Home > ไลพ์สไตล์ > ท่องเที่ยว > ที่เที่ยว > บินลัดฟ้าพาไปเที่ยว 20 แลนด์มาร์ค ฝรั่งเศส-อิตาลี

บินลัดฟ้าพาไปเที่ยว 20 แลนด์มาร์ค ฝรั่งเศส-อิตาลี

ฝรั่งเศส อิตาลี
หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!

ADVERTISEMENT


อยากบินไปเที่ยวต่างประเทศกันแล้วใช่ไหม ? ถ้าหากว่าวีซ่า (Visa) คุณพร้อม แล้วอยากออกเดินทาง ตอนนี้สามารถเดินทางไปเที่ยวโซนยุโรปกันได้แล้ว เนื่องจากว่าประเทศบางประเทศเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว อีกทั้งบางประเทศอย่างเช่น ฝรั่งเศส หรืออิตาลี นั้นเวลากลับมา ถ้าหากคุณได้รับวัคซีนครบโดส ก็ยังไม่จำเป็นต้องกักตัวด้วยเช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่าให้เช็คมาตรการสนามบินต่างประเทศได้ที่นี่ > https://www.traveloka.com/th-th/flight/safe-travel ก่อนที่จะจองตั๋วเครื่องบิน ถ้าเช็คมาตรการสนามบินแล้ว ก็ไปจองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส – อิตาลี กันได้เลย

จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-france

จองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลี กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-italy

ถ้าหากว่าใครที่กำลังเล็งว่าจะไปเที่ยวฝรั่งเศส หรืออิตาลี แล้วยังไม่ได้ทำแพลนเที่ยว แนะนำเลยว่าไม่ควรพลาดบทความนี้เลย เพราะ Traveloka จะพาไปดูลิสต์ 20 ที่เที่ยวแลนด์มาร์คฝรั่งเศส และอิตาลี ไปพร้อมลุย

#1
หอไอเฟล (Tour Eiffel)

แลนด์มาร์คดังของประเทศฝรั่งเศส ที่ร้อยทั้งร้อยนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส ก็จะต้องไปเช็คอินที่แลนด์มาร์คนี้ เพราะหอไอเฟลเปรียบเหมือนเป็นตัวแทนของประเทศฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอคอยเหล็ก ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำแซน ถูกตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้สร้าง กุสตาฟ ไอเฟล ที่เป็นผู้ออกแบบหอไอเฟลขึ้นมา ในงานแสดงสินค้า หรือ Expo เมื่อปี 1889 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส แต่เมื่องานแสดงจบ ก็มิได้มีการรื้อทิ้งแต่อย่างใด ส่งผลทำให้หอไอเฟลกลายมาเป็นสัญลักษณ์คู่ฝรั่งเศสจวบจนถึงปัจจุบันนี้ โดยหอไอเฟลจะมีความสูง 1,063 ฟุต หรือสูงเทียบเท่าตึก 18 ชั้น

#2
พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre)

ใครชื่นชอบงานศิลปะ ก็ต้องปักหมุดไว้ที่ “พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre)” สุดยอดพิพิธภัณฑ์ที่ทั้งมีชื่อเสียง และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก มีงานศิลปะสะสมอยู่ด้านในเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นงานศิลปะที่ประเมินค่ามิได้ หนึ่งในนั้นก็คือ “ภาพวาดโมนาลิซ่า (Mona Lisa)” รวมถึงงานศิลปะอื่นๆ ของศิลปินชื่อดังระดับโลก หากใครที่อยากจะเดินเก็บชมบรรยากาศของงานศิลปะให้ครบภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ แนะนำให้เผื่อเวลาเอาไว้นานๆ เพราะพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างใหญ่ และต้องใช้เวลา

#3
มหาวิหารนอเทรอดาม (Notre Dame Cathedral)

