10 ที่เที่ยวสิงคโปร์ ชิคๆ ไปเดือนไหนก็ได้ ในปี 2020

ที่เที่ยวสิงคโปร์
[สารบัญ] 10 ที่เที่ยวสิงคโปร์ ชิคๆ ไปเดือนไหนก็ได้ ในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    จากอดีตหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กปลายแหลมมลายูอันไกลโพ้น เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นมหาอำนาจบนเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญที่สุดในโลก ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประเทศสิงคโปร์จึงเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ จึงก่อเกิดให้มีแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพดีและมีความหลากหลายกระจายกันอยู่ทั่วทุกมุมเมือง วันนี้เราขอพาทุกท่านไปพบกับ 10 ที่เที่ยวสิงคโปร์ ชิคๆ ไปเดือนไหนก็ได้ ในปี 2020 ว่าจะยิ่งใหญ่สวยงามสมคำล่ำลือมากน้อยเพียงใดนั่นเอง

    สภาพอากาศสิงคโปร์

    สิงคโปร์ มีภูมิประเทศเป็นเกาะขนาดเล็กทำให้มักจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมที่พัดผ่านอยู่บ่อยครั้ง จึงมีสภาพอากาศเป็นพื้นที่เขตร้อน มีอากาศอบอุ่น หรือบ้านเรามักจะเรียกว่า “ฝนแปด แดดสี่” จึงทำให้ประเทศสิงคโปร์มีเพียงสองฤดูกาลเท่านั้นคือ ฤดูฝนอันเปียกชื้น และ ฤดูร้อนอันอบอ้าวนั่นเอง

    • มกราคม

    เดือนแห่งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีกำลังแรง แซงพายุทุกลูก ได้พัดผ่านเข้ามามีอิทธิพลเหนือเกาะสิงคโปร์ทำให้ช่วงนี้สิงคโปร์มีฝนตกชุก และมีลมกรรโชกแรง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียสโดยประมาณ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ประสงค์จะเดินทางในช่วงนี้ควรเตรียมสำภาระให้พร้อมเผชิญกับสายฝนในช่วงนี้นั่นเอง

    • กุมภาพันธ์

    ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยสภาพอากาศแจ่มใส เพราะลมมรสุมได้โบกมือลาจากไปแบบเงียบๆ ส่งผลให้สภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ในเดือนนี้มีความอบอุ่นมากขึ้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวในการมาเยือนดินแดนแห่งนี้

    • มีนาคม

    เป็นเดือนที่พีคที่สุดของการท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ เพราะถือว่าเป็นเดือนที่มีอากาศแจ่มใสที่สุดในรอบปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส

    • เมษายน

    นอกจากจะเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงถึง 30 องศาเซลเซียสแล้ว นักท่องเที่ยวยังอาจจะประสบพบเจอกับอุปสรรคอันเกิดจากพายุฤดูร้อนทำให้การเดินทางขาดตอนอย่างน่าเสียดาย หากใครมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้โปรดตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีก่อนออกเดินทาง

    • พฤษภาคม

    สภาพอากาศยังคงร้อนอบอ้าวไม่แตกต่างจากเดือนก่อนๆเท่าไรนัก แต่ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดมากไป กว่านั้นก็คือ ช่วงเวลานี้ประเทศสิงคโปร์อาจจะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกปีบนเกาะสุมาตรานั่นเอง

    • มิถุนายน

    ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ได้พัดผ่านเข้ามามีอิทธิพลเหนือเกาะสิงคโปร์ ทำให้สภาพอากาศในช่วงเช้าของวันอาจจะมีลมพายุรุนแรง แต่จะพัดหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวไม่ต้องตกใจเพราะเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งในเดือนนี้ แต่อย่างไรก็ดีผลกระทบจากหมอกควันไฟป่าอาจจะยังไม่จางหายไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมด้วยหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

    • กรกฎาคม

    เดือนที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีลมพายุที่เกิดจากความแปรผันของสภาพอากาศบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆและสลายหายไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง

    • สิงหาคม

    เป็นช่วงเวลาบีบหัวใจเนื่องจากความกดอากาศต่ำที่พัดผ่านเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ฤดูกาลอันเปียกชื้น ที่สำคัญก็คือปัญหาไฟป่าบนเกาะสุมาตรายังคงมีอิทธิพลเหนือน่านฟ้าสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณออกซิเจนในอากาศน้อยหากนักท่องเที่ยวท่านใดมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงใดๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้นั่นเอง

