Home > ไลพ์สไตล์ > ท่องเที่ยว > ที่เที่ยว > 10 ที่เที่ยวโตเกียว ห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี 2021

10 ที่เที่ยวโตเกียว ห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี 2021

ที่เที่ยวโตเกียว new
หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!

ADVERTISEMENT


โตเกียว หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความครบเครื่องในทุกๆเรื่อง บางครั้งเมืองแห่งนี้ก็เป็นเมืองที่หรูหราดูดีมีเสน่ห์ แต่บางมุมก็มีความคลาสสิคซ่อนอยู่มากมายจนสาธยายไม่หมด ดังนั้น 10 ที่เที่ยวโตเกียว ห้ามพลาดในแต่ละฤดู ในปี 2021 บทความนี้จะขอตีแผ่เรื่องราวต่างๆในมุมที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ ยกตัวอย่างเช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ในกระแสและแหล่งท่องเที่ยวที่มีการอัพเดท การเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศของโตเกียวในแต่ละช่วงเวลา และ เทศกาลและกิจกรรมที่น่าสนใจในแต่ละเดือนอย่างละเอียด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจก่อนเลือกออกไปเผชิญกับประสบการณ์ในแหล่งท่องเที่ยวของจริงในกรุงโตเกียวในปี 2021 นี้นั่นเอง

วิธีเดินทางคร่าวๆในโตเกียว

การเดินทางในกรุงโตเกียวโดยบริการพาหนะสาธารณะนั้นมีหลายแบบ หลายประเภท อาทิเช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถราง และรถโดยสารประจำทาง อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการหลายบริษัททั้งรัฐบาลและเอกชนอีกด้วย เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจเราจะนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับบัตรเดินทางประเภทต่างๆโดยสังเขป

1. Tokyo Metro-24 hour Ticket

บัตร tokto metro-24 hour ticket

ราคา Tokyo Metro-24 hour Ticket
เริ่มต้นที่
231 บาท

บัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายแบบ 24 ชั่วโมง บัตรประเภทนี้ถือว่ามีความคุ้มค่าและราคาประหยัดที่สุดสำหรับใครที่อยากท่องเที่ยวในโตเกียวด้วยรถไฟใต้ดิน โตเกียว เมโทร ที่เปิดบริการ 9 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางในย่านสำคัญเกือบทั้งหมด ข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่เราพบคือไม่สามารถใช้ร่วมกับรถไฟใต้ดินโทเอ ได้นั่นเอง

2. Toei Marugoto Kippu

บัตรเดินทางเหมาจ่ายแบบ 1 วัน ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของ Tokyo Metro-24 hour Ticket สิทธิ์พิเศษของผู้ถือบัตรประเภทนี้คือสามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถบัสที่ให้บริการโดยบริษัทโทเอ เท่านั้น ข้อเสียที่สำคัญก็คือไม่สามารถครอบคลุมเส้นทางต่างๆในกรุงโตเกียวได้ครบถ้วนเหมือนบัตรประเภทอื่นๆนั่นเอง

3. SEIBU 1,2 Day Pass

seibu day pass

ราคา SEIBU 1,2 Day Pass
เริ่มต้นที่
244 บาท

บัตรเดินทางแบบเหมาจ่าย 1 หรือ 2 วัน จัดมาให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในแถบชานเมือง โดยเฉพาะจังหวัดไซตามะซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามน่าเยี่ยมชมอยู่หลายแห่ง ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของบัตรประเภทนี้ก็คือไม่ครอบคลุมการเดินทางภายในกรุงโตเกียว รวมถึงใช้บริการได้กับรถไฟของ SEIBU เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

4. JR Tokyo Wide Pass

บัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายมีอายุเดินทาง 3 วัน สามารถใช้บริการรถไฟ JR Railways และ TOBU ได้ทุกเส้นทาง อีกทั้งยังสามารถใช้บริการรถไฟจากสนามบินเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงสามารถใช้บริการรถไฟหัวกระสุนความเร็วสูงอย่างชินงันเซน ได้อีกด้วย ข้อดีของบัตรใบนี้ถือว่าคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่เน้นออกไปนอกเมืองเป็นหลัก เพราะท่านสามารถเดินทางไปได้ทั้ง 8 จังหวัดในภูมิภาคคันโต ด้วยบัตรใบนี้ใบเดียวนั่นเอง ส่วนข้อเสียของบัตรประเภทนี้คือไม่สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดิน รถบัส และรถของบริษัทอื่นๆได้ ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมการเดินทางในกรุงโตเกียวได้ครบทุกพื้นที่เป็นต้น