หนึ่งในแลนด์มาร์คที่สวยงามของฝรั่งเศส ที่เพิ่งถูกไฟไหม้ไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรจะทำให้ความงดงามของมหาวิหารนี้ถูกลดทอนลงได้เลย มหาวิหารนี้ถือว่าเป็นมหาวิหารที่มีความเก่าแก่แบบยืนหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส จุดเด่นคืออยู่ที่เป็นมหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้นสมัยที่ฝรั่งเศสตกอยู่ในยุคมืด จึงทำให้มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ค่อนข้างเด่นชัด เป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิค และมีไฮไลท์ที่ใครๆ ก็รู้จักโบสถ์นี้จากรูปปั้นการ์กอยล์ (Gargoyle) ที่ตั้งอยู่ด้านนอกของวิหารแห่งนี้ ใครจองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส ก็ต้องไปสักครั้ง

#4
พระราชวังแวร์ซาย (Versailles Palace)

แลนด์มาร์คฝรั่งเศสแห่งถัดไป บอกเลยว่าต้องปักหมุด ใครจองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสทั้งทีแล้วไม่ได้ไปเยือน “พระราชวังแวร์ซาย (Versailles Palace)” ดูเหมือนจะไปไม่ถึง เพราะว่าที่เที่ยวฝรั่งเศสแห่งนี้ เป็นที่เที่ยวที่โด่งดังเป็นอย่างมาก จุดเด่นของพระราชวังนี้คือความงดงาม ที่งดงามทั้งด้านนอก และด้านใน ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากยุคศตวรรษที่ 17 และ 18 ด้านในพระราชวังจะมีขนาดใหญ่มาก ประกอบไปด้วยห้องต่างๆ มากถึง 700 ห้องด้วยกัน และในแต่ละห้องจะมีการตกแต่งอย่างดงาม มีผลงานศิลปะให้คุณได้เดินดูกันจนไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ด้านในเท่านั้น แต่ด้านนอกของแวร์ซายก็ยังมีสวนสวยๆ งดงามเป็นอย่างมาก

#5
ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe)

ถ่ายรูปเช็คอินกับ “ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe)” เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาประเทศฝรั่งเศสนิยมทำกัน เพราะประตูชัยถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คหลักของฝรั่งเศส และปารีสเลย โดยประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกเต็มๆ เลยก็คือ “Arc de triomphe de l’Etoile” เนื่องจากถ้ามองจากด้านบน ถนนทุกสายที่มุ่งเข้าหาประตูชัยจะมีลักษณะเหมือนกับรูปดาว ประตูชัยมีอายุมากถึง 200 ปี ถูกสร้างขึ้่นมายาวนานมากกว่า 30 ปีด้วยกัน อันเป็นจุดสิ้นสุด และเริ่มต้นของถนนทั้งหมด 12 เส้นทางด้วยกันในปารีส

#6
พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d’Orsay หรือ Orsay Museum)

ถัดจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ก็มี “พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d’Orsay หรือ Orsay Museum)” นี่แหละที่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวฝรั่งเศสอันน่าสนใจ เนื่องจากว่าพิพิธภัณฑ์นี้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชื่อดังระดับโลก โดยจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นภาพแนว Impressionism และ Post-Impressionism จะค่อนข้างแตกต่างกับงานศิลปะที่อยู่ด้านในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ นอกจากนั้นยังมีปะติมากรรมอีกมากมาย ซึ่งงานศิลปะบางชิ้นที่เป็นที่นิยม ก็อาจจะใช้เวลาต่อคิวนาน หากใครอยากเก็บให้ครบแนะนำว่าให้ไปเช้าหน่อย

#7
ซาเคร-เกอร์ บาซิลิก้า (Basilica of the Sacré-Cœur)

หรือชื่อเต็มเลยก็คือ “The Basilica of the Sacred Heart of Paris” วิหารโรมันคาทอลิกที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ด้านนอกดูสวยงามด้วยสีขาวสะอาด อันถูกขนานนามว่าให้เป็นหัวใจอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองปารีส หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือโบสถ์พระหฤทัย ตั้งอยู่บนยอดเขามงมารตร์ (Montmartre) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 129 เมตร ใช้เวลาสร้างมากกว่า 40 ปี และใช้สถาปนิกผู้สร้างมากกว่า 77 คนด้วยกัน ที่เห็นด้านนอกวิหารเป็นสีขาวสวย เพราะว่าใช้หินปูนทราเวอร์ทีน ที่คงทนต่อสภาพอากาศในการสร้าง และมีภาพโมเสกขนาดใหญ่อยู่ภายในวิหาร ที่ใช้เวลาสร้างมากกว่า 10 ปี