    • กันยายน

    กลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้งหลังจากความรุนแรงของปัญหาไฟป่าได้ลดลง อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้สภาพอากาศสดใสแต่แฝงด้วยไอร้อน เป็นวินาทีทองของการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอกีฬาไม่ควรพลาดเพราะจะมีการปิดเมืองแข่งรถยนต์สูตรหนึ่งภายใต้ชื่อ สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันของยานพาหนะสี่ล้อที่มีความเร็วมากที่สุดในโลกนั่นเอง

    • ตุลาคม

    เดือนแห่งความเปียกปอนอย่างเต็มตัวอากาศจะร้อนอบอ้าวในตอนเช้าและคูลดาวน์ในตอนกลางคืน นักท่องเที่ยวอาจจะประสบพบเจอปัญหาอันเกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงกลางวัน โดยในเดือนนี้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 21 วันเลยทีเดียว

    • พฤศจิกายน

    เข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มตัว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยลดลงจากเดือนก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด อยู่ที่ 24-25 องศาเซลเซียสโดยประมาณ อีกทั้งปริมาณน้ำฝนก็เพิ่มตัวสูงขึ้นถึง 250 มิลลิเมตรเลยทีเดียว ถือได้ว่าเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีปริมาณน้ำฝนมากเป็นอันดับที่สองของปีเลยทีเดียว

    • ธันวาคม

    ปิดท้ายด้วยแชมป์ฤดูกาลแห่งสายฝน ที่ได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นทางการ และเป็นช่วงขาลงของการท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์อย่างแท้จริง

    การเดินทางในประเทศสิงคโปร์

    สิงคโปร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังครอบคลุมเส้นทางการเดินทางได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

    1. รถไฟฟ้า MRT และ LRT เป็นการเดินทางที่มีความรวดเร็วและสะดวกสบายที่สุด เชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในตัวเมืองสิงคโปร์ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการได้โดยเสียค่าใช้จ่ายแบบรายครั้ง หรือจะเหมาจ่ายร่วมกับระบบขนส่งประเภทอื่นก็ทำได้เช่นกัน
    2. รถโดยสารประจำทาง ครอบคลุมการเดินทางทั้งในเขตตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวที่รถไฟฟ้าไม่สามารถสัญจรได้ถึง เป็นทางเลือกที่ประหยัดและสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างดีที่สุดอีกด้วย
    3. รถแท็กซี่ จ่ายราคาจริงตามมิเตอร์ อีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความคล่องตัว หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบหมู่คณะผู้ต้องการอิสระในการเดินทางนั่นเอง
    4. เช่ารถยนต์ส่วนตัว มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 -2,500 ต่อวัน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่มากับครอบครัวอาจจะมีเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกจะใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ การเช่ารถยนต์เพื่อท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

    นอกจากนี้ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศสิงคโปร์ยังมีโปรโมชั่นดีๆไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นบัตรท่องเที่ยวระบบเติมเงินหรือบัตรท่องเที่ยวแบบเหมาจ่าย แต่เพื่อความสะดวกในการตัดสินใจของนักเดินทางเราจึงขอเลือกบัตรเดินทางประเภทเหมาจ่ายยอดนิยมมาพูดถึงกันเพียง 2 ประเภท ได้แก่

    การเดินทางในกรุงโตเกียวโดยบริการพาหนะสาธารณะนั้นมีหลายแบบ หลายประเภท อาทิเช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถราง และรถโดยสารประจำทาง อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการหลายบริษัททั้งรัฐบาลและเอกชนอีกด้วย เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจเราจะนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับบัตรเดินทางประเภทต่างๆโดยสังเขป

    1. บัตรเดินทางแบบเหมาจ่าย Singapore Tourist Pass

    สามารถใช้เดินทางได้ครอบคลุมทุกระบบการขนส่งสาธารณะในประเทศสิงคโปร์ อาทิเช่น MRT , LRT และ รถโดยสารสาธารณะ มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ 3 ราคา คือเดินทางแบบ 1,2 หรือ 3 วัน มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางแบบเหมาจ่าย 10,16 และ 20 ดอลลาร์สิงคโปร์ตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องมัดจำบัตรเป็นจำนวนเงิน 10 ดอลลาร์สิงคโปร์และเจ้าหน้าที่จะทำการคืนเงินมัดจำให้เมื่อผู้ใช้บริการนำบัตรมาคืนตามวันและเวลาที่กำหนดให้ง