5. Tokyo Free Kippu

อีกหนึ่งบัตรท่องเที่ยวสุดคุ้มที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในภูมิภาคันไซ ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดตอนกลางและตะวันตกของเกาะฮอนชู ได้แก่ จังหวัดชิงะ (Shiga), จังหวัดนารา (Nara), จังหวัดวากายะมะ (Wakayama), จังหวัดเกียวโต (Kyoto), จังหวัดโอซาก้า (Osaka) จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) และจังหวัดโอซาก้า (Osaka) เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกนอกตัวเมืองโอซาก้า หรือมีแผนการเดินทางข้ามเมืองบ่อยๆ เนื่องจากสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตร Kansai Thru Pass ก็มีความคล้ายคลึงกับ Osaka Amazing Pass ที่ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางโดย รถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัส(บางเส้นทาง) และรถราง แต่จะมีความพิเศษกว่าคือสามารถใช้ได้กับขนส่งมวลชนที่กล่าวมาข้างต้นในทุกเมือง ทั่วทั้งเขตคันไซ รวมถึงสิทธิพิเศษในการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคนี้ถึง 350 แห่ง ทั้งนี้ยังไม่รวมกับส่วนลดหรือโปรโมชั่นต่างๆของร้านค้าที่เป็นพันธมิตรของบัตรประเภทนี้ สุดท้ายสิ่งที่บัตร Kansai Thru Pass เหนือกว่าบัตรอื่นๆก็คือ นักท่องเที่ยวสามารถบริหารวันและเวลาที่ใช้บัตรได้ตามความเหมาะสมไม่จำเป็นต้องรีบใช้ให้หมด กล่าวได้ว่าการตอกบัตรหนึ่งครั้งมีระยะเวลาครอบคลุมการใช้ 1 วัน โดยนักท่องเที่ยวสามรถเดินทางได้ในทุกเส้นทางที่กำหนดไว้ หากยังไม่มีการตอกใช้ในวันถัดไปจำนวนระยะเวลาจะยังคงเหลืออยู่ตามจริงนั่นเอง

6. Tokunai Pass

บัตรเดินทางแบเหมาจ่ายมีอายุการเดินทาง 1 วัน เป็นบัตรในฝันของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพิชิตแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในย่านสำคัญของกรุงโตเกียวให้ครบ เพราะด้วยเงื่อนไขของบัตรใบนี้ท่านสามารถเดินทางไปได้เกือบทุกสถานีที่มีรถไฟให้บริการ ใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินแบบฟินสุดๆ แต่อาจต้องสะดุดเล็กน้อยเพราะข้อด้อยของบัตรใบนี้คือไม่สามารถครอบคลุมการเดินทางที่ไกลห่างออกไปจากมหานครโตเกียวนั่นเอง

7. Greater Tokyo Pass

บัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายมีอายุเดินทาง 3 วัน เป็นบัตรที่มีเงื่อนไขการใช้งานสูสีกับ JR Tokyo Wide Pass ครอบคลุมเส้นทางการเดินทางมากที่สุดในกรุงโตเกียว อีกทั้งยังสามารถใช้ท่องเที่ยวได้อีก 6 จังหวัดในเขตภูมิภาคคันโต ข้อดีของบัตรประเภทนี้คือใช้บริการขนส่งสาธารณะได้เกือบทุกบริษัท ยกเว้นรถไฟ JR และ Yuriamome บางเส้นทาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชีพจรลงเท้าที่อาจจะใช้เวลาบนระบบขนส่งสาธารณะมากกว่าในที่พักนั่นเอง ถ้าต้องการความสมดุลย์ของการเดินทางบัตรใบนี้ถือว่าคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสมเลยทีเดียว

8. Tokyo Subway Ticket

บัตรเหมาจ่ายที่มีอัตราการคิดค่าบริการแปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน เพราะไม่ได้เหมากันเป็นวันแต่คิดเวลาตามจริงรายชั่วโมงนั่นเอง ข้อดีของบัตรใบนี้คือสามารถครอบคลุมการเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ซึ่งรถไฟใต้ดินสามารถสัญจรไปถึง โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองแทบจะครบจบในบัตรเดียว แต่ข้อเสียของบัตรใบนี้คือไม่สามารถใช้บริการร่วมกับการเดินทางแบบอื่นได้เลยนั่นเอง

#1
ที่เที่ยวโตเกียว
บ่อน้ำพุร้อนโอเอโดะโมโนกาตาริ
(Oedo Onsen Monogatari)

Oedo Onsen Monogatari - ที่เที่ยวโตเกียว

บัตรเข้า บ่อน้ำพุร้อนโอเอโดะโมโนกาตาริ
เริ่มต้นที่
559 บาท

หากกล่าวถึงแหล่งน้ำพุร้อนทีมีชื่อเสียงในโลกแล้วประเทศญี่ปุ่นนั้นยืนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากภูมิประเทศของญี่ปุ่นเปรียบเสมือนภูเขาไฟลอยน้ำ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากที่นี่จะมีบ่อน้ำพุร้อนกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นแห่ง ทำให้คนญี่ปุ่นนั้นรู้สึกผูกพันกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ในอดีตและในปัจจุบันผู้คนก็ยังนิยมใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนสาธารณะกันอย่างล้นหลามเช่นเดิม ในกรุงโตเกียวมีบ่อน้ำพุร้อนให้เลือกใช้บริการด้วยกันหลายแห่ง แต่ในนาทีนี้คงไม่มีที่ไหนคุ้มค่าต่อการเสียสละเวลามาใช้บริการเท่ากับ บ่อน้ำพุร้อนโอเอโดะโมโนกาตาริ อีกแล้ว

ค่าเข้า/บริการ : 
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,500 เยน
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับเด็กราคา 800 เยน

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว : ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้การเดินทางได้ 3แบบ ได้แก่

  1. ใช้บริการรถไฟสาย Yurikamome ลงที่สถานี Telecom Center และโดยสารรถ shuttle bus ไปยังบ่อน้ำพุร้อนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  2. ใช้บริการรถไฟสาย Rinkai (สายสีเขียว) มาลงที่สถานี Tokyo Teleport Station และโดยสารรถ shuttle bus ไปยังบ่อน้ำพุร้อนประมาณ 7 นาที ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  3. ใช้บริการรถบัสจากสถานี Hamamatsucho ช่องทางเดินรถที่ 9 เพื่อไปลงปลายทางที่ Oedo Onsen Monogatari ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 20 นาที

จุดเด่น

เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่จัดแต่งในบรรยากาศแบบสวนสนุกย้อนยุค ราวกับได้เที่ยวอยู่ในงานวัดในยุคสมัยเอโดะ
มีบ่อน้ำร้อนให้เลือกใช้บริการหลายรูปแบบ อาทิเช่น บ่ออาบน้ำขนาดใหญ่แบกแยกหญิงชาย ทั้งแบบ indoor และ Open-Air
Kinu-No-yu อ่างอาบน้ำที่มีฟองอากาศแบบไมโครนาโน มีอานุภาคเล็กเล็กมาก มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อและเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
Rock Salt Sauna ห้องซาวน่าหินเกลือสุดแสนพิเศษโดยการใช้หินจากเทือกเขาหิมาลัยซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้ผู้มาใช้บริการรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี
อ่างแช่เท้าขนาดใหญ่ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนญี่ปุ่น
เปิดบริการ 24 ชั่วโมง มีเลาจ์นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้บริการนักท่องเที่ยวแบบครบครัน
สามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมการละเล่นต่างๆในโซนเกมส์เซนเตอร์
มีร้านอาหารแบบสตรีทฟู้ดส์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว
มีสนามฟุตซอลไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ออกกำลังกายด้วยเช่นกัน

#2
ที่เที่ยวโตเกียว
หอคอยโตเกียว
(Tokyo Tower)

ที่เที่ยวโตเกียว - Tที่เที่ยวโตเกียว - Tokyo Towerokyo Tower

บัตรเข้าชม หอคอยโตเกียว
เริ่มต้นที่
335 บาท

สถาปัตยกรรมฝาแฝดของหอไอเฟล ที่มีอายุน้อยกว่ากันหลายร้อยปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงย่านที่รุ่งเรืองด้วยศิลปะวัฒนธรรมอันล้ำค่าและเขตธุรกิจการค้าที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่น่าประทับใจสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิซังได้อย่างชัดเจน

ค่าเข้า/บริการ : 
ค่าบริการเข้า Main Deck สำหรับผู้ใหญ่ราคา 900 เยน เด็กโต 500เยน เด็กเล็ก 400 เยน
ค่าบริการเข้า Top Deck สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 2,800 เยน สำหรับเด็กโต 1,800 เยน และเด็กเล็ก 1,200 เยน

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว : ดอกซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน

โตเกียวทาวเวอร์สีฟ้าในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

โตเกียวทาวเวอร์สีส้ม ในช่วงฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศิจายนเป็นต้นไป

ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว ทาวเวอร์ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม

การเดินทาง : วิธีเดินทางที่ง่ายที่สุดคือใช้บริการรถไฟใต้ดินโทเอ(To-ei) สาย Oeda มาลงที่สถานี Akabanebashi ท่านจะสามารถมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ได้จากประตูทางออกของสถานีเลยทีเดียว