#8
โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)

สุดยอดของวิหารที่โดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมแบบโกธิคเต็มตัว ขอยกให้กับโบสถ์ “แซงท์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)” เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่หากใครจองตั๋วเครื่องบินไปปารีส ก็อยากจะให้เดินทางไปเที่ยวชม เพราะขึ้นชื่อเรื่องความงดงามแบบยืนหนึ่ง ไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ ในปารีสเลย สำหรับโบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle) จะอยู่ใกล้กับโบสถ์นอเทรอดาม(Notre Dame Cathedral) แม้ว่าด้านนอกของโบสถ์นี้จะดูเหมือนกับโบสถ์ทั่วไป ที่มียอดแหลมตามแบบฉบับของโกธิค แต่ด้านในจะเต็มไปด้วยกระจกสีสวยงาม อันเป็นศิลปะที่หาชมได้อย่างยากยิ่ง ใครมีโอกาสก็อยากให้มาเที่ยวที่นี่กัน

#9
สวนลุกซ็องบูร์ (Jardin du Luxembourg)

เป็นที่ตั้งของพระราชวังลุกซ็องบูร์ อันเป็นจุดแลนด์มาร์คขึ้นชื่อของปารีส โดยส่วนแห่งนี้จะตั้งอยู่ในเขตที่ 6 ของปารีส ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ตั้งแต่เมื่อปี 1612 ผู้สร้างก็คือ Marie de’ Medici ภรรยาของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 4 จุดประสงค์เพื่อสร้างไว้สำหรับการเป็นที่อยู่ และได้เลียนแบบพระราชวังที่ฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี โดยตอนนี้สวนแห่งนี้ได้กลายมาเป็นวุฒิสภาฝรั่งเศส และมีพื้นที่มากถึงประมาณ 23 เฮกตาร์ ทางเหนือจะเป็นที่ตั้งของตัวปราสาท และรายล้อมไปด้วยพื้นที่สวนที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากต้นไม้ และดอกไม้แล้ว บริเวณสวนยังมีรูปปั้นปะติมากรรมสวนสวยๆ อีกด้วย

#10
พิพิธภัณฑ์รอแด็ง (Musee Rodin)

ปิดท้ายที่เที่ยวฝรั่งเศสที่สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ไม่อยากให้ใครพลาดชม เนื่องจากพิพิธภัณฑ์รอแด็ง ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงศิลปินผู้ปั้น Auguste Rodin ที่ด้านในจะเรียงรายไปด้วยรูปปัั้นมากมายถึง 6,000 กว่าชิ้น อีกทั้งยังรวมถึงผลงานศิลปะอื่นๆ มากกว่า 7,000 ชิ้นด้วยกัน สำหรับปะติมากรรมที่เป็นเสมือนไฮไลท์เลยก็คือ The Thinker ที่ตั้งอยู่กลางสวน ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แนะนำสำหรับคนชอบงานปั้น เพราะด้านในจะมีรูปปั้นสวยๆ เพียบ

#11
โคลอสเซียม (Colosseum)

อันเป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่ เป็นสถาปัตยกรรมที่รุ่งเรืองในจักรรวดิโรมันที่ยังคงเหลือให้เห็นความยิ่งใหญ่ของสมัยก่อน จนถึงปัจจุบันนี้ โดยโคลอสเซียมนี้จะตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม มีอายุมากกว่า 2,000 ปีมาแล้วด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้ววัสดุที่ใช้ก่อสร้างโคลอสเซียมจะเป็นหินทราย และอิฐ มีความสูงประมาณ 57 เมตร และรอบวงวัดได้ 527 เมตรด้วยกัน อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่มากจุคนได้ถึง 50,000 คนเลยทีเดียว ถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดใหญ่ หลงเหลือร่องรอยอารยธรรมมาจากอดีต

