ส่งของต่างประเทศ ขนส่งไหนดี ราคาถูก ในปี 2020

ADVERTISEMENT

[สารบัญ] ส่งของต่างประเทศ ขนส่งไหนดี ราคาถูก ในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2020 นี้ เป็นปีแห่งการค้าขายออนไลน์อย่างแท้จริง อ้างอิงจากข้อมูลการสำรวจของ KTC ที่พบว่าอัตราการขยายตัวของธุรกิจการค้าออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นถึงเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับการขายในรูปแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง

    ดังนั้นความเร็วในการจัดส่งสินค้าจึงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้าไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพราะการตัดสินใจพลาดหรือส่งสินค้าล่าช้าแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก็อาจหมายถึงการสูญเสียรายได้จำนวนมากก็เป็นได้ วันนี้เราขอนำทุกท่านมาพบกับ 5 บริษัทส่งของต่างประเทศ เจ้าไหนถูก เจ้าไหนดี เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจกันดีกว่า

    ตารางเปรียบเทียบ ขนส่งสำหรับส่งของต่างประเทศ

    #1
    เฟด เอกซ์
    (FedEx)

    จากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 35 ปี FedEx ถือเป็นผู้ให้บริการทางด้าน Logistics ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีผ่านสื่อต่าง ๆ ด้วยภาพลักษณ์อันทันสมัยและความน่าเชื่อถือของแบรนด์นี้ ส่งผลให้ FedEx เป็นบริษัทจัดส่งสินค้าที่มีพื้นที่ให้บริการมากกว่า 220 จุดหมายปลายทางจาก 195 ประเทศ รวมทั้งเขตปกครองพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีขั้นตอนการจัดส่งที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกด้วย

    ราคา

    • จดหมายหรือเอกสารเริ่มต้นที่ 779 บาท
    • พัสดุขนาดเล็กไม่เกิน 0.5 กก. เริ่มต้นที่ 852 บาท
    • พัสดุจัดส่งด่วนระหว่างประเทศ เริ่มต้นที่ 2,038 บาท

    ประเทศที่ให้บริการ

    • 195 ประเทศ 220 จุดหมายปลายทาง

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    1. ลงทะเบียนใช้บริการ Fedex Ship Manager เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่งและตรวจรับสินค้า ผ่านช่องทาง Fedex.com
    2. ล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบอัตราค่าบริการและระยะเวลาในการจัดส่ง
    3. กรอกข้อมูลรายละเอียดเอกสารศุลกากร และ Airways Bill ได้ง่าย ๆ โดยสามารถเลือกใช้แบบฟอร์มการจัดส่งทั่วไป หรือ แบบฟอร์มของ Fedex ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลย
    4. พิมพ์เอกสารเกี่ยวกับศุลกากรและ Airways Bill ออกมา เพื่อใช้แนบในการจัดส่งพัสดุ
    5. บรรจุสินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเหมาะสมตามที่ทาง Fedex ได้แจ้งไว้ในเว็บไซต์
      แจ้งนัดพนักงานให้เข้ามารับพัสดุได้ง่าย ๆ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ทางบริษัทจะจัดส่งพนักงานมารับสินค้าถึงประตูบ้านโดยไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลา
    6. ชำระค่าจัดส่งผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางอื่นที่ผูกไว้กับบัญชีของผู้ใช้งาน บนฐานข้อมูลของ FedEx

    ช่อทางการติดต่อ

    • Call Center โทร 1782

    จุดเด่น

    #2
    ดี เอช แอล
    (DHL)

     

    บริษัทจัดส่งสินค้าสัญชาติเยอรมัน ที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้มามากกว่า 50 ปี อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้บริการถึง 220 จุดหมายปลายทาง รวมถึงมีบริษัทคู่ค้าที่พวกเขาเข้าไปถือหุ้นกระจายตัวกันอยู่ทั่วทุกมุมโลก แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีสินค้าประเภทใดที่ DHL ไม่รับจัดส่งไล่เรียงกันตั้งแต่ซองจดหมายถึงไปจนถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่เลยทีเดียว นอกจากนี้ DHL ยังเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการที่รวดเร็ว ฉับไว พร้อมให้บริการถึงประตูบ้านอีกด้วย

    ราคา

    • ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท

    ประเทศที่ให้บริการ

    • 220 จุดหมายปลายทาง 195 ประเทศ

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    1. กรอกข้อมูลรายละเอียดของพัสดุที่ต้องการจัดส่ง ผ่านเว็บไซต์ของ iExpressByDHL ให้ครบถ้วน
    2. กรอกข้อมูลของผู้นำส่งและผู้รับปลายทางให้ถูกต้อง
    3. สามารถนัดพนักงานเข้ามารับพัสดุได้ถึงที่บ้าน หรือสะดวกนำพัสดุไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ DHL สาขาที่อยู่ใกล้บ้านก็สามารถทำได้เช่นกัน
    4. ชำระค่าจัดส่งพัสดุโดยบัตรเครดิต หรือ ช่องทางอื่นที่ลงทะเบียนไว้ใน Iexpress By DHL
    5. พิมพ์เอกสารใบนำส่งสินค้า และ ใบชำระภาษีศุลกากร พร้อมแนบไปกับพัสดุเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

    ช่องทางติดต่อ

    • Call Center โทร 02 345 5000

    จุดเด่น

    #3
    ชื่อโรงแรมภาษาไทย
    (ชื่อโรงแรมภาษาอังกฤษ)

     

    ในช่วงหลายปีมานี้ถือว่าบริษัทไปรษณีย์ไทย สามารถยกระดับการบริการให้เทียบเคียงกับบริษัทขนส่งสินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาตีตลาดในบ้านเราได้อย่างสูสี นอกจากจะมีรูปแบบการจัดส่งพัสดุให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลายแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังครอบคลุมพื้นที่การจัดส่งกว้างขวาง อีกทั้งยังมีอัตราค่าบริการที่ไม่สูงจนเกินไป น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของหลาย ๆ ท่านเลยทีเดียว

    ราคา

    • คิดตามประเภท ขนาด และจุดหมายปลายทางในการจัดส่ง

    ประเทศที่ให้บริการ

    •  107 ประเทศ

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    1. นำสินค้าที่ต้องการจัดส่งไปที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน
    2. เลือกขนาดกล่องบรรจุดภัณฑ์ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวสินค้า
    3. นำสินค้าพร้อมกล่องให้พนักงานทำการแพ็คด้วยเทปกาวและเชือกรัดให้มั่นคง
    4. นำบรรจุภัณฑ์ไปชั่งน้ำหนักที่หน้าเคาน์เตอร์บริการ พร้อมกับเลือกรูปแบบการจัดส่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า อาทิ การจัดส่งแบบธรรมดาใช้ระยะเวลาในการจัดส่งประมาณ 3-9 วัน หรือจะจัดส่งแบบพิเศษ ที่ใช้เวลาเพียง 3-5 วัน โดยข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจากกกลุ่มประเทศที่มีบริการจัดส่งพัสดุทางอากาศ แต่หากประเทศใดที่ไม่สามารถจัดส่งทางอากาศได้ ก็อาจใช้เวลาในการจัดส่งนานกว่าที่ระบุไว้ เป็นต้น
    5. เมื่อเลือกรูปแบบการใช้บริการเสร็จเรียบร้อย จะต้องกรอกใบนำส่ง หรือ Customs Declaration เพื่อง่ายต่อการจำแนกประเภทสินค้าและประหยัดเวลาในการตรวจสอบ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาในการจัดส่งพัสดุนั่นเอง

    ช่องทางติดต่อ

    • Call Center โทร 1545 หรือ ติดต่อสำนักงานใหญ่ โทร 0 2831 3131

    จุดเด่น

    #4
    ยู พี เอส
    (UPS)

    บริษัทจัดส่งสินค้าบนภาคพื้นและอากาศสัญชาติอเมริกัน ที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 100 ปี ให้บริการแทบทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ ย่อมการันตีได้เป็นอย่างดีว่า UPS คือบริษัทที่ให้บริการได้รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือ และครอบคลุมพื้นที่จัดส่งมากกว่าใครเพื่อนเลยทีเดียว

    ราคา

    • จดหมายหรือเอกสารเริ่มต้นที่ 740 บาท
    • พัสดุที่บรรจุกล่อง UPS ขนาดไม่เกิน 10 กิโลกรัม (42 cm x 34 cm x 27 cm) เริ่มต้นที่ 2,947 บาท
    • พัสดุที่บรรจุกล่อง UPS ขนาดไม่เกิน 25 กิโลกรัม (50 cm x 45 cm x 34 cm) เริ่มต้นที่ 2,984 บาท

    ประเทศที่ให้บริการ

    • 220 จุดหมายปลายทาง 195 ประเทศ

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    1. เปิดบัญชีสมัครผ่านเว็บไซต์ของ UPS.COM เพื่อทำรายการส่งพัสดุ
    2. เมื่อสมัครเสร็จแล้วให้เข้ามาที่เมนู “การส่งสินค้า” จากนั้นให้ใส่รายละเอียดของผู้ส่งและผู้รับ จากนั้นเลือกวิธีจัดส่ง ข้อสังเกตในการกรอกรายละเอียดจะต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    3. ใส่รายละเอียดของพัสดุ และเลือกเวลาการจัดส่ง
    4. เมื่อกรอกรายละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว ให้เลือกรูปแบบบริการในการนำส่งและชำระค่าบริการจัดส่งพัสดุได้เลย
    5. เตรียมเอกสารเกี่ยวกับศุลกากรแนบไปกับพัสดุ จากนั้นส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ของ UPS ที่จะเดินทางมารับสินค้าที่บ้านของท่าน

    ช่องทางติดต่อ

    • ที่อยู่ : อาคารเจเวลลี่เทรดเซ็นเตอร์ ชั้นบี1 เลขที่ 43 919/1 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 10500
    • Call Center โทร 0 2762 3300 

    จุดเด่น

    #5
    ฟาสต์ชิป
    (FastShip)

    หากท่านกำลังมองหาแพล็ทฟอร์มที่รวบรวมเอาบริษัทจัดส่งสินค้ามากมายมารวมกันไว้ในที่เดียว เพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบราคาสินค้าและค่าบริการแล้ว FastShip ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแพล็ทฟอร์มที่กำลังร้อนแรงมากในขณะนี้ เพราะพวกเขาได้รวบรวมเอาบริษัทจัดส่งสินค้าเจ้าใหญ่ของโลกไม่ว่าจะเป็น DHL, UPS, ARAMEX, FedEx, SF Express, Thai Post เเละ United States Postal Service มาไว้ในที่เดียวกัน

    ส่วนใครที่กังวลว่าค่าจัดส่งจะแพงไหม มีการเก็บเพิ่มหรือเปล่า รับรองว่าพอเห็นราคาแล้วจะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน เนื่องจากแพล็ทฟอร์มนี้มีส่วนลดพิเศษที่พร้อมลด แลก แจก แถม ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอัตราค่าบริการที่ดีที่สุดอีกด้วย

    ราคา

    • ขั้นต่ำอยู่ที่ 600 บาท โดยพัสดุที่น้ำหนักไม่เกิน 0.5 กิโลกรัม เริ่มต้นที่ 656 บาทและพัสดุส่งด่วนระหว่างประเทศ 1,935 บาท 

    ประเทศที่ให้บริการ

    • 220 จุดหมายปลายทาง 195 ประเทศ

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    1. สมัครเป็นสมาชิกที่เว็บไซต์ FastShip.Co แล้วกรอกข้อมูลอีเมลและรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ
    2. ล็อกอินเข้าสู่ระบบ และไปที่เมนู “สร้างพัสดุ” จากนั้นให้กรอกข้อมูลพัสดุให้ถูกต้อง กรอกข้อมูลผู้รับ ประเภทสินค้า จำนวน ราคารวมสินค้าให้ละเอียดและชัดเจน โดยข้อมูลของราคารวมสินค้าจะระบุไว้ที่ Airway Bill ซึ่งจะมีผลต่อการคำนวณภาษี และการรับประกันสินค้า นอกจากนี้การกรอกข้อมูลจำเป็นต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    3. หากกรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้จดรายละเอียดของรายการพัสดุ หมายเลขพัสดุ และรายละเอียดเบื้องต้นเพื่อแจ้งแก่เจ้าหน้าที่และตรวจสอบความถูกต้องของพัสดุ
    4. จากนั้นให้เลือกวิธีการรับพัสดุ ซึ่งวิธีการเลือกมี 2 วิธี คือ ให้ FastShip เข้ามารับพัสดุที่บ้าน หรือ ดำเนินการจัดส่งไปยังจุด Droppoint ของบริษัท เมื่อดำเนินการทุกอย่างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย สามารถชำระได้ 2 ช่องทางคือ ชำระผ่าน QR Payment และ ชำระผ่านบัตรเครดิต ตรวจสอบสถานะและหมายเลขพัสดุที่ได้รับจากทาง Fastship

    ช่องทางติดต่อ

    • โทร  06-3414-0009 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
    • อีเมล : info@fastship.co
    • เว็บไซต์ : fastship.co
    • Facebook page : facebook.com/fastship.co
    • Line : @fastship.co

    จุดเด่น

    ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ 5 บริษัทส่งของต่างประเทศ เจ้าไหนดี เจ้าไหนน่าโดน ในปี 2020 เราหวังว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอไปจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกท่านเพื่อประกอบการตัดสินใจในการใช้บริการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และพื้นที่ ตลอดจนถึงเพื่อให้ทุกท่านสามารถเข้าถึงอัตราค่าบริการที่ถูกและดี เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจนั่นเอง

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    ADVERTISEMENT

    คุณอาจชอบ..

    Scroll to Top