    2. บัตรเดินทางแบบเหมาจ่าย Singapore Tourist Pass Plus

    แทบจะลอกข้อสอบกันมาเป๊ะๆสำหรับวิธีการใช้งาน เพราะบัตรนี้สามารถครอบคลุมทุกการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในประเทศสิงคโปร์ แต่ที่เหนือกว่าก็คือ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการล่องเรือชมความงามของมารีน่า เบย์ โดยเรือ Bubble Jet แบบไปกลับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อีกทั้งยังสามารถใช้บริการ FUNVEE Bus บริการรถโดยสารนำเที่ยวแบบเปิดหลังคาได้ฟรีอีกด้วยเช่นกัน โดยบัตร Singapore Tourist Pass Plus มีให้เลือก 3 แบบเหมือนกับบัตรธรรมดา มีราคาค่าใช้จ่ายตามจำนวนวันของบัตรเริ่มต้นตั้งแต่ 20,26 และ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ตามลำดับ

    #1
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    ห้างสรรพสินค้าจีเวลล์ ชางยี
    (Jewel Changi)

    ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใหม่แกะกล่องใจกลางสนามบินนานาชาติชางยี ถูกเนรมิตขึ้นมาด้วยงบประมาณการก่อสร้างสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท ด้วยความคาดหวังให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ใครๆก็อยากมาสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งตัวอาคารที่มีความล้ำสมัย อีกทั้งร้านค้าและบริการต่างๆก็มีไว้บริการนักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พักหรูหรา แหล่งช็อปปิ้งอันหลากหลาย คาเฟ่และร้านอาหารก็มีมากมาย รวมถึงโรงภาพยนตร์อันสะดวกสบายก็มีเช่นกัน ด้วยองค์ประกอบอันสมบูรณ์แบบที่เราได้กล่าวมาข้างต้นนี้ทำให้ จีเวลล์ ชางยี ก้าวขึ้นมาอยู่ในทำเนียบสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของประเทศสิงคโปร์ในปี 2020 นี้ อย่างไม่ต้องสงสัยนั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าบริการเข้าชม ยกเว้นนักท่องเที่ยวท่านใดที่ประสงค์จะใช้บริการในส่วนของเครื่องเล่นและกิจกรรมที่นอกเหนือจากบริการปกติ ยกตัวอย่างเช่นเครื่องเล่นและกิจกรรมในส่วนของ Garden Maze และ Changi Experience Studio เป็นต้น

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการตามเส้นทางต่างๆได้ ดังนี้

    1. Terminal 1 สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังห้างสรรพสินค้าได้เลยตรงบริเวณชั้นหนึ่งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้า ส่วนท่านที่อยู่บริเวณ
    2. Terminal 2-3 สามารถใช้บริการสะพานเชื่อมจากตัวอาคารผู้โดยสารขาออกมายังห้างสรรพสินค้าโดยใช้เวลานการเดินประมาณ 5-10 นาที ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาจาก
    3. Terminal4 สามารถใช้บริการรถรับส่งของสนามบินโดยไม่มีค่าใช้จ่ายมายัง Terminal 2และเดินทางต่อไปยังห้างสรรพสินค้าตามเส้นทางที่กำหนดไว้
    4. รถแท็กซี่หรือรถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 20 นาทีจากตัวเมือง และ 30 นาทีจาก Woodlands
    5. รถไฟใต้ดิน MRT จากตัวเมือง มาลงที่ Changi Airport Station (CG2) จากนั้นใช้สะพานเชื่อบริเวณชั้น 2 บน Terminal 2 และเดินต่อไปตามเส้นทางเชื่อมต่อไปยังห้างสรรพสินค้าอีกประมาณ 5-10 นาที
    6. รถโดยสารประจำทางหมายเลข 24, 27,34,36,53,110,858 จะจอดบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า Terminal 1จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินตามป้ายบอกทางเพื่อไปยังห้างสรรพสินค้าจีเวลล์ ชางยี ได้เลย

    ที่อยู่ : Airport Boulevard Terminal 2, Level 3 Departure Transit Lounge, Singapore

    จุดเด่น

    • เยี่ยมชม HSBC Rain Vortex น้ำตกในตัวอาคารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 40 เมตร
    • Garden Maze สนามเด็กเล่นลอยฟ้าซึ่งมีเครื่องเล่นแปลกตาและหลากหลายให้เลือกใช้บริการ
    • Changi Experience Studio ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆในรูปแบบของงาน Visual Art และวิดีโอเกมส์
    • Jewel Changi Canopy Walk เส้นทางการเดินอันน่าตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยจุดเช็คอินต่างๆมากมาย

    #2
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์
    (Universal Studios Singapore)