#12
วิหารแพธีออน (Pantheon)

อีกหนึ่งในที่เที่ยวอิตาลี ที่ไม่อยากให้พลาดเพราะว่าเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างอันเก่าแก่ เป็นวิหารรูปทรงจตุรัสที่อยู่ในกรุงโรม แสดงให้เห็นถึงว่าเป็นศิลปะเก่าแก่ตั้งแต่ในยุคโรมัน หากใครที่ไปเที่ยวอิตาลีแล้ว อยากเห็นสถาปัตยกรรมตั้งแต่ในยุคโรมันแบบดั้งเดิม วิหารแพธีออน เป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่ควรค่าแก่การไปเยือน นอกเหนือจากจะใช้วิหารแพธีออนไว้บูชาเทพเจ้าแล้ว ยังเป็นสถานที่เก็บศพของบุคคลสำคัญอีกด้วย เป็นวิหารที่สวยงามตั้งแต่ภายใน จนถึงภายนอกเลยทีเดียว

#13
น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)

ดูเหมือนจะผิดมาก ถ้าหากว่าไม่มีลิสต์ของ “น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)” อยู่ภายในลิสต์ เพราะว่าน้ำพุแห่งนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คหลักของอิตาลีเลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาอธิฐาน และโยนเหรียญเสี่ยงทายที่บริเวณน้ำพุนี้ นอกจากชื่อเสียงที่โด่งดังแล้ว น้ำพุแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความงดงาม สร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี 1732 เต็มไปด้วยรูปแกะสลักหินอ่อนของเทพเจ้าต่างๆ ท่อส่งต่อน้ำพุแห่งนี้มาจากท่อส่งน้ำอะควีดักท์ (Aqueduct) ที่ใช้งานมาตั้งแต่ 17 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้น้ำพุนี้สะอาด และสามารถดื่มได้ มีความเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อว่าถ้าหันหลังและโยนเหรียญลงไป หากเหรียญตกลงในบ่อ จะเชื่อว่าคำอธิษฐานจะสมปราถนา

#14
มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral)

ที่สุดของความสวยงาม และเป็นมหาวิหารที่ใครๆ ต่างก็ต้องมาเยือนกันที่ “มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral)” ที่มีอายุมากถึง 800 ปีมาแล้วด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นจุดเช็คอินสำคัญของอิตาลี เพราะว่ามีขนาดใหญ่มากเป็นอันดับที่สองรองจากมหาวิหารที่รัฐวาติกัน และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของมหาวิหารในยุโรป สำหรับมหาวิหารฟลอเรนซ์ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 13 ตั้งอยู่บริเวณ Piazza del Duomo หรือว่าจัตุรัสกลางในเมืองฟลอเรนซ์ ใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวยังฟลอเรนซ์ก็อย่าลืมไปเช็คอิน

#15
หอศิลป์อุฟฟีซี (Uffizi Gallery)

บินลัดฟ้าไปเที่ยวอิตาลีกันทั้งที อย่าลืมแวะไปชมงานศิลปะกันที่ “หอศิลป์อุฟฟีซี (Uffizi Gallery)” นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลก ยังเป็นอาคารที่ทรงคุณค่า และสวยงามมาก ถึงขนาดมีผู้เข้าชมจำนวนนับล้าน ที่เดินทางไปอิตาลีเพื่อที่จะไปชมงานศิลปะที่หอศิลป์แห่งนี้ จุดเด่นของหอศิลป์นี้คือจะมีเส้นทางการเดินชมงานศิลปะที่ทอดยาวต่อกันไปเรื่อยๆ ตามอาคารหอศิลป์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองส์ ที่มีลักษณะเป็นรูปตัว U ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตัวอาคารของหอศิลป์นี้สวยงามไม่แพ้ศิลปะด้านในเลย

#16
หมู่บ้านริมทะเล Cinque Terre

เชื่อว่าจุดมุ่งหมายปลายทางหลักของเหล่านักเดินทางจะต้องมีหมู่บ้านนี้อยู่ในลิสต์กันอย่างแน่นอน สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ มีอายุมากกว่า 1,300 ปี มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่ในแคว้น Liguria ของประเทศอิตาลี โดยจะมีหมู่บ้านประกอบด้วยกัน 5 หมู่บ้าน อยู่ริมผา ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะมีรูปแบบ และความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกันเลย ประกอบไปด้วย Vernazza, Monterosso al Mare, Riomaggiore, Corniglia และManarola ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม

#17
หอเอนแห่งเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa)

หากไม่ได้มาเช็คอินที่ “หอเอนแห่งเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa)” ก็ดูเหมือนว่าจะมาไม่ถึงอิตาลี นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเที่ยวชมความงาม และความมหัศจรรย์ของหอเอนแห่งเมืองปิซา เพราะที่เที่ยวแห่งนี้เป็นหอระฆังที่มีความสูงใหญ่ ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาว สามารถมองเห็นได้โดดเด่นจากระยะไกล ซึ่งความเอนเอียงจากหอระฆัง มาจนถึงพื้นจะห่างกันประมาณ 3.9 เมตร ที่นอกจากความเอนเอียง ยังไม่ทำให้หอระฆังแห่งนี้ล้มลงมา จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์

#18
มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)

แลนด์มาร์คเด็ดแห่งเมืองมิลาน ใครจองตั๋วเครื่องบินไปมิลานแล้วต้องแวะไปเช็คอินกัน เพราะว่าที่เที่ยวแห่งนี้ จัดว่าเป็นทั้งแลนด์มาร์คของอิตาลี และเมืองมิลานที่ไม่ควรพลาด โดดเด่นด้วยมหาวิหารอันเก่าแก่ สวยทั้งด้านนอกและด้านใน ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสเมืองมิลาน เริ่มก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 14 ซึ่งเนื่องด้วยที่มหาวิหารแห่งเมืองมิลานนี้จะมีรายละเอียดที่เยอะมาก ตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านใน จึงทำให้มหาวิหารแห่งเมืองมิลานใช้เวลาก่อสร้างยาวนานมากกว่า 579 ปีด้วยกัน แนะนำให้เดินขึ้นไปชมความงามของมิลานจากด้านบน

#19
โรมันฟอรั่ม (Roman Forum)

หากอยากเห็นความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันโบราณในอดีต ขอยกให้กับ “โรมันฟอรั่ม (Roman Forum)” เป็นที่เที่ยวอิตาลีที่ควรค่าแก่การไปเช็คอินเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าทุกวันนี้จะเหลือเพียงแค่เศษซากโบราณสถาน แต่ทว่าก็ยังมีความงดงาม อีกทั้งยังมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่เดิมทีเคยเป็นสภา องค์กรบริหาร และการปกครอง ที่สำคัญของอาณาจักรโรมันมาก แม้ทุกวันนี้จะเห็นสิ่งที่หลงเหลืออยู่ แต่รู้ได้เลยว่าสมัยก่อนนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองมากขนาดไหน

#20
จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona)

ยืนหนึ่งเรื่องความสวยงามก็ต้องยกให้กับ “จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona)” อันเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คหลักของอิตาลี ที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก โดยจัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 86 อันเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่มาก อีกทั้งยังเป็นจัตุรัสที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรม หากใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวโรมก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่จัตุรัสนาโวน่า นอกจากนั้นรูปปั้นที่อยู่ในจัตุรัสนี้ยังเป็นตัวแทนของ แม่น้ำคงคา แม่น้ำไนล์ แม่น้ำดานูป และแม่น้ำพลาต้า ที่นอกจากสวยงามแล้วยังมีความหมายด้วย

หากใครกำลังเล็งไว้ว่าอยากจองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลี หรือว่าจองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส บอกเลยว่าอยากรอช้า แนะนำให้เก็บเสื้อผ้า แพ็คกระเป๋าให้เรียบร้อย เช็ควีซ่าให้พร้อม แล้วเตรียมตัวไปลิสต์ที่เที่ยวอิตาลี – ฝรั่งเศส กันดีกว่า อย่ารอช้าไปเลย จองตั๋วเครื่องบินไปคลิกคลิก

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , , ,