประหลาดที่คนทั่วไปอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก แต่สำหรับท่านใดที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการกาแฟต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่าหมู่เกาะเล็กๆในมหาสมุทรแปซิฟิก บนทวีปโอเชียเนียแห่งนี้มีเมล็ดกาแฟรสชาติดีติดอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว อีกทั้งครั้งหนึ่งสาธารณรัฐวานูอาตูเคยถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลกอีกด้วย

    ที่เที่ยวหมู่เกาะวานูอาตูเด่นๆ

    1. Raru Cascades น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ตั้งอยู่ในเมืองหลวง Port Villa
    2. เกาะเปเล่ แหล่งดำน้ำดูปะการังที่มีชื่อเสียง
    3. เกาะอิริริกิ (Iririki Island) เกาะเอกชนที่มีน้ำทะลสีฟ้าใสและมีแนวปะการังขนาดใหญ่เหมาะแก่การดำน้ำกระจายตัวอยู่รอบๆเกาะ
    4. Eden On The River แหล่งสันทนาการทางน้ำห่างจาก Port Villa ประมาณ 17 กิโลเมตร
    5. หมู่บ้านชาวประมงอีตัน(Eton Village Beach) หาดทรายสีขาวกว้างใหญ่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้โปรดปรานกิจกรรมทางน้ำต่างๆ
    6. เมาต์ ยาซูร์ สัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษบริเวณปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุอย่างใกล้ชิด

    จุดเด่น

    • คนท้องถิ่นสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี
    • แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งน้ำตก ทะเล ป่าไม้ และภูเขาไฟ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
    • มีชนเผ่าพื้นเมืองมากมายกระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ อีกทั้งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของพวกเขาได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย
    • คนท้องถิ่นมีความเป็นมิตร มีความปลอดภัย เพราะการท่องเที่ยวคือรายได้หลักของประเทศ
    • อาหารการกินอุดมสมบูรณ์เพราะได้รับอานิสงค์จากดินภูเขาไฟ

    #21
    บาห์เรน (Bahrain)
    14 วัน

    ไข่มุกเม็ดงามแห่งอ่าวเปอร์เซีย เป็นเกาะขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สามารถลิขิตชะตากรรมของโลกใบนี้ เป็นพื้นที่สำคัญที่มีผลต่อหน้าประวัติศาสตร์ของโลกมากมาย เพราะนอกจากบาห์เรนจะเป็นชาติแรกที่ขุดค้นพบน้ำมันดิบบนโลกใบนี้แล้ว ดินแดนแห่งนี้ยังมีสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองแบบสุดขีดของอาณาจักรเมโสโปเตเมีย แหล่งอารยธรรมแห่งแรกของโลกที่มีอายุยาวนานกว่าสามพันปีอีกด้วย

    ที่เที่ยวบาห์เรนเด่นๆ

    1. มัสยิด อัล ฟาเตห์ หนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่เก็บคัมภีร์สำคัญของศาสนาอิสลามมายาวนานนับร้อยปี อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสิบมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
    2. The Avenues แหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างร่วม 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว
    3. เนินทราย Dilmun Burial โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นพื้นที่มรดกโลก
    4. สะพานคิงฟาฮัด สะพานขนาดใหญ่ที่มีความยาว 28 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างประเทศซาอุดิอาระเบียและบาห์เรน
    5. ป้อมริฟฟา (Riffa Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17
    6. เกาะจาดาร่า (Jadara Island) เกาะขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลใสราวกับกระจก

    จุดเด่น

    • มีไฟลท์บินตรงจากเมืองไทยใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง
    • มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เรื่องลืออยู่หลายแห่ง
    • ได้รับการรับเลือกให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ 2 ปีซ้อน จากการสำรวจของเหล่านักเดินทางจำนวน 3 ล้านคนที่อยู่ในแวดวงของธุรกิจระหว่างประเทศ
    • เป็นประเทศที่ปลอดภัย เงียบสงบ ปราศจากปัญหาการเมืองและความรุนแรงทางศาสนา

    #22
    กาตาร์ (Qatar)
    30 วัน

    ประเทศที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกงาม กลางอ่าวเปอเซียร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีมากมายที่ตั้งใช้เวลาท่องเที่ยวหลายวันเลยทีเดียว

    ที่เที่ยวกาตาร์เด่นๆ

    1. เดอะ เพิร์ล กาตาร์ เกาะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการถมทะเล มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร
    2. M.I.A พิพิธภัณฑ์อิสลามซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
    3. ซูก วากิฟ ถนนคนเดินริมน้ำที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก
    4. โดฮา คอร์นิช ย่านเศรษฐกิจสำคัญอลังการด้วยสีสันในยามค่ำคืน
    5. อัล วัคกรา แฟมิลี่บีช หาดทรายสีทองละเอียดขนาดใหญ่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว
    6. Snow Dunes Qatar สวนสนุกภายในตัวอาคารขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะ

    จุดเด่น

    • กาตาร์เป็นเมืองที่มีความทันสมัยมีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ
    • มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมเกือบทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีให้บริการกว่า 100 สถานีเลยทีเดียว
    • ประชากร 80 เปอร์เซ็นต์เป็นคนต่างชาติ ทำให้กาตาร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในภูมิภาคนี้
    • บ้านเมืองมีความทันสมัย สถานการณ์ภายในก็ถือว่าปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน

    #23
    ปานามา (Panama)
    180 วัน

    เมืองเศรษฐกิจสำคัญ หนึ่งเดียวในทวีปอเมริกาที่นักท่องเที่ยวจากเมืองไทยไม่ต้องขอวีซ่าก็สามารถพำนักอยู่ได้นานถึง 180 วัน อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศปานามายังอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญจากดินภูเขาไฟที่เหมาะสำหรับการเกษตร จึงเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลเมืองร้อน และกาแฟสายพันธุ์“เกชา”ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอีกด้วย

    ที่เที่ยวปานามาเด่นๆ

    1. หมู่เกาะซันบลาส เยี่ยมชมความงามของหาดทรายสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส และวีถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองกูยานาล่า
    2. เมืองโบเกเต แหล่งปลูกกาแฟแห่งสำคัญของโลก และเป็นสวรรค์ของนักปีนเขาผู้ชื่นชอบความท้าทาย
    3. คลองปานามา คลองขุดด้วยฝีมือมนุษย์ที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทำหน้าที่เชื่อมสองมหาสมุทรเข้าด้วยกัน
    4. โวลแคน บารู ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชิริกี
    5. อ่าวชิริกี เป็นสถานที่ซึ่งมีแนวปะการังยาวที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิก

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
    • มีสภาพอากาศร้อนชื้นบริเวณพื้นราบ และมีอากาศเย็นสบายบนภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง
    • มีชายหาดสะอาด สงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัย
    • ผู้คนท้องถิ่นมีอุปนิสัยสนุกสนาน มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
    • มีระสาธารณสุขและการแพทย์ที่ดีติดอันดับโลก
    • ได้รับการจัดลำดับให้เป็นดินแดนที่เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยในวัยเกษียณ เป็นอันดับที่ 3 โดยได้รับคะแนนสูงถึง 91.1 คะแนนอีกด้วย

    #24
    เปรู (Peru)
    90 วัน

    ดินแดนฝั่งตะวันตกของทวีปละตินอเมริกา ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เป็นศูนย์กลางอารยธรรมการัลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอินคาที่เคยยิ่งใหญ่ในทวีปอเมริกา ปัจจุบันหลงเหลือเพียงสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ มาชูปิกชู นั่นเอง

    ที่เที่ยวเปรูเด่นๆ

    1. มาชูปิกชู เมืองปริศนาที่หายสาบสูญของอาณาจักรอินคา ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงถึง 2,430 เมตร
    2. ทะเลทรายนัซกา กับลายเส้นปริศนาเหนือธรรมชาติที่ยังไม่อาจหาข้อยุติได้
    3. ทะเลสาบติติกากา นั่งเรือโทโทร่าชมวิถีชีวิตผู้คนบนความสูง 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
    4. เมืองอิควิโตส เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ถนนไม่สามารถเข้าถึงได้
    5. El Valle Sagrado หุบเขาศักดิ์สิทธิ์กับอารยธรรมที่ยังมีชีวิตของชาวอินคา
    6. ภูเขาสายรุ้ง Vinicunca ความแปลกตาที่หาชมได้เพียงแห่งเดียวในโลก

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
    • ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เต็มไปด้วยหุบเขาสูง ลำน้ำกว้างใหญ่ ป่าอเมซอนที่อุดมสมบูรณ์ทำให้เปรูมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย
    • เปรูเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมยาวนานหลายพันปี ทำให้มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะจำเพาะที่ไม่สามารถพบเจอได้ในพื้นที่อื่น
    • เปรู เป็นประเทศผู้ผลิตแร่รายใหญ่ของโลก
    • เซบิเช่ อาหารประจำชาติของเปรู มีลักษณะคล้ายอาหารประเภทยำในบ้านเรา ส่วนผสมหลักมีเนื้อปลา ผลไม้ และเครื่องเทศ ให้รสชาติหนักไปในทางเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย

    #25
    เอกวาดอร์ (Ecuador)
    90 วัน

    เอกวาดอร์ ประเทศขนาดเล็กบนทวีปละตินอเมริกาอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นจุดหมายปลายทางที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าหากลองอ่านชื่อสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆสักพัก คงจะทำให้หลายคนต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียว เพราะประเทศเล็กๆแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่งเลยนั่นเอง

    ที่เที่ยวเอกวาดอร์เด่นๆ

    1. หมู่เกาะกาลาปากอส เกาะสวยน้ำใสในดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ซึ่งท่านสามารถพบเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาและสตอรี่ที่ประหลาดที่สุดในสามโลก ถูกยกย่องจากองค์กรยูเนสโก้ ให้เป็นหมู่เกาะมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อย
    2. อุทยานแห่งชาติยาซูนี่(Yasuni national park) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,800 ตารางกิโลเมตรของป่าฝนอเมซอน ที่ซ่อนความลับมากมายไว้รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาหาคำตอบ
    3. โกโตปักซี(Cotopaxi) ภูเขาไฟที่ยังมีลมหายใจซึ่งมีความสูงมากที่สุดในโลก
    4. คูเอนซ่า(Cuenca) เมืองมรดกโลกในด้านสถาปัตยกรรม
    5. อุทยานแห่งชาติ El Cajas เส้นทางสำรวจธรรมชาติบนเทือกเขาแอนดีสที่มีความยาวมากที่สุดในโลก

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
    • ค่าครองชีพไมสูง
    • รายได้หลักของประเทศมาจากภาคการเกษตร
    • มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นคล้ายกับประเทศไทย
    • ได้รับรางวัลชนะเลิศในการจัดอันดับประเทศน่าอยู่ของคนวัยเกษียณถึง 4 ปีติดต่อกัน โดยวัดจากสภาพอากาศ ค่าครองชีพ และระบบสาธารณูปโภค
    • เอนเซโบลาโด สตูว์ที่ทำจากเนื้อปลารสชาติจัดจ้าน เสิร์ฟด้วยเครื่องเคียงหลากหลาย เป็นอาหารประจำชาติของเอกวาดอร์

    #26
    อาร์เจนตินา (Argentina)
    90 วัน

    ประเทศซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของทวีปละตินอเมริกา เป็นดินแดนที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันหลากหลาย สะดวกสบายด้านอาหารการกิน ถิ่นกำเนิดของการเต้นแทงโก้ และเป็นหนึ่งในประเทศแฟชั่นโชว์ที่มีชื่อเสียง

    ที่เที่ยวอาร์เจนตินาเด่นๆ

    1. น้ำตกอีกวาซู หนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นพื้นที่มรดกโลก
    2. เปริโต โมเรโน(Perito Moreno Glacier) ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส
    3. อูซัวยา(Ushuaia) เมืองโรแมนติกที่ถูกบันทึกว่าตั้งอยู่ทางใต้สุดของโลก
    4. โบสถ์คอร์โดบา หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
    5. Mar Del Plata เมืองท่าที่มีความทันสมัย และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชายหาดงดงามที่สุดในภูมิภาคอเมริกาใต้

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
    • เมืองแฟชั่นที่มีสีสันและความทันสมัยอยู่ในตัว
    • ถิ่นกำเนิดของการเต้นแทงโก้อันเร้าใจ
    • มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปอเมริกาใต้
    • มีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์ และเนื้อสเต็กคุณภาพดี

    #27
    บราซิล (Brazil)
    90 วัน

    ประเทศขนาดใหญ่ในละตินอเมริกาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดี เพราะตามตำนานเชื่อว่าดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของกีฬาฟุตบอลที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง อีกทั้งบราซิลยังเป็นที่รู้จักในนามของเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและดนตรีจังหวะมันส์ๆที่เต้นกันได้ทั้งวันอย่างแซมบ้าอีกด้วย

    ที่เที่ยวบราซิลเด่นๆ

    1. กริชตู เรเดโตร์(Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่าบนยอดเขากอร์โกวาดู
    2. โคปาคาบานา ชายหาดที่มีสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    3. ป่าฝนอเมซอน ท่องเรือชมแม่น้ำสองสีที่มีระยะทางยาวกว่า 6 กิโลเมตรที่เมือง มาเนาส์
    4. ชายหาดเปอร์นัมบูโก(Pernambuco Beaches) ครอบคลุมพื้นที่ยาวกว่า 187 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะเมืองโอลิงดา ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง
    5. Salvador’s Pelourinho เมืองที่มีสีสันฉูดฉาด ที่มักจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นโลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์อยู่เสมอ

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ
    • มีรายได้หลักของประเทศจากการส่งออกนักฟุตบอล
    • บราซิลเป็นประเทศผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก
    • มีพื้นที่มากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้
    • มีเทศกาล ริโอ คาร์นิวัล ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ –มีนาคม

    #28
    ชิลี (Chile)
    90 วัน

    ชิลี ประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเลแปซิฟิกบนภูมิภาคละตินอเมริกา อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่กำลังมาแรงแซงทุกความคาดหมาย ด้วยปัจจัยความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ชิลีกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในปี 2020 นี้เลยทีเดียว

    ที่เที่ยวชิลีเด่นๆ

    1. วัลเล เนวาโด (Valle Nevado) หนึ่งในสถานที่เล่นสกีที่ดีที่สุดในโลก
    2. The Humberstone and Santa Laura Saltpeter Works เมืองผีและเหมืองดินประสิวขนาดใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2005
    3. อุทยานแห่งชาติราปานูอี(Rapa Nui) ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมหินรูปคนขนาดใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปในพื้นที่แห่งนี้
    4. ทะเลทรายอาตากามา(Atacama Desert)สัมผัสบรรยากาศและความงดงามของทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก
    5. อุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งละตินอเมริกา

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
    • ผู้คนมีอุปนิสัยอบอุ่น เป็นมิตร
    • เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในทวีปอเมริกาใต้
    • มีเทศกาลพรุไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค จัดขึ้นในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองของเทศกาลปีใหม่
    • ได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งกวี เพราะมีนักเขียนที่ได้รับรางวัลโนเวลสาขาวรรณกรรมถึงสองคน

    #29
    จอเจียร์ (Georgia)
    365 วัน

    ดินแดนยุคกลางแห่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลือร่องรอยของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเอเชียและยุโรปอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่นักท่องเที่ยวชาวไทยกำลังให้ความนิยม

    ที่เที่ยวจอร์เจียเด่นๆ

    1. Katskhi Pillar จุดชมวิวบนแท่งหินปูนโดดเดี่ยวที่มีความสูงกว่า 40 เมตร อีกทั้งด้านบนสุดยังสามารถพบเห็นซากปรักหักพังของโบสถ์คริสต์ที่มีอายุหลายร้อยปีอีกด้วย
    2. หมู่บ้าน Ushguli ดินแดนแห่งหนึ่งในหุบเขาเอนกูรีที่ยังมีผู้อยู่อาศัยและมีความสูงมากที่สุดในยุโรป
    3. Mestia หมู่บ้านเล็กๆใจกลางเทือกเขาคอเคซัส ที่มีวิวทิวทัศน์สุดแสนจะไฮโซ
    4. Omalo ชุมชนขนาดเล็กในเมืองตูเชติ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นของถนนที่อันตรายที่สุดในโลก
    5. ถนนริมแม่น้ำคูรา เยี่ยมชมมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่าตบิลิซี่
    6. Vardzia ศาสนสถานขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ สถานที่ในฝันที่จะทำให้ท่านหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง The Lord Of The Ring กันเลยทีเดียว

    จุดเด่น

    • ค่าครองชีพไม่สูงมากนัก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
    • มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่น
    • จอร์เจียเป็นแหล่งกำเนิดของไวน์ที่มีรสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
    • คาชาปูรี (khachapuri) อาหารประจำชาติที่มีลักษณะคล้ายๆกับไข่กระทะแต่ทำด้วยขนมปัง

    #30
    รัสเซีย (Russia)
    30 วัน

    รัสเซีย หรือดินแดนหมีขาว ที่มีสภาพอากาศหนาวเหน็บ ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของทวีปเอเชียและยุโรป นับได้ว่าเป็นประเทศมหาอำนาจซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จึงมีการให้สิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวของทั้งสองชาติให้สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างมีอิสระโดยปราศจากข้อจำกัดในเรื่องวีซ่านั่นเอง

    ที่เที่ยวรัสเซียเด่นๆ

    1. พระราชวังเปเตียร์กอฟ(Peterhof Palace) พระราชวังฤดูร้อนขนาดใหญ่ในเมือง เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก ที่ได้รับการขนานนามว่า พระราชวังแวร์ซายแห่งรัสเซีย
    2. โบสถ์แห่งหยดเลือด(Church of the Savior on Spilled Blood) โบสถ์สีสันฉูดฉาดสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สร้างขึ้นในรัชสมัยกษัตริย์อเลกซานเดอร์ที่ 3 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศรัสเซีย
    3. พระราชวังเครมลิน อดีตพระตำหนักสุดยิ่งใหญ่ของพระเจ้าซาร์ ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นทำเนียบประธานาธิบดีของรัสเซียที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก
    4. มหาวิหารเซนต์เบซิล(St. basil’s cathedral) อาสนวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสแดงในกรุงมอสโก
    5. ทะเลสาบไบคาล(Baikal) ไข่มุกเม็ดงามแห่งไซบีเรียเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลกและถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน มีความงดงามจนยากจะหาที่ใดเสมอเหมือน

    จุดเด่น

    • รัสเซียเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี หมู่บ้านโอมยาคอนทางตอนเหนือของประเทศรัสเซียถือเป็นดินแดนที่มีอากาศหนาวเหน็บที่สุดในโลกอีกด้วย
    • รัสเซียเป็นถิ่นกำเนิดของวอดก้าและผู้คนที่นี่นิยมบริโภคแทนน้ำเนื่องจากสภาพอากาศอันหนาวเหน็บนั่นเอง
    • รัสเซียมีภาษาราชการถึง 6 ภาษา ได้แก่ ภาษารัสเซีย ภาษาจีน ภาษาอารบิก ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปน
    • รัสเซียเป็นประเทศที่ผู้คนรักการอ่าน และประชาชนมีการศึกษาดีที่สุดในโลก
    • Pelmeni อาหารประจำชาติของรัสเซียที่มีลักษณะคล้ายกับขนมจีบ

    #31
    ตุรกี (Turkey)
    30 วัน

    อดีตชาติมหาอำนาจ ศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกและมีพื้นที่บางส่วนคาบเกี่ยวอยู่ในทวีปยุโรป เป็นหนึ่งในแคนดิเดทของประเทศที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล World Travel Award ในปี 2019 ที่ผ่านมานี้อีกด้วย

    ที่เที่ยวตุรกีเด่นๆ

    1. ฮายาโซฟีอา(Aya Sofya) โบสถ์คริสต์เก่าแก่ที่ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะมาเป็นสุเหร่าเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    2. แคปพาโดเชีย(Cappadocia) สถานที่นั่งบอลลูนชมหุบเขาหินที่โด่งดังระดับโลก
    3. ปามุกกาเล (Pamukkale) เนินผาปราสาทปุยฝ้ายที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับน้ำตกสีขาวโพลนเป็นเชิงชั้นสวยงามดุจเมืองสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้องห้าม(พลาด)อีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
    4. Ölüdeniz ชายหาดที่โด่งดังที่สุดของตุรกีที่มีดีกรีระดับโลก นอกจากน้ำทะเลจะมีสีฟ้าสดใสแล้วยังเพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมวัดใจต่างๆอีกมากมาย
    5. อิสตันบูล เมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 10 เมืองต้องเที่ยวในปี 2019 ถือเป็นปีที่สองติดต่อกันที่เมืองใหญ่แห่งนี้รักษาตำแหน่งนี้ในเวทีการท่องเที่ยวระดับโลกไว้ได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นตัวชี้วัดนั่นเอง

    จุดเด่น

    • ตุรกีมีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งผลิตสินค้าทำมือที่มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์
    • สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมีความปลอดภัย ได้รับการดูแลจากรัฐบาลตุรกีเป็นอย่างดี
    • ดอกทิวลิปมีจุดกำเนิดมาจากประเทศตุรกี
    • เคบับ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกี ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมหอมอร่อยทำให้เมนูนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
    • 2 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณ อยู่ในประเทศตุรกีได้แก่ วิหารอาร์ทิมิส และ สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสเซิส

    #32
    แอฟริกาใต้ (South Africa)
    30 วัน

    หนึ่งเดียวในทวีปแอฟริกาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปโดยไม่ต้องขอวีซ่า แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเพราะเป็นหนึ่งในสิบประเทศผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของโลก นอกจากนี้แอฟริกาใต้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนซาฟารีที่มีระบบนิเวศน์หลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้อีกด้วย

    ที่เที่ยวแอฟริกาใต้เด่นๆ

    1. อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger National Park) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวซาฟารีที่ดีที่สุดในโลก ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเห็น โขลงช้าง ควายป่า ม้าลาย สิงโต และเสือชีตาห์แบบตัวเป็นๆอีกด้วย
    2. แหลมกู๊ด โฮป แลนด์มาร์คสำคัญของนักเดินเรือในอดีต
    3. ชายหาดโกลเด้นไมล์ (Golden Mile Beach)ตั้งอยู่ที่เมืองเดอร์บัง เมืองท่าสำคัญที่มีหาดทรายสีทองและน้ำทะเลสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ คล้ายกับชายหาดไมอามี่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
    4. Gansbaai เมืองประมงสำคัญที่มีประชากรฉลามขาวหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดตื่นเต้นคือการดำน้ำอยู่ในกรงเหล็กชมฉลามขาวใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด ชนิด Full HD เรียกพี่เลยทีเดียว
    5. เคป ทาวน์ (Cape Town)หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเที่ยววันเดียวจบได้ เพราะอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น ภูเขาโต๊ะหนึ่งในพื้นที่มรดกโลก , V&A Waterfront จุดเช็คอินและช็อปปิ้งเซนเตอร์ชื่อดังตั้งอยู่ริมทะเล และChapman’s Peak ถนนเลียบชายฝั่งที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นต้น

    จุดเด่น

    • ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
    • แอฟริกาใต้เป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าที่ทำจากขนแพะอันกอร่าเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก
    • แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมการผลิตไวน์นอกพื้นที่ทวีปยุโรปที่เก่าแก่ที่สุด อาทิเช่น Pinot Noir , Sauvignon Blanc และ Shiraz เป็นต้น
    • การเดินทางในประเทศแอฟริกาใต้มีความสะดวกสบายสามารถใช้บริการได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรถไฟในประเทศที่มีความยาวถึง 30,583 กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแทบทั้งหมด

    ครบถ้วนกระบวนความเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ 32 ประเทศน่าไป สามารถเดินทางได้เพียงใช้พาสปอร์ตเล่มเดียว เพียงเท่านี้การเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณใหม่ๆก็ไม่ยากเหมือนใจเราคิดแล้ว สุดท้ายหวังว่าทุกท่านจะไม่รอช้าเพราะเวลาไม่เคยคอยใครนั่นเอง

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    You cannot copy content of this page
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?