    ราคาบัตร Universal Studios Singapore
    เริ่มต้นที่
    1,741 บาท

    สวนสนุกขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเครื่องเล่นมากมายให้บริการนักท่องเที่ยวถึง 24 ชนิด อีกทั้งยังมีโชว์และการแสดงต่างๆอีกมากมายจาก 7 สถานที่ซึ่งจำลองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฉากหนังและการ์ตูนชื่อดังในเครือยูนิเวอร์แซล ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะซานโตซ่า ห่างจากใจกลางเมืองสิงคโปร์ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวแม่เหล็กอันทรงอิทธิพลบนเกาะสิงคโปร์ที่สารถดึงดูดความสนใจจากนักเดินทางทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษของที่นี่ อีกทั้งยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์ ถือว่าเป็น 1 ใน 4 แห่งของสวนสนุกในเครือบริษัทยูนิเวอร์แซลทั้งหมด ที่แฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์และการ์ตูนแอนิเมชั่นต้องตามเก็บให้เรียบจึงจะเรียกว่าแฟนพันธุ์แท้นั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 79 ดอลลาร์สิงคโปร์ ราคาสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี 59 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะตั้งต้นที่สถานี Habour Front จากนั้นเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่เขียนว่า Sentosa Express – Vivo City L3 เพื่อใช้บริการรถไฟรางเดี่ยวไปยังเกาะซานโตซ่า จากนั้นลงรถไฟที่สถานี Waterfront และเดินตามป้ายบอกทางไปยังสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์ ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 30 นาที หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ถือบัตรการเดินทางแบบเหมาจ่ายจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมในระหว่างเดินทางอีกด้วย

    ที่อยู่8 Sentosa Gateway, สิงคโปร์ 098269

    จุดเด่น

    • New York Zone เมืองจำลองขนาดเล็กเปรียบเสมือนประตูสู่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์ เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถพบปะกับบรรดาตัวการ์ตูนในดวงใจที่จะออกมาสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดอีกด้วย
    • Transformer The Ride เครื่องเล่นทันสมัยขวัญใจมหาชน ที่จะพาทุกท่านไปพบกับความตื่นเต้นเร้าใจแห่งมหาสงครามจักรกลจากหนังดังที่สร้างรายได้ถล่มทลายที่ชื่อว่า Transformers นั่นเอง
    • Battle Star Galactica เครื่องเล่นหวาดเสียวจากซีรีส์ชื่อดัง ที่มีแรงบันดาลใจมาจากสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จากเหล่า Cyclon ที่ใครๆก็ห้ามพลาด
    • The Lost World เอาใจคนรักโลกดึกดำบรรพ์ด้วยการนั่งเครื่องเล่นที่ชื่อว่า Canopy Flyer เพื่อตามรอยนักบุกเบิกจากหนัง Jurassic Park
    • ปิดท้ายด้วยประสาทยักษ์เขียวใจดีสุดอลังการนามว่า Shrek ที่ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวต้องร้องว้าวในความอลังการงานสร้างของปราสาทในโซน Far Far Away นั่นเอง

    #3
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    สวนการ์เดนบาย เดอะ เบย์
    (Gardens By The Bay)

    ราคาบัตร Gardens By The Bay
    เริ่มต้นที่
    520 บาท

    การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยถึง 1 ล้านตารางเมตรแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวมารีน่า ย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมพืชพันธุ์ธรรมชาติจากหลากหลายพื้นที่อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมอันน่าตื่นใจที่กวาดรางวัลด้านการออกแบบที่นำสมัยมาแล้วหลายเวทีอีกด้วย

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาลแต่เน้นไปที่ช่วงเช้าของแต่ละวันเนื่องจากดอกไม้ภายในสวนจะผลิบานรับแสงแดด

    ค่าเข้าบริการ : ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 28 ดอลลาร์สิงคโปร์ ราคาสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี 15 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟ MRT สาย Circle Lines และ Downtown Lines จากใจกลางเมืองสิงคโปร์มาลงที่สถานี Bayfront ให้ใช้ทางออก B จากนั้นให้เดินตามป้ายบอกทางผ่านอุโมงค์ใต้ดินไปเรื่อยก็จะพบกับทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์พอดิบพอดี ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 5-10 นาที สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือบัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายสามารถใช้บริการตามเส้นทางนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

    ที่อยู่18 Marina Gardens Dr, สิงคโปร์ 018953

    จุดเด่น

    • Supertree Grove สวนพฤกษศาสตร์แนวตั้งที่มีความสูงเทียบเท่าตึก 16 ชั้น
    • Conservatory Cloud Forest & Conservatory Cloud Forest โดมปรับอากาศรูปทรงเปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
    • OCBC Skyway สะพานลอยฟ้าชมความงามของสวนพฤกษศาสตร์จากมุมสูง (มีค่าบริการเพิ่มเติม)
    • Children Garden สวนน้ำสำหรับเด็กและครอบครัว
    • ชมความงามของสวนพฤกษศาสตร์ยามค่ำคืนที่ประดับตกแต่งไปด้วยแสงสีที่มีความอลังการ