จุดเด่น

มีจุดชมวิว 2 จุดไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว จุดแรกเรียกว่า Main Deck มีระดับความสูง 150 เมตร ส่วนจุดที่ 2 คือ Top Deck มีระดับความสูอยู่ที่ 250 เมตร
ภายในหอคอยจะมีจุดชมวิวที่เรียกว่า Look Down Window ที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นพื้นล่างแบบโปร่งใสเอาใจคนกล้าที่ชอบท้าความสูง
ในช่วงฤดูกาลดอกซากุระบานจะมีการตกแต่งแสงสีด้วยวิธีการไลท์อัพ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปบนจุดชมวิวโดยการพิชิตบันได้ที่มีความสูงกว่า 600 ขั้น
สาวกการ์ตูนมังงะและแอนิเมชั่นไม่ควรพลาดเยี่ยมชมสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนชื่อดังอย่าง วันพีช ในบริเวณโตเกียว วันพีช ทาวเวอร์นั่นเอง
อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งอาทิเช่น วัดโซโจจิ และย่านการค้าและความบันเทิงชื่อดัง รปปงงิ เป็นต้น

#3
ที่เที่ยวโตเกียว
มาเธอร์ฟาร์ม
(Mother Farm)

ที่เที่ยวโตเกียว - Mother Farm

บัตรเข้าชม มาเธอร์ฟาร์ม
เริ่มต้นที่
418 บาท

ฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 250 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชิบะ ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 68 กิโลเมตร ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยหน้าแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆเลยทีเดียว

ค่าเข้า/บริการ : 
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,500 เยน
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับเด็กราคา 800 เยน
*หมายเหตุราคาเหล่านี้ไม่รวมกิจกรรมบางประเภทที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม*

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว : กลางเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม

การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟ JR Railways Limited Express จากสถานีโตเกียวซึ่งจะจอดรับผู้โดยสารเพียง 4 สถานีเท่านั้น ไปยังจุดหมายปลายทางที่สถานี Kimitsu ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 9 นาที มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500-2,800 เยน จากนั้นใช้ประตูทางทิศใต้เพื่อออกจากสถานีรถไฟไปต่อรถบัสที่ป้ายจอดรถบัสหมายเลข 1 รถจะวิ่งตรงไปยังฟาร์มโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีค่าบริการยู่ที่ 700 เยนต่อเที่ยว

จุดเด่น

กิจกรรมเด่นคือการให้อาหารสัตว์พร้อมทั้งสามารถสัมผัสพวกมันได้แบบตัวเป็นๆ
ชมการแสดงสุนัขต้อนแกะที่มีเพียง 1 รอบต่อวัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถลงไปสัมผัสกับบรรยากาศท่ามกลางฝูงแกะนับน้อยตัวแบบสุดใกล้ชิดได้อีกด้วย
ชมการแสดงอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น กิจกรรมการแสดงจากฝูงเป็ด และกิจกรรมวิ่งไล่จับลูกหมูที่เลื่องชื่อของที่นี่ หรือนักท่องเที่ยวท่านใดมีความประสงค์จะขี่ม้า หรือวัวก็มีไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
จบจากโซนปศุสัตว์ก็มาต่อกันที่โซนผลไม้ที่ปลูกเรียงรายอยู่ในกระโจมสวยงาม อีกทั้งยังผลิดอกออกผลเบ่งบานให้นักท่องเที่ยวได้เก็บมารับประทานในทุกช่วงฤดูกาลอีกด้วย
อีกหนึ่งโซนไฮไลท์ที่สายสโลว์ไลฟ์ไม่ควรพลาด ได้แก่ ทุ่งดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตคันโตทอดยาวสุดลูกหูลูกตาน่าดูชมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะดอกเรปซีด หรือดอกคาโนล่า ถือเป็นไฮไลท์สุดคุ้มค่าที่คุณคู่ควรจริงๆ

#4
ที่เที่ยวโตเกียว
ร้านน้ำชาโอโมริชายะ
(Omori Chaya)

ที่เที่ยวโตเกียว - Omori Chaya2

บัตรเข้าชมกิจกรรมร้านน้ำชาโอโมริชายะ
เริ่มต้นที่
2,489 บาท

โอโมริเป็นย่านขนาดเล็กตั้งอยู่ในแขวงโอตะ พื้นที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายร้อยปีเนื่องจากในอดีตเป็นศูนย์กลางการเพาะปลูกสาหร่ายและแปรรูปสาหร่ายตากแห้งแห่งสำคัญ ทำให้ย่านโอโมริเป็นเขตการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก จึงเกิดโรงน้ำชามากมายในบริเวณนี้เพื่อบริการให้กับบรรดาเหล่านักเดินทางต่างถิ่นมักจะแวะเวียนมาพักผ่อนและใช้บริการโรงน้ำชาเพื่อพบปะสังสรรค์อยู่เสมอ แต่เมื่อวันเปลี่ยนเวียนผ่านโรงน้ำชาในอดีตถูกแทนที่ด้วยคาเฟ่ทันสมัย กลุ่มผู้ประกอบอาชีพโรงน้ำชาและเกอิชาที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าจึงเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนี้ ส่งผลให้พวกเขาแทบจะหายสาบสูญไปจากกรุงโตเกียวเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันที่นี่จะเปลี่ยนไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่คู่ย่านที่เป็นศูนย์กลางของเหล่าเกอิชาก็คือ ร้านน้ำชาโอโมริชายะ ที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีอย่างมั่นคง อาจจะกล่าวได้ว่าทีนี่เปรียบเสมือนลมหายใจสุดท้ายของโรงน้ำชาในกรุงโตเกียวก็ว่าได้

ค่าเข้า/บริการ : 
อัตราการคิดค่าบริการจะแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่รอบกลางวัน และรอบค่ำ
รอบกลางวัน มี 2 ราคา ได้แก่ ราคามาตรฐาน(มีเครื่องดื่มและของว่างให้บริการ) 9,000 เยน/คน
ราคาพรีเมียม(มีบริการอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม) 12,000 เยน/คน

รอบหัวค่ำ เป็นรอบเหมารับได้เพียงคณะเดียวต่อวันเท่านั้น ราคาขึ้นอยู่กับการตกลงกันของลูกค้าและโรงน้ำชา

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว : ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : ใช้บริการรถไฟ JR Railways จากสถานีโตเกียวหรือสถานีใดก็ได้ทีมีรถไฟสาย Keihin – Tohoku ผ่าน เพื่อลงปลายทางที่สถานี Omori ใช้เวลาเดินทาง 16 นาที และใช้ทางออกจากสถานีไปตามเส้นทางบนถนน Pipo อีก 350 เมตร ร้านโอโมริชายะจะอยู่ทางซ้ายมือตรงสี่แยกที่ถนน Pipo และถนนศาลเจ้าตัดกันพอดี ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอยู่ที่ 230-240 เยน/เที่ยว หากท่านใดถือบัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายที่สามารถใช้บริการรถไฟในเส้นทางนี้ได้ จะสามารถเดินทางได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

จุดเด่น

ร้านน้ำชาที่มีบริการแบบโรงน้ำชาในยุคดั้งเดิม
มีการแสดงของเกอิชา อย่างเช่นการร้องเพลง การเล่นเครื่องดนตรีญี่ปุ่น การเต้น และกิจกรรมท่สร้างความบันเทิงต่างๆเป็นต้น
นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำกิจกรรมกับเกอิชาได้ อาทิเช่น เล่นเกมส์ลับสมองประลองปัญญา หรือเต้นในกิจกรรมเข้าจังหวะเป็นต้น
มีอาหารว่างและเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

#5
ที่เที่ยวโตเกียว
สวนอูเอโนะ
(Ueno Park)

ที่เที่ยวโตเกียว - Ueno Park

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 5 แสนตารางเมตร เป็นสวนสาธารณะที่ถูกสร้างขึ้นในเขตพระราชฐานของสมเด็จพระจักรพรรดิไทโชในปีค.ศ. 1924 มีชื่อภาษาญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการว่า Ueno Onshi Koen แปลว่าของขวัญจากสมเด็จพระจักรพรรดิ ได้รับการจดทะเบียนเป็นสวนสาธารนะแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น มีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆมากมายกระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่สวนและบริเวณโดยรอบ อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญถึง 3 แห่ง ,สถาปัตยกรรมโบราณ , สวนสัตว์ ตลอดจนถึงร้านอาหารและร้านค้าชื่อดังอีกนับไม่ถ้วน

ค่าเข้า/บริการ : ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว: ชมซากุระบานช่วงฤดูใบไม้ผลิในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน

การเดินทาง : สามารถใช้บริการรถไฟ JR Railways จากสถานีใดก็ได้เพื่อไปลงปลายทางสถานี Ueno จากนั้นให้ใช้ทางออกไปสวนสาธารณะ หรือทางออกชิโนบาสุก็ได้ โดยสวนสาธารณะจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางออกสถานีพอดี

จุดเด่น

ชมความงามยามดอกซากุระบานที่มีจำนวนมากถึง 1,200 ต้นในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน
พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกอันล้ำค่า
สระน้ำชิโนบาซุ สระขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว้างถึง 65 ไร่ มีเกาะกลางน้ำเป็นที่ตั้งของเจดีย์หกเหลี่ยมเบนเท็นโดที่มีความสวยงาม
สวนสัตว์อูเอโนะ เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นที่มีตัวชูโรงเป็นหมีแพนด้าหน้าตาจิ้มลิ้มนั่นเอง

#6
ที่เที่ยวโตเกียว
โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท
(Tokyo Disney Resort)

ที่เที่ยวโตเกียว - Tokyo Disney Resort

แหล่งท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยจินตนาการแห่งนี้ เป็นสวนสนุกแห่งแรกที่ได้รับลิขสิทธิ์และออกแบบโดย บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ที่ตั้งอยู่นอกเขตประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นสวนสนุกแห่งแรกและแห่งเดียวที่วอลท์ ดิสนีย์ ไม่ได้เป็นเจ้าของอีกด้วย ถึงแม้สวนสนุกแห่งนี้จะได้รับอิทธิพลมาจากดิสนีย์แลนด์เป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนสวนสนุกในเครือดิสนีย์แห่งใดในโลกคือการผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นลงไปในส่วนต่างๆอย่างลงตัวนั่นเอง

ค่าเข้า/บริการ :
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 7,500 เยน
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับเด็กโตราคา 6,500 เยน
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับเด็กเล็กราคา 4,500 เยน

*บัตรผ่านประตูสามารถใช้ได้ 1 วัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.30 ใช้ได้ทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์ซี*

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว : ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : เดินทางจากสถานีโตเกียว โดยใช้บริการรถไฟ JR สาย Keiyo/Musashino ไปยังปลายทางสถานี Maihama ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 17 นาที มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 220 เยนต่อเที่ยว สำหรับท่านที่มีบัตรโดยสารพาสต่างๆที่ใช้กับรถไฟ JRได้ สามารถเดินทางได้ฟรีโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

จุดเด่น

สร้างบนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 290 ไร่ เปรียบเสมือนได้กับเมืองขนาดย่อมๆที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างความบันเทิงมากมายมาไว้ด้วยกัน อาทิเช่น สวนสนุกขนาดใหญ่ในเครือดิสนีย์ 2 แห่ง , โรงแรมที่พักดิสนีย์รีสอร์ท, ช็อปปิ้งเซนเตอร์ชื่อดัง Ikspiari Town รวมถึงโรงภาพยนตร์และร้านอาหารจำนวนมาก เป็นต้น
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นต่างๆรวม 16 ชนิด เครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมได้แก่ มอนสเตอร์อิงค์ ไรด์ แอนด์ โก ซีค, สเปซ เมาเท่น และ พูห์ ฮันนี่ ฮันท์ เป็ต้น
โตเกียวดิสนีย์ซี ประกอบไปด้วยเครื่องเล่น 10 ชนิด เครื่องเล่นที่ได้รับความนิยม ได้แก่ เจอร์นีย์ ทู เดอะ เซนเตอร์ ออฟ ดิ เอิร์ธ, อควอโทเปีย และนีโม่ แอนด์ เฟรนด์ ซี ไรเดอร์ เป็นต้น
มีระบขนส่งหลายรูปแบบไว้อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมสวนสนุกทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด อาทิเช่น รถบัส รถราง รถไฟ รวมถึงเรือโดยสาร เป็นต้น
นักท่องเที่ยวสามารถบริหารจัดการเวลาในการเล่นเครื่องเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเสียเวลายืนรอคิว เพราะที่นี่มีบริการบัตร Fastpass ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถกดได้จากตู้บริเวณหน้าเครื่องเล่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

#7
ที่เที่ยวโตเกียว
โตเกียว สกายทรี
(Tokyo Sky Tree)

ที่เที่ยวโตเกียว - Tokyo Sky Tree

บัตรเข้าชม โตเกียว สกายทรี
เริ่มต้นที่
503 บาท

หอคอยที่มีความสูงมากที่สุดในโลกและเป็นสถาปัตยกรรมที่มีขนาดสูงที่สุดเป็นอันดับสองรองจากตึกเบิร์จคาลิฟา ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2011 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการกระจายคลื่นความถี่และสัญญาณต่างๆ สืบเนื่องจากหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ที่ใช้อยู่เดิมมีความสูงไม่เพียงพอต่อภารกิจนี้นั่นเอง นอกจากนี้โตเกียวสกายทรียังถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่มีกิจกรรมต่างให้ทำมากมาย

ค่าเข้า/บริการ :
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 3,000 เยน
ค่าบริการแรกเข้าสำหรับเด็กอายุ 4-11 ปี ราคา 1,500 เยน

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว: ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทางได้แก่

  • ใช้บริการรถไฟใต้ดินสาย Hanzomon หรือ Asakusa มาลงที่สถานี Oshiage
  • ใช้บริการรถไฟปกติ สาย Tobu SKYTREE มาลงที่สถานี TOKYO SKYTREE
  • ใช้บริการรถบัส Sky Tree Shuttle จากสถานีรถไฟและสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิเช่น สถานีโตเกียว สถานีอูเอโนะหรืออาซากุสะ สนามบินฮาเนดะ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์เป็นต้น โดยมีค่าโดยสารประมาณ 220 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 110 เยนสำหรับเด็ก

จุดเด่น

Tembo Deck จุดชมวิวบนหอคอยที่มีความสูงถึง 350 เมตร
Tembo Galleria มิติใหม่แห่งการชมวิวด้วยรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์บนความสูง 450 เมตร
มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ แหล่งท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจบนหอคอยสูง
Sky Tree Café จิบกาแฟแลดูทิวทัศน์มหานครโตเกียวจากร้านกาแฟที่กล่าวกันว่าสูงที่สุดในประเทศ

#8
ที่เที่ยวโตเกียว
วัดเซนโซจิ หรือวัดโคมแดง
(Asakusa Kannon Temple)

ที่เที่ยวโตเกียว - Asakusa Kannon Temple

ทัวร์รถลากรอบอาซากุสะ โตเกียว
เริ่มต้นที่
1,222 บาท

แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในย่านอาซากูซะ เดิมทีศาสนสถานแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่สองจนทำให้สิ่งปลูกสร้างในยุคแรกๆถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี แต่อย่างไรก็ดีทางผู้เกี่ยวข้องได้ทำการบูรณะวัดแห่งนี้ให้กลับมาสวยงามตามอุดมคติเดิม เพราะแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวเมืองโตเกียวมาช้านาน และเป็นสถานที่จัดเทศกาล “เซ็ทซึบัน”ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตนั่นเอง

ค่าเข้า/บริการ : ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว: ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟเส้นทางต่างๆอาทิเช่น รถไฟโทบุสายIsesaki,Ginza,Sukuba Express หรือรถไฟใต้ดินสาย Asakusa มาลงสถานีปลายทาง Asakusa ใช้ทางออก A4 แล้วเดินต่อไปตามป้ายบอกทางเรื่อยๆอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึงประตูอสุนี ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักของวัดแห่งนี้นั่นเอง

จุดเด่น

ประตูอสุนี สถานที่ประดิษฐานโคมแดงขนาดใหญ่อันเลื่องชื่อจุดเช็คอินที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้
เจดีย์สีแดงแบบจีน 5 ชั้น สถานที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนง หรือที่เรารู้จักในนามเจ้าแม่กวนอิมนั่นเอง
เทศกาลเซ็ทซึบัน (Setsubun) เทศกาลปาถั่วเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย จัดขึ้นเป็นประจำในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี
บริเวณรอบๆวัดเซนโซจิมีสินค้าและอาหารพื้นเมืองของญี่ปุ่นจำหน่ายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนนากามิเสะที่อยู่บริเวณประตูสายฟ้ามีขนมพื้นเมืองรสชาติดีจำหน่ายอยู่หลายชนิดด้วยกัน

#9
ที่เที่ยวโตเกียว
ตลาดปลาซึกิจิ
(Tsukiji Fish Market)

ที่เที่ยวโตเกียว - Tsukiji Fish Market

ทัวร์ชิมอาหารและเครื่องดื่มในตลาดปลาสึกิจิ
เริ่มต้นที่
2,782 บาท

ถึงแม้ตลาดปลาและอาหารทะเลสดแบบขายส่งมีความจำเป็นต้องย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ที่ตลาดใหม่ย่านโทโยสุ เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมาเพื่อเปิดทางให้กับการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียวจะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในช่วงกลางปีนี้ ปิดตำนานตลาดปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปโดยปริยาย อย่างไรก็ดีถึงแม้ตัวตลาดสดจะย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้วแต่ร้านอาหารแบบสตรีทฟูดส์ชื่อดังยังคงอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังซูชิซัมไม รวมไปถึงร้านซูชิไดสาขาใหญ่ก็ยังคงอยู่ที่นี่ อีกทั้งร้านอาหารสตรีทฟูดส์ต่างๆก็ยังคงพร้อมใจให้บริการนักท่องเที่ยวกันอย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม

ค่าเข้า/บริการ : ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว: ทุกช่วงเวลา

การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการรถไฟใต้ดินได้ 2 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟใต้ดินสาย Hibiya ไปลงปลายทางที่สถานี Tsukiji หรือใช้บริการรถไฟในเส้นทาง Oeda เพื่อไปลงปลายทางที่สถานี Tsukijishijo ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-10 นาทีขึ้นอยู่กับสถานีต้นทางของผู้โดยสาร มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคิดตามระยะทางจริง

จุดเด่น

อดีตตลาดอาหารทะเลสดแบบขายส่งซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เป็นศูนย์รวมร้านอาหารท้องถิ่นแนวสตรีทฟูดส์ คาเฟ่จำหน่ายเครื่องดื่ม ของว่าง และผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายกว่า 500 ร้านค้า
มีกิจกรรมสอนทำอาหารญี่ปุ่นฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
มีการโชว์เทคนิคการทำอาหารและการจัดการวัตถุดิบให้เห็นกันแบบสดๆ อาทิเช่นการทำซูชิ หรือการแล่ปลามากุโระขนาดใหญ่เท่ากับตัวคน เป็นต้น

#10
ที่เที่ยวโตเกียว
ย่านชิบูย่า
(Shibuya)

ที่เที่ยวโตเกียว - Shibuya

เมื่อลมหนาวพัดมาก็พาหัวใจให้หนาวเหน็บ มักจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่พึงปรารถนาสำหรับใครหลายๆคนนักโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้เดินทางไกลเพื่อต้องการมาสัมผัสกับอากาศแจ่มใสและอบอุ่น อย่างไรก็ดีคำนิยามนี้ไม่อาจใช้ได้กับกรุงโตเกียวที่ไม่เคยโดดเดี่ยวในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งใจกลางกรุงอย่าง ย่านชิบูย่า ซึ่งเป็นศูนย์รวมของร้านค้าและบริการที่ทันสมัยเอาใจขาช็อป อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆกระจายตัวกันอยู่รอบๆบริเวณสร้างความครื้นเครงให้กับที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ค่าเข้า/บริการ : ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาที่เหมาะจะไปเที่ยว:ฤดูหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี

การเดินทาง : สามารถเลือกเดินทางได้หลายช่องทางทั้งรถไฟ JR Railways สายYamanote, Chuo,Saikyo,Shonan-Shinjuku และรถไฟใต้ดินสาย Ginza,Fukutoshin และ Hanzomonมาลงที่สถานีปลายทาง Shibuya โดยมีค่าใช้จ่ายตามประเภทของระบบขนส่งและสถานีต้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้บริการเดินทางมายังจุดหมายนั่นเอง

จุดเด่น

เป็นศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านค้า และบริการต่างๆที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นในพื้นที่
แยกชิบูย่า มิติใหม่แห่งการข้ามถนนบน 4 แยกซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รองรับการข้ามถนนโดยเฉลี่ย 3,00 คนต่อครั้ง เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมารัวชัตเตอร์เก็บความประทับใจในย่านชิบูย่า
อนุสาวรีย์รูปหล่อฮาจิโกะ แหล่งท่องเที่ยวสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงสุนัขพันธุ์อากิตะตัวหนึ่งที่มายืนรอเจ้าของกลับบ้านทุกวันโดยที่ไม่รู้ว่าคนที่มันกำลังรอคอยอยู่นั้นได้จากไปแล้ว ตราบจนลมสุดท้ายของตัวมันเองได้หมดไปสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี
Tower Records Shibuya ร้านจำหน่ายซีดีเพลง หนัง การ์ตูน ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงระดับโลก
อุโมงค์ต้นไม้ยาวกว่า800 เมตร Blue Tunel Shibuya งานเทศกาลไลท์อัพประจำปีที่มีการตกแต่งด้วยแสงไฟ LED สีน้ำเงินกว่า 600,000 ดวง ถือเป็นไฮไลท์ในช่วงฤดูหนาวที่จัดขึ้นปลายเดือนธันวาคมของทุกปีที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

โตเกียวเป็นเมืองที่เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดเดิน สะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บางแห่งปรับปรุง บางแห่งเปลี่ยนแปลง และมีหลายแห่งโยกย้าย ดังนั้นบทความฉบับนี้จึงขอเสนอตัวเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นำข้อมูลดีๆมาอัพเดทให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันไม่แน่ว่าสักวันท่านอาจมีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่ต่างๆเหล่านี้ก็เป็นได้

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , , , , , , , ,