20 ที่เที่ยวเกาหลีดีต่อใจ เที่ยวง่ายแถมฟรีวีซ่า

ที่เที่ยวเกาหลี
[สารบัญ] 20 ที่เที่ยวเกาหลีดีต่อใจ เที่ยวง่ายแถมฟรีวีซ่า
    Add a header to begin generating the table of contents

    เบื่อๆ อยากเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวแถบประเทศฟรีวีซ่าใกล้ๆ ประเทศ ขอนำเสนออีกหนึ่งประเทศฟรีวีซ่า อันเป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวไทยไม่แพ้ญี่ปุ่น ก็คือ “เกาหลี” นั่นเอง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าประเทศเกาหลี ชาวไทยสามารถไปเที่ยว และพำนักอยู่ได้นานมากถึง 90 วัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่ากันเลยทีเดียว นอกเหนือจากความง่ายของการไปเที่ยวเกาหลีที่ไม่ต้องใช้วีซ่าแล้วนั้น ที่เที่ยวเกาหลียังมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง มีครบทั้งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ ผับบาร์ และที่เที่ยวเกาหลีเชิงธรรมชาติ

    วันหยุดที่กำลังจะถึงนี้หากใครที่กำลังมองหาทริปประเทศฟรีวีซ่าเดินทางง่าย ให้ลองจองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีกับ Traveloka กันดู เพราะง่ายกว่าที่คิด แค่ใส่วัน และเวลาที่ต้องการเดินทาง ค้นหาเที่ยวบินไปเกาหลีที่ถูกใจ แนะนำให้ลองจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการบินเดียวกัน ด้วยฟังก์ชั่น Smart Combo ที่จะทำให้ได้ตั๋วในราคาที่ถูกกว่าเดิมหลายเปอร์เซ็นต์

    ทางไปจองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีกับ Traveloka

    #1
    พระราชวังเคียงบกกุง
    (Gyeongbokgung Palace)

    ใครมาเกาหลีก็ต้องมาถ่ายรูปกับชุดฮันบกเดินชมพระราชวังเคียงบกกุง เพราะไม่อย่างนั้นจะเหมือนมาไม่ถึงเกาหลี จัดว่าเป็นแลนด์มาร์คอันสำคัญของกรุงโซล ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเกาหลี และความรุ่งเรืองของราชวงศ์โชซอนในอดีต โดยพระราชวังนี้ถือว่าเป็นพระราชวังอีกหนึ่งแห่งที่เก่าแก่ และมีความสำคัญมาก ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1394 ซึ่งหลายคนก็อาจจะคุ้นตากับพระราชวังนี้มาบ้างแล้ว เพราะเป็นฉากของละครพีเรียดของเกาหลีหลายๆ เรื่อง ไฮไลท์จะอยู่ที่การผลัดเปลี่ยนเวรยามของทหารที่จะมีแสดงทุกวัน รอบละ 20 นาที

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 18.00 น. ปิดทุกวันอังคาร

    #2
    หอคอยเอ็นโซล
    (N Seoul Tower)

    ฉากรักในซีรีย์เกาหลีหลายๆ เรื่องก็ได้หอคอยแห่งนี้นี่แหละมาเป็นฉากให้ เพราะขึ้นชื่อทัศนียภาพอันงดงาม อีกทั้งยังมีความโรแมนติกเป็นอย่างมาก เพราะว่าหอคอยแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการมาคล้องกุญแจกับคู่รัก ที่มีความเชื่อหากผู้ใดได้มาคล้องกุญแจกับคู่รักแล้วนั้น จะช่วยทำให้ชีวิตรักชื่นมื่นสมหวัง และรักกันอย่างยาวนาน หลังจากที่ได้คล้องกุญแจแล้วนั้น ก็ให้โยนลูกกุญแจทิ้งไป นอกจากจะเป็นทั้งแลนด์มาร์ค สถานที่เหมาะกับคู่รัก ยังเป็นจุดชมวิวสวยๆ ที่สามารถมองเห็นธรรมชาติได้โดยรอบแบบพาโนราม่าเลยทีเดียว

    วันและเวลาเปิดปิด: 10.00 – 23.00 น. เปิดทุกวัน

    #3
    หมู่บ้านบุกชอนฮันอก
    (Bukchon Hanok Village)

    อยากหาโลเคชั่นสวยๆ สำหรับใส่ชุดฮันบกถ่ายรูป “หมู่บ้านบุกชอนฮันอก” เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะว่าคุณจะได้เห็นวิวของหมู่บ้านเก่าแก่ ตามแบบฉบับของเกาหลีโบราณให้ได้เห็นกัน สำหรับหมู่บ้านนี้จะตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังคย็องบก พระราชวังชางด๊อก และศาลเจ้าชงมโย ภายในกรุงโซล หากใครที่อยากได้บรรยากาศของความเป็นเกาหลีมากขึ้น แนะนำให้ลองเช่าชุดฮันบกมาเดินถ่ายรูปกันดู

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 18.00 น.

    #4
    สวนสนุกล็อตเต้ เวิลด์
    (Lotte World)

    มาเที่ยวกับครอบครัว หรือว่ามากับเพื่อน แล้วอยากหาที่เที่ยวเกาหลีสนุกๆ ที่มีกิจกรรมให้ทำได้ทั้งวัน แนะนำให้มาเที่ยวที่ล็อตเต้ เวิลด์ เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ และโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลี ซึ่งจะมีโซนเครื่องเล่นแบบในร่ม และกลางแจ้ง เหมาะกับการมาใช้เวลาร่วมกับครอบครัว หรือใครอยากจะมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนก็ได้ จะมีหลากหลายโซนมากมาย ทั้งเครื่องเล่นหวาดเสียวระทึกใจ หรือว่าลานไอซ์สเก็ตขนาดใหญ่ รวมถึงโชว์พาเหรดมากมาย รวมถึงร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ก็รวมมาให้ครบที่เดียว

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 23.00 น.

    #5
    DDP LED Rose Garden

    หากเห็นคนอัพลงโซลเชี่ยลด้วยการถ่ายรูปกับทุ่งดอกกุหลาบเรืองแสงในตอนกลางคืน ให้รู้ไว้เลยว่าสถานที่นั้นก็คือ “Dongdaemun Design Plaza (DDP)” หนึ่งในโครงการของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ตั้งใจทำอาคารแห่งนี้ ให้กลายมาเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเกาหลีใต้ โดยจุดเด่นก็คือ LED Rose Garden หรือทุ่งดอกกุหลาบที่ทำจากหลอดไฟ LED ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดแสดงแค่บางช่วงเท่านั้น แต่ในตอนนี้ทางรัฐบาลเกาหลีได้ประกาศให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม และถ่ายรูปกันได้ตลอดทั้งปีแล้ว โดยการเปิดไฟจะเปิดตั้งแต่ช่วง 17.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน

    วันและเวลาเปิดปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

    #6
    ย่านเมียงดง
    (Myeong-dong)

    เอาใจสายช้อปปิ้งกันหน่อยด้วยย่านวัยรุ่นสุดคูลของเกาหลี ย่านเมียงดง ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นคล้ายๆ กับสยามแสควร์บ้านเรา แต่มีร้านให้เลือกช้อปปิ้งทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ รวมไปถึงร้านอาหารให้เลือกเยอะมากๆ บอกได้เลยว่าถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวเกาหลี แต่พอตกเย็นก็นึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี มาเดินเล่นที่ย่านเมียงดงนั้นไม่ผิดหวังแน่นอน แถมยังจะได้ของติดไม้ติดมือกลับไปบ้านอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือมีสตรีทฟู้ดให้เลือกกินเพียบ ใครที่ชอบกินสตรีทฟู้ดราคาไม่แพง รสชาติอร่อยต้องไม่พลาด

    #7
    เกาะนามิ
    (Namiseom Island)

    อยากสัมผัสถึงความงดงามของธรรมชาติ ให้ลองมาเที่ยวที่เกาะนามิกันดู เพราะเกาะนามินั้นขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศนที่สวยงดงามเป็นอย่างมาก โดดเด่นทั้งในช่วงหน้าร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยเกาะแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากการสร้างเขื่อน มีลักษณะของเกาะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว หากใครที่อยากมาเที่ยวเกาะนามิ ก็สามารถซื้อทัวร์แบบวันเดย์ทริป หรือว่านั่งเรือข้ามมาได้ ใช้เวลาเที่ยววันเดียวก็เที่ยวครบ หากอยากสัมผัสธรรมชาติสวยๆ ไปเที่ยวเกาะนามิรับรองไม่ผิดหวัง

    #8
    ชายหาดแฮอึนแด
    (Haeundae Beach)

    ถามถึงชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอันดับหนึ่งของเกาหลี ก็ต้องยกให้กับชายหาดแฮอึนแด เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ความโดดเด่นก็คือการเป็นชายหาดที่ทอดยาว มีความยาวมากถึง 1.5 กิโลเมตรด้วยกัน โดยรอบของชายหาดจะเต็มไปด้วยที่เที่ยวเกาหลี และแลนด์มาร์คมากมาย นับว่าเป็นที่เที่ยวที่ค่อนข้างฮิต เพราะจะชอบมีงานเทศกาล หรือมีการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ชายหาดแห่งนี้ตลอดทั้งปี ใครที่อยากมาเดินเล่น ทำกิจกรรมทางน้ำ หรือมาถ่ายรูปเช็คอินกับแลนด์มาร์ค ชายหาดแฮอึนแดมักจะอยู่ในตัวเลือกลำดับต้นๆ

    #9
    ตลาดปลาจากัลจิ
    (Jagalchi Market)

    อยากกินปลาสดๆ ก็ต้องมาเลือกซื้อปลากันที่ตลาดปลาจากัลจิ ที่ถือว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงอย่างมากของเกาหลีใต้ มีขายทั้งอาหารทะเลในรูปแบบสด ที่สามารถเลือกมาชั่งน้ำหนัก แล้วให้ทางร้านปรุงสุกกันเดี๋ยวนั้น หรือว่าจะซื้อเป็นแบบตากแห้ง รวมถึงซื้อไปประกอบอาหารเองก็ได้อีกเช่นกัน ถือว่าเป็นที่นิยมมากเพราะคุณจะได้กินปลา และอาหารทะเลสดๆ ในราคาที่ไม่แพง ที่สำคัญคือมีให้เลือกหลากหลาย ที่นิยมมากที่สุดก็คือปู King Grab ที่มีให้เลือกหลายไซส์ หลายขนาดด้วยกัน

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 22.00 น. เปิดให้บริการทุกวัน

    #10
    วัดแฮดง ยงกุงซา
    (Haedong Yonggungsa Temple)

    กำลังมองหาโลเคชั่นธรรมชาติอันงดงามสำหรับถ่ายรูป วัดแฮดง ยงกุงซา ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับวัดนี้ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองปูซาน โดดเด่นด้วยการตั้งอยู่ริมทะเล ทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศนสวยๆ ริมทะเลจากวัดนี้ได้ โดยวัดนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1970 อยู่บนเนินเขาที่ตั้งอยู่ริมทะเล ได้มีการบูรณะใหม่มาจนถึงปัจจุบัน คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปที่วัดนี้ในช่วงปีใหม่ เพื่อขอพรสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และชมพระอาทิตย์แรกของปีในยามเช้า

    วันและเวลาเปิดปิด: 05.00 – 19.00 น.

    #11
    หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน
    (Gamcheon Culture Village)

    รองจากโซล ก็มีปูซานนี่แหละ ที่เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจของเกาหลี หากใครที่ไปปูซาน ไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) นับว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งสำคัญของปูซานเลยทีเดียว หรือที่ใครหลายๆ คนเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า หมู่บ้านสีพาสเทล หมู่บ้านที่เกิดขึ้นมาจากการย้ายถิ่นฐานในครั้งที่เกิดสงครามของชาวเกาหลี และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเกาหลีที่สำคัญ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีจุดถ่ายรูปต่างๆ ร้านขายของที่ระลึก และคาเฟ่มากมาย

    #12
    หมู่บ้านชอนจู ฮันอก
    (Jeonju Hanok Village)

    เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของประเทศเกาหลี ก็คือวัฒนธรรม และประเพณีของเกาหลีใต้ที่ยังคงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบันนี้ รวมไปถึงที่เที่ยวอันสวยงามอย่างหมู่บ้านชอนจู ฮันอก (Jeonju Hanok Village) หมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองชอนจู มีอายุมากกว่า 800 ปีนี้ ที่ยังคงมีการรักษาบ้านเรือน และคงสภาพความเก่าแก่ดั้งเดิมเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ เป็นโลขั่นหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูป เพราะคุณจะได้ฉากหลังเป็นหมู่บ้านโบราณสวยๆ ที่ทรงคุณค่า และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นเกาหลี

    วันและเวลาเปิดปิด: 24 ชั่วโมง และเปิดให้เข้าชมทุกวัน

    #13
    อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน
    (Seoraksan National Park)

    ชอบความเป็นธรรมชาติ อยากถ่ายรูปกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ที่ด้านหลังเป็นฉากภูเขา ให้มาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังถูกจัดให้เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ จากรัฐบาลเกาหลีอีกด้วย และเป็นพื้นที่เขตสงวนพื้นที่ทางชีวภาพจากองค์การยูเนสโก ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาตินี้ คือความหลากหลายทางชีวภาพ และมีธรรมชาติที่แสนสวยงาม คนส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะได้เห็นความสวยงามของใบไม้หลากสี

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 18.00 น.

    #14
    สวนสาธารณะฮานึล
    (Haneul Park)

    มาเที่ยวเกาหลีทั้งที ถ้าอยากมีภาพคู่กับธรรมชาติไปอวดเพื่อนในโซเชี่ยล ปักหมุดไว้ที่สวนสาธารณะฮานึล (Haneul Park) รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะว่าสวนนี้ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเกาหลีเองเป็นจำนวนมาก ไฮไลท์จะอยู่ที่วิวสวยๆ ซึ่งคุณจะได้เห็นทางผ่านของทุ่งหญ้า มีวิวฉากหลังเป็นภูเขา พร้อมกับมีผีเสื้ออาศัยอยู่มากมาย เหมาะกับการมาถ่ายรูปกับวิวสวยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังเป็นที่นิยมในช่วงที่ทุ่งหญ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง ที่จะเกิดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น

    วันและเวลาเปิดปิด: 09.00 – 18.00 น. เปิดทุกวัน

    #15
    อันยาง อาร์ต ปาร์ค
    (Anyang Art Park)

    กำลังมาแรงเลยกับที่เที่ยวอันยาง อาร์ต ปาร์ค (Anyang Art Park) ฮอตฮิตเป็นอย่างมาก คนส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูปกันที่สวนแห่งนี้ โดดเด่นด้วยมุมมหาชนหลายมุม ที่อัพลงโซเชี่ยลกันรัวๆ จนทำให้หลายคนปักหมุดที่เที่ยวเกาหลีนี้ เอาไว้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาเช็คอิน แนะนำว่าหากใครที่อยากไปถ่ายรูปที่สวนศิลปะนี้ ให้ไปเช้าหน่อย เพราะงานศิลปะบางชิ้นก็ปิดเร็ว หลังจาก 18.00 น. เป็นต้นไปก็จะไม่ให้ถ่ายรูปนั่นเอง

    วันและเวลาเปิดปิด: เปิด 24 ชั่วโมง

    #16
    สวนยางจูนาริ
    (Yangju Nari Park)

    อยากมีรูปถ่ายกับดอกมูห์ลีย์สวยๆ สวนยางจูนาริ (Yangju Nari Park) คือจุดหมายปลายทางในลำดับถัดไป ที่คุณควรใส่ไว้ในลิสต์ เพราะสวนนี้เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเกาหลีที่ได้รับความนิยมมาก เป็นจุดเช็คอินที่ใครๆ ก็ล้วนแต่แห่กันมาถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสีชมพูสวยๆ นอกจากดอกมูห์ลีย์แล้วนั้น ก็ยังมีทุ่งดอกโคเคีย ที่มีลักษณะเป็นพุ่มๆ เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวสวนยางจูนารินี้ ก็ล้วนแต่มาถ่ายรูปด้วยกันทั้งสิ้น

    #17
    อุทยานแห่งชาติแดดุนซาน
    (Daedunsan)

    ได้มีโอกาสมาเที่ยวเกาหลีในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อยากให้มาชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีทั้งหุบเขากันที่อุทยานแห่งชาติแดดุนซาน (Daedunsan) เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้ คือใบไม้ทั้งหมดจะมีการเปลี่ยนมี มีทั้งสีส้ม แดง เหลืองสลับกันไป ก่อเกิดเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีแล้วนั้น ยังมียอดเขาสวยๆ แปลกตา และถ้ำชื่อดังอีกมากมายด้วยภายในอุทยานแห่งชาตินี้

    #18
    เกาะเชจู
    (Jeju Island)

    สถานที่เที่ยวเกาหลีชื่อดังอีกหนึ่งแห่งก็คือ เกาะเชจู (Jeju Island) เป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ และธรรมชาติเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าแบรนด์สกินแคร์บางแบรนด์ ได้เคลมว่าใช้วัตถุดิบออกกานิกส์ที่ปลูกบนเกาะเชจูเท่านั้น โดยเกาะนี้ได้เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้พื้นดินบนเกาะนี้ ปลูกอะไรก็เจริญงอกงาม เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุในดิน ที่สำคัญคืออากาศบนเกาะนั้นเย็นสบาย สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลย

    #19
    ลานชองกเยพลาซ่า
    (Cheonggye Plaza)

    ต้องยอมรับเลยว่าเกาหลีใต้นั้น เก่งในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ หรือการสร้างแลนด์มาร์คใหม่ขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะว่าลานชองกเยพลาซ่า (Cheonggye Plaza) ก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ว่านี้ โดดเด่นด้วยลานน้ำพุประดับไฟหลากสีสัน ที่มีความยาวประมาณ 4 เมตร อันเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเกาหลีใต้ ได้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล

    #20
    สวนสนุกเอเวอร์แลนด์
    (Everland)

    ปิดท้ายด้วยสวนสนุกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ล้อตเต้เวิลด์กันเลยทีเดียว กับสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ นับว่าเป็นสวนสนุกกลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องเล่นนานาชนิด มีทั้งโซนสำหรับเด็ก เครื่องเล่นสำหรับเด็ก และครอบครัว เครื่องเล่นหวาดเสียว โดยความพิเศษของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ คือจะมีสวนดอกไม้อันสวยงาม ที่สามารถเข้าชมกันได้ตลอดทั้งปี และสวนสัตว์อยู่ภายในสวนสนุกแห่งนี้อีกด้วย

    วันและเวลาเปิดปิด: 10.00-21.00 น.

    อย่ารอช้าวันหยุดที่กำลังจะถึง ให้เตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี แล้วแพลนเที่ยวให้ดี ใครที่ยังไม่มีไอเดีย ก็สามารถนำลิสต์ที่เที่ยวเกาหลีดีต่อใจทั้งหมดนี้มาเลือกดู แล้ววางแพลนเที่ยวเกาหลีกันได้เลย แค่จองตั๋วเครื่องบินแล้วแพคกระเป๋า ชาร์จแบตกล้องให้พร้อม ทริปเกาหลีกำลังรอคุณอยู่!

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    You cannot copy content of this page
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?