    #4
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium สิงคโปร์
    (S.E.A.Aquarium Singapore)

    ราคาบัตร S.E.A.Aquarium Singapore
    เริ่มต้นที่
    836 บาท

    อดีตพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่และมีสายพันธุ์ปลาทะเลหลากหลายที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะซานโตซ่า ในกรุงสิงคโปร์ ซิตี้ แหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่เคยครองเข็มขัดแชมป์โลกมายาวนานหลายสิบปี จนกระทั่งในปี 2014 มีอันต้องเสียตำแหน่งให้กับ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมลอง ณ เมืองจูไห่ ประเทศจีนอย่างน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ดีพิพิธภัณฑ์สัตวน์น้ำ S.E.A.อควาเรียม ประเทศสิงคโปร์ ยังคงความเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและยังอยู่ในตำแหน่ง Top3 ของวงการอควาเรียมซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสารกินเนสบุ๊คในปี 2019 ที่ผ่านมานี้อีกด้วย โดยความโดดเด่นของ พิพิธภัณฑ์สัตวน์น้ำ S.E.A.อควาเรียม ประเทศสิงคโปร์นั้นนอกจากจะมีอุโมงค์สัตว์น้ำขนาดมหึมาแล้วยังมีสายพันธุ์ปลาและสัตว์ทะเลมากมายถึง 800 ชนิดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รับชมอีกด้วย

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 40 ดอลลาร์สิงคโปร์ ราคาสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปีและผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 29 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการในเส้นทางเดียวกับการไปเที่ยวสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ สิงคโปร์ โดยเริ่มต้นจากสถานี Habour Front จากนั้นเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่เขียนว่า Sentosa Express – Vivo City L3 เพื่อใช้บริการรถไฟรางเดี่ยวไปยังเกาะซานโตซ่า จากนั้นลงรถไฟที่สถานี Waterfront และเดินตามป้ายบอกทางไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สัตวน์น้ำ S.E.A.อควาเรียม ประเทศสิงคโปร์ ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 30 นาที นักท่องเที่ยวท่านใดที่ถือบัตรการเดินทางแบบเหมาจ่ายสามารถเดินทางตาเส้นทางนี้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    ที่อยู่8 Sentosa Gateway, Sentosa Island, สิงคโปร์ 098269

    จุดเด่น

    • เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • มีความหลากหลายทางสายพันธุ์สัตว์น้ำทางทะเลมากมายถึง 800 สายพันธุ์
    • ไฮไลท์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาได้จากนักท่องเที่ยวคือการปรากฏตัวของปลาทะเลที่มีขนาดใหญ่ สวยงามและหาชมได้ยาก อาทิเช่น ปลาฉลามหัวค้อน และ ปลากระเบนราหู เป็นต้น
    • ระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในจุดต่างๆ จะมีการจัดแสดงนิทรรศการและให้ความรู้นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับระบบนิเวศน์ทางทะเลไปในตัว เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเยี่ยมชมความงดงามใต้ทองทะเลให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ

    #5
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    ชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์
    (Singapore Flyer)

    ราคาบัตร Singapore Flyer พร้อมบุฟเฟ่ต์
    เริ่มต้นที่
    1,085 บาท

    2014 เป็นปีแห่งการทำลายสถิติอย่างแท้จริง นอกจากS.E.A. Aquarium จะสูญเสียความยิ่งใหญ่ในการเป็นหมายเลขหนึ่งของวงการพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลให้กับคู่แข่งสำคัญจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ก็ตกจากบัลลังก์ของชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลกซึ่งพวกเขาครองตำแหน่งนี้มายาวนานถึง 6 ปีเต็มด้วยกัน โดยแพ้ให้กับ The High Roller สถาปัตยกรรมหน้าใหม่ใจกลางมหานคร Las Vegas ไปแบบน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ฟลายเออร์ ยังคงเป็นชิงช้าสวรรค์ที่มีความสวยงาม ปลอดภัย ทันสมัยและมีความสูงมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียเช่นเดิมนั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ราคา 33 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี ราคา 21เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ และ ราคาสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ราคา 24 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟ MRT ไปลงที่สถานี Promenage จากนั้นเดินไปตามทางออก A และสังเกตสัญลักษณ์บอกทางสีน้ำเงินจะนำท่านไปสู่ชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ที่ตั้งอยู่บนชั้นสามของห้างสรรพสินค้า รีเทลล์ เทอร์มินัลนั่นเอง โดยใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 5-10 นาที

    ที่อยู่30 Raffles Ave, สิงคโปร์ 039803

    จุดเด่น

    • ชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ มีความสูง 165 เมตร ถือว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่มีความสูงมากที่สุดในทวีปเอเชีย
    • ตัวชิงช้าสวรรค์มีทั้งหมด 28 แคปซูล แต่ละแคปซูลนั้นมีขนาดเท่ากับรถมินิบัส สามารถบรรจุนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 28 คน
    • ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ ณ อ่าวมารีน่า(Marina Bays) ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามได้ไกลถึงประเทศมาเลย์เซียและอินโดนีเซียบางส่วนจากด้านบนชิงช้าสวรรค์อีกด้วย

    #6
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์
    (Marina Bay Sands Hotel)

    ราคาบัตร Marina Bay Sands Hotel Skypark
    เริ่มต้นที่
    505 บาท

    หากกล่าวถึงโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ใจกลางกรุงสิงคโปร์แล้ว คงจะเคยผ่านหูผ่านตานักท่องเที่ยวมาบ้างไม่มากก็น้อย ด้วยสถาปัตยกรรมตึกสูงเสียดฟ้าที่พาดทับด้วยเรือลำใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ตลอดจนถึงภาพลักษณ์แห่งความทันสมัยที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัส จึงเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่าโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ คือศูนย์กลางด้านความบันเทิงของภูมิภาคนี้แบบครบวงจรนั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ค่าบริการเข้าชมเฉพาะจุดชมวิว Sands Sky Park สำหรับผู้ใหญ่ราคา 23 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ราคา 17 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ และ ราคาสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ราคา 20 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟ MRT สาย Circle Lines และ Downtown Lines จากใจกลางเมืองสิงคโปร์มาลงที่สถานี Bayfront จากนั้นขึ้นลิฟท์ไปที่ตึก3 จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำตลอดเส้นทาง ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 5-10 นาที สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือบัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายสามารถใช้บริการตามเส้นทางนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

    ที่อยู่10 Bayfront Ave, สิงคโปร์ 018956

    จุดเด่น

    • Sand Sky Park จุดชมวิวบนชั้น 57 ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของสิงคโปร์แบบ 360 องศา
    • พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์ สถานที่จัดงานนิทรรศการงานศิลปะและวิทยาศาสตร์ชื่อดัง
    • โรงละคร Sand Theatres สถานที่จัดแสดงละครบรอดเวย์ชื่อดังหลายต่อหลายเรื่อง
    • ศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำจากเชฟระดับโลก อาทิเช่น กอร์ดอน แรมเซย์ , วูล์ฟกัง พัค และ เท็ตสึยะ ทาคุดะ เป็นต้น
    • ห้องพักสุดหรูที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวมารีน่า ได้จากภายในห้องพัก
    • ศูนย์รวมร้านค้าซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก

    #7
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    มารีน่า บาราจ
    (Marina Barrage)

    ประเทศสิงคโปร์มีแหล่งท่องเที่ยวทางนวัตกรรมที่น่าทึ่งมากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น มารีน่า บาราจ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวของแม่น้ำสิงคโปร์ โดยวิสัยทัศน์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรให้กับประเทศสิงคโปร์ของรัฐบุรุษผู้เป็นฮีโร่ตลอดกาลที่มีนามว่า ลี กวน ยู นั่นเอง และด้วยความพิเศษของมารีน่า บาราจที่แสดงให้เห็นถึงการบริหาจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆทั่วโลกให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว ในปัจจุบันมารีน่า บาราจ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนท้องถิ่นที่มักจะออกมาทำกิจกรรมในยามที่ว่างเว้นจากการทำงานเช่นกัน

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าบริการเช้าชม

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้นทาง ส่วนเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีที่ใกล้ที่สุดที่จะสามารถเชื่อมต่อกับการเดินทางโดยรถบัสสาย 400 อาทิเช่น

    1. นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีต้นทางมาลงสถานี Marina Bay MRT แล้วใช้บริการรถบัสสาย 400 เพื่อไปยังป้ายสุดท้ายที่อ่างเก็บน้ำมารีน่า บาราจ
    2. นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีต้นทางมาลงสถานี Tanjong Pagar MRT แล้วใช้บริการรถบัสสาย 400 ที่หน้าห้างสรรพสินค้า International Plaza เพื่อไปยังป้ายสุดท้ายที่อ่างเก็บน้ำมารีน่า บาราจ
    3. นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีต้นทางมาลงสถานี Downtown MRT แล้วใช้บริการรถบัสสาย 400 จาก Marina Bay Financial Center เพื่อไปยังป้ายสุดท้ายที่อ่างเก็บน้ำมารีน่า บาราจ

    ที่อยู่8 Marina Gardens Drive, Singapore 018951

    จุดเด่น

    • Marina Garden สวนหญ้าขนาดใหญ่บนชั้นลอยของศูนย์ข้อมูลการจัดการน้ำประเทศสิงคโปร์ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทำกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น การเล่นว่าว และพายเรือคายัค เป็นต้น
    • ภายในตัวอาคารศูนย์ข้อมูลการจัดการน้ำประเทศสิงคโปร์มีนิทรรศการความยั่งยืนทางทรัพยากรของประเทศสิงคโปร์ให้รับชมในแคมเปญ Sustainable Singapore
    • มารีน่า บาราจ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในประเทศสิงคโปร์ได้เกือบทั้งหมด อาทิเช่น สวนการ์เด้น บาย เดอะ เบย์ , ตึกมารีน่า เบย์ แซนด์ และชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ เป็นต้น

    #8
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    สะพานเฮนเดอร์สันเวฟ
    (Henderson Wave)

    เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศสิงคโปร์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมล้ำยุคนำสมัยมากมายกระจายตัวกันอยู่ทั่วทุกมุมเมือง สะพานเฮนเดอร์สัน เวฟ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีรูปลักษณ์แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใครแตกต่างออกไปจากสะพานแห่งอื่นๆ เนื่องจากเฮนเดอร์สัน เวฟเป็นสะพานที่มีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์คล้ายๆกับเกลียวคลื่น มีความสูงจากพื้น 36 เมตร อีกทั้งสะพานแห่งนี้ยังมีความยาวกว่า 9 กิโลเมตรพาดผ่านเชื่อมโยงระหว่างสวนรุขศาสตร์และเส้นทางการเดินทางศึกษาธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง อาทิเช่น เมาท์ เฟเบอร์ พาร์ค , สวนทีล็อก บลังกาห์ ฮิลล์ พาร์ค , ฮอร์ทพาร์ค , สวนสาธารณะเคนท์ ริดจ์ พาร์ค และ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ลาบราดอร์ งานนี้นอกจากนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันสดชื่นแจ่มใสของป่าไม้เขตร้อนจากมุมสูงแล้ว ท่านยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองสิงคโปร์จากสะพานเฮนเดอร์สัน เวฟแห่งนี้ได้อีกด้วยเช่นกัน

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็นและกลางคืนของทุกวัน

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าบริการเข้าชม

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการหลากหลายเส้นทาง แต่ระบบขนส่งมวลชนรูปแบบสุดท้ายที่สามารถพานักท่องเที่ยวมาถึงตัวสะพานได้มีเพียงแค่รถโดยสารสาธารณะสาย 145 , 131 , 124 , 176 และ 273 เท่านั้น หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่พักอาศัยอยู่ในตัวเมืองสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดิน MRT มาลงที่สถานนี Habour Front ใช้ทางออก VIVO City และเดินทางต่อโดยรถโดยสารสาธารณะสาย 145 หรือ 131 รถจะจอดบริเวณจุดชมวิวใต้สะพานเฮนเดอร์สัน เวฟ ถือว่าเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมและมีความสะดวกสบายมากที่สุดวิธีหนึ่งนั่นเอง

    ที่อยู่ : Henderson Rd, สิงคโปร์ 159557

    จุดเด่น

    • เป็นสะพานคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศสิงคโปร์
    • นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของท่าเรือและหมู่เกาะทางใต้ของเมืองสิงคโปร์ได้ดีที่สุดจากตัวสะพานเฮนเดอร์สันเวฟ
    • สามารถเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในตอนกลางคืนจะมีการประดับไฟบนตัวสะพานให้มีความสวยงามและแปลกตายากจะหาชมได้จากที่ใด
    • ไฮไลท์สำคัญซึ่งเป็นที่น่าจดจำของนักท่องเที่ยวก็คือการชมวิวทิวทัศน์ของเมืองยามพระอาทิตย์อัสดงนั่นเอง

    #9
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    ย่านลิตเติล อินเดีย
    (Little India)

    ราคา Little India
    เริ่มต้นที่
    520 บาท

    สถาปัตยกรรมเรียบง่ายเรียงรายไปตามถนนเซรางกูน คือที่ตั้งของลิตเติล อินเดีย ย่านที่อยู่อาศัยและการค้าอันอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเฟี้ยวๆที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ด้วยความฉูดฉาดของสตรีทอาร์ทที่แทรกตัวอยู่ทั่วทุกตรอกซอกซอยทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเก็บภาพความประทับใจ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งสำคัญตั้งอยู่ไม่ไกลใจจากใจกลางย่านลิตเติล อินเดีย อย่างเช่น วัดศรีวิรามกาลีอัมมัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวฮินดู และปิดท้ายทริปด้วยการช็อปปิ้งสินค้าราคาสุดคูลที่ห้างสรรพสินค้ามุสตาฟา จึงสรุปได้ว่าลิตเติล อินเดียเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มค่าต่อการสละเวลามาเยี่ยมชมอีกแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์นั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาล

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าบริการเข้าชม

    การเดินทาง : สามารถเดินทางได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสจากสถานีต้นทาง MRT ใดๆก็ได้มาลงปลายทางที่สถานที Little India MRT ใช้ทางออก C เดินตามถนนเซรางกูนมาเรื่อยๆก็จะพบกับย่านลิตเติลอินเดีย ระยะเวลาในการเดินทางขึ้นอยู่กับสถานีต้นทางในแต่ละเส้นทางเดินรถนั่นเอง

    ที่อยู่ : 48 Serangoon Road, #02-16, Little India Arcade, Singapore 217959

    จุดเด่น

    • Tan Teng Niah House ตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสตามสไตล์อินเดีย
    • Kerbau Road ถนนสายสำคัญในย่านลิตเติล อินเดียที่อุดมไปด้วยภาพวาดงานศิลปะร่วมสมัยที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก
    • วัดศรีวิรามกาลีอัมมัน วัดฮินดูที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์
    • Mustafa Center ห้างสรรพสินค้าชื่อดังตั้งอยู่ใจกลางย่านลิตเติล อินเดีย ที่อุดมไปด้วยสินค้าราคาประหยัดนานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกช็อปปิ้งกันอย่างจุใจ

    #10
    ที่เที่ยวสิงคโปร์
    สวนสาธารณะเมอร์ไลออน
    (Merlion Park)

    เมอร์ไลออน ประติมากรรมที่ผสมผสานระหว่างปลาซึ่งแสดงออกถึงพื้นฐานการเป็นเมืองประมงเก่าแก่ของดินแดนแห่งนี้ และสิงโตสื่อถึงชื่อเมืองดั้งเดิมของประเทศสิงคโปร์คือ สิงหะปุระ หรือเมืองสิงโตในอดีต เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ศิลปินท้องถิ่นนามว่า ลิม นัง เส็ง นำความสัมพันธ์ของทั้งสองส่วนมาหล่อหลอมรวมกันเป็นประติมากรรมเมอร์ไลออนที่มีลำตัวเป็นปลามีหัวเป็นสิงโต ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนทั่วโลกเป็นเวลายาวนานถึง 47 ปี แต่ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีประติมากรรมที่เรียกว่าลูกเมอร์ไลออนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลสิงคโปร์กระจายตัวอยู่ตามสถานที่สำคัญในประเทศเป็นจำนวน 4 ตัว ดังนั้นนักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นรูปปั้นเมอร์ไลอ้อนในสถานที่อื่นได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากจะสัมผัสกับเมอร์ไลอ้อนตัวเป็นๆแบบออริจินัล ต้องมาที่เมอร์ไลออน พาร์คแห่งนี้ที่นี่ที่เดียวนั่นเอง

    ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ทุกฤดูกาลโดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ 17.00น. เป็นต้นไป

    ค่าเข้าบริการ : ไม่มีการเก็บค่าบริการเข้าชม

    การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟ MRT จากสถานีใดก็ได้มาลงที่สถานี Raffles Place MRTและใช้ทางออก H จากนั้นเดินต่อไปตามเส้นทางอีกประมาณ 10 นาทีก็จะพบกับสวนสาธารณะเมอร์ไลออน

    ที่อยู่ : 1 Fullerton Road One Fullerton | Merlion Park, Singapore 049213

    จุดเด่น

    • เป็นสวนสาธารณะแห่งเดียวที่สามารถพบเห็นรูปปั้นเมอร์ไลออน 2 ตัวอยู่บนพื้นที่เดียวกัน
    • สามารถชมแสงสียามค่ำคืนของสถานที่สำคัญรอบๆอ่าวมารีน่าได้จากสวนสาธารณะแห่งนี้
    • อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองสิงคโปร์ อาทิเช่น สวนสาธารณะเอสพลานาด สะพานจูบิลี่ สะพานเฮลิกซ์ และไชนาทาวน์ เป็นต้น

    ก่อนจากลากันไปตามลายแทง 10 ที่เที่ยวสิงคโปร์ ชิคๆ ไปเดือนไหนก็ได้ ในปี 2020 นี้ หากมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทางด้านใดได้ตกหล่นไป ทางทีมงานก็ขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ โอกาสนี้ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกดังนั้นการบรรยายด้วยตัวหนังสือมีหรือจะเทียบได้กับประสบการณ์จริงที่กำลังรอให้ท่านผู้อ่านได้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่าสิงคโปร์มีแหล่งท่องเที่ยวดีๆกว่าที่เราคิดจริงๆ 

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    .
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?