10 ผลิตภัณฑ์ ขายของออนไลน์อะไรดี ลงทุนต่ำ กำไรเยอะ ในปี 2020

[สารบัญ] 10 ผลิตภัณฑ์ ขายของออนไลน์อะไรดี ลงทุนต่ำ กำไรเยอะ ในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    งานขายของออนไลน์กำลังเป็นที่นิยม ในทั้งผู้ที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว หรือผู้ที่อยากจะหาอาชีพเสริมจากงานประจำ เพราะในปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์มากมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการขายของ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อย่าง Facebook, IG, LINE หรือ Web Marketplace ต่าง ๆ อย่าง Shoppee หรือ Lazada เป็นต้น

    หลาย ๆ คนอยากจะขายของออนไลน์ แต่ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี บทความนี้เลยอยากจะมาแนะนำของน่าขายบนโลกออนไลน์ในปี 2020 แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่ามีอะไรน่าขายบ้าง เรามาดูเกณฑ์ในการเลือกของที่จะขายกันสักนิดก่อนดีกว่า

    วิธีการเลือกของมาขายอย่างไรให้ได้กำไร

    เลือกของที่ตัวเราถนัดและมีความรู้ด้านนั้นมากที่สุด

    เพราะสินค้าออนไลน์แต่ละชนิดนอกจากจะมีหลากหลายแล้ว สินค้าแต่ละชนิดยังมีความแตกต่างกันในรายละเอียด ทำให้เกิดความท้าทายในการขายที่แตกต่างกันออกไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเสื้อผ้า รองเท้า จะเป็นของที่มีหลากหลาย Size นั่นแปลว่าคุณอาจจะต้องเตรียมจำนวนสินค้าไว้ให้พอดีกับความต้องการลูกค้า ถ้าเป็นอาหารก็จะแบ่งเป็นอาหารแห้งที่เก็บได้หลายวัน กับอาหารสดที่ต้องทำวันต่อวัน ซึ่งแต่ละคนก็ถนัดไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะถนัดในการบริหารต้นทุนการทำอาหารสดได้ดีกว่า หรือถ้าคุณไม่ถนัดอะไรเลย แนะนำว่าให้ขายของที่ง่ายที่สุด เป็นสินค้า Mass ไม่มี Size ไม่ต้องกลัวเน่าเสีย เช่น สบู่, กระเป๋า, หมวก ฯลฯ แต่ความท้าทายของการขายสินค้าง่าย ๆ มีอยู่ทั่วไป ต้องแลกมาด้วยการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงและเป็นสินค้าที่หาความแตกต่างและทำให้โดดเด่นได้ยาก นั่นเอง

    จับทางเทรนด์ตลาดให้ถูกต้อง จับกลุ่มเป้าหมายให้อยู่มือ

    เรื่องเทรนด์การตลาดเป็นสิ่งที่พูดยากในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ความต้องการ ความชอบ รสนิยมของผู้บริโภคมีหลากหลาย สามารถจำแนกลงไปได้อีกเยอะมาก ดังนั้นเราอาจค้นพบกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มใหญ่อยู่เสมอ

    แต่อย่างไรก็ตามวิธีที่ง่ายที่สุดในการจับเทรนด์การขายสินค้าออนไลน์ก็คือการใช้ Google Trend ดูว่าปัจจุบันลูกค้าเสิร์ชหาสินค้าอะไรมากที่สุด โดยอาจจะเปรียบเทียบสินค้า Candidate ที่อยากจะขายในข้อแรกดูก็ได้ แล้วลองใช้ Google Trend เทียบดูว่าสินค้าไหนมียอดผู้ซื้อมากกว่ากัน

    สุดท้ายแล้ว การจับเทรนด์ถูก ก็ไม่ดีเท่ากับการจับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้อยู่มือ ถ้าคุณรู้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร แล้วคุณสามารถทำอะไรกับคนกลุ่มนี้ได้บ้าง นั่นก็ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญแล้ว

    ตั้งเป้าหมายในผลกำไรของตัวเอง

    เราไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าการขายของอะไรได้กำไรเยอะ หรือต้นทุนต่ำ เพราะคำว่ามากน้อยของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งเป้ายอดขาย ตั้งเป้ากำไร และตั้งเพดานต้นทุนของตัวเองอย่างไร ในข้อนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากว่าคุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณอยากจะขายของออนไลน์ไปเพื่ออะไร เมื่อได้กำไรแล้วคุณจะแบ่งเก็บเท่าไหร่ แบ่งใช้ แบ่งลงทุนอย่างไร ถ้าหากสิ่งเหล่านี้ชัดเจนก็จะทำให้คุณกำหนดตัวเลขยอดขาย ต้นทุน และกำไรได้ในที่สุด

    #1
    เสื้อผ้าแฟชั่น มือหนึ่งหรือมือสอง

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    เชื่อว่าแม่ค้าสาว ๆ น่าจะถนัดในสินค้าประเภทนี้ และตลาดเสื้อผ้าก็กว้างใหญ่ แม้จะมีผู้ขายหลายราย แต่โลกของแฟชั่นก็ไม่เคยหยุดเดิน มีเทรนด์ใหม่ ๆ ให้คอยอัปเดตอยู่เสมอ และทุกคนต้องใส่เสื้อผ้า โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนการแต่งตัวอยู่เป็นประจำ ก็จะช่วยเร่งอัตราขายของคุณได้มากขึ้น การสั่งซื้อเสื้อผ้ามาขายจากโรงงาน ก็จะทำให้คุณได้เสื้อผ้าในราคาต้นทุนที่ต่ำ กินส่วนต่างกำไรได้เยอะ

    #2
    กระเป๋าสตางค์

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    กระเป๋าสตางค์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ต้นทุนต่ำ (กรณีที่เป็นกระเป๋าแฟชั่นทั่วไป) แต่ก็มีข้อควรระวังตรงที่กระเป๋าสตางค์มีอัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนใบใหม่ที่ต่ำกว่าสินค้าจำพวกเสื้อผ้า สังเกตง่าย ๆ ก็คือในหนึ่งปีเราเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ไม่กี่ใบ หรือบางใบก็ใช้หลายปี ดังนั้นหากอยากเร่งยอดขาย แนะนำว่าให้จับกลุ่มตลาดที่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง และนักเรียน นักศึกษา ที่มองหากระเป๋าตังค์สวย ๆ ไม่ซ้ำ ไม่น่าเบื่อ คุณภาพและราคาไม่แพง สามารถซื้อซ้ำได้เรื่อย ๆ

    #3
    แว่นตาแฟชั่น

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    แว่นตาแฟชั่นเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องมีหลาย Size แค่ทำหลายสีหลายแบบให้ลูกค้าได้เลือก สามารถขายให้กับลูกค้าโดยตรงแบบ B2C หรือจะขายแบบ B2B เป็นล็อตใหญ่ให้กับสตูดิโอถ่ายภาพต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นพร็อพในการถ่ายรูปก็ได้ ย้ำว่าในกรณีเป็นแว่นตาแฟชั่นมีไว้เพื่อความสวยงาม ไม่ได้ใช้กันแดด หรือถนอมสายตาแต่อย่างใด โดยถ้าหากอยากจะ Upgrade สินค้าให้มีคุณภาพที่สามารถกันแดดหรือกรองแสงได้ ก็อาจจะต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามมา

    #4
    ขนมหรือของกินเล่น

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    การขายขนมและของกินเล่นให้สุดปังแนะนำเลยว่าหาอะไรก็ได้ที่ “หาซื้อได้ยาก” และ “เป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนั้น” ถ้าคุณขายขนมที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ก็อาจจะพอขายได้แต่ถ้าหวังผลกำไรแบบเป็นกอปรเป็นกำรับรองว่าต้องเหนื่อยยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณขายขนม OTOP ของดีประจำจังหวัด ของฝากต่าง ๆ หรืออะไรก็ตามที่หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาดทั่วไป นี่แหละคือโอกาสของการขายออนไลน์ ประกอบกับหากจำหน่ายบนแพลตฟอร์มที่โชว์รูปสวย ๆ ยั่ว ๆ อย่าง Facebook, Instagram ก็ยิ่งเป็นช่องทางให้คนที่เลื่อน News Feed เกิดหิวอยากกินและกดสั่งซื้อได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพิจารณาให้มากมาย ในขณะเดียวกันขนมหรือของกินเล่นที่เป็นอาหารแห้งจะมีข้อดีตรงที่สามารถเก็บไว้ได้หลายวันหรือหลายเดือน ทำให้ประหยัดต้นทุนในการระบายสินค้ารวมถึงสามารถป้องกันความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามกำหนดเวลาอีกด้วย

    #5
    น้ำพริก

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    น้ำพริกเริ่มกลายมาเป็นสินค้ายอดนิยมที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มักหยิจับนำมาจำหน่ายกัน เพราะเป็นเมนูสำคัญที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังสามารถทำเก็บไว้ได้นาน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารกันบูดอีกด้วย

    นอกจากน้ำพริกจะเป็นสินค้าที่สามารถทำการตลาดแบบซื้อมาขายไปได้แล้ว ในอีกมุมหนึ่งหากผู้ขายท่านใดมีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารจนสามารถดัดแปลงหรือคิดสูตรทำเองได้ ก็จะดีต่อการสร้างแบรนด์ให้รสชาติติดปาก ลูกค้าติดใจ สั่งซ้ำ ๆ วนไปไม่หยุด และแน่นอนว่าลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สั่งทีละกระปุก แต่จะสั่งทีละเยอะ ๆ เพื่อนำไปจำหน่ายขายต่อหรือเก็บไว้รับประทานที่บ้าน ถือเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างผลกำไรอย่างงามได้อีกด้วย

    #6
    ถุงเท้า

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    รู้หรือไม่ว่าถุงเท้าเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่หายง่ายและหาคู่ยากที่สุดในบ้าน และปัจจัยเหล่านี้นำมาซึ่งโอกาสในการขายสินค้าประเภทนี้ให้มีผลกำไรบนโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญต้นทุนของถุงเท้าจัดได้ว่าถูกมาก เราอาจจะเคยเห็นถุงเท้าที่วางขายตามข้างทางในราคา 4 คู่ 100 บ้าง คู่ละ 10 กว่าบาทบ้าง ลองนึกภาพว่าขนาดผู้ประกอบการที่มีต้นทุนในเรื่องของค่าเช่าพื้นที่ยังกล้าขายถุงเท้าในราคานี้ แล้วต้นทุนจริง ๆ ของสินค้าประเภทนี้จะถูกขนาดไหน หากเรานำมาจำหน่ายออนไลน์ โดยไม่ต้องกังวลกับต้นทุนเหล่านี้ ถุงเท้าก็น่าจะสร้างผลประกอบการที่น่าพอใจให้กับเราได้อย่างแน่นอน

    #7
    ขาย Content และ Service ต่าง ๆ

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    ข้อนี้จะพิเศษกว่าทุกข้อที่ผ่านมา เป็นการใช้ต้นทุนเม็ดเงินที่ต่ำที่สุด แต่อาจจะหนักไปทางต้นทุนเวลาและแรงเล็กน้อย การขาย Content และ Service สามารถทำได้ผ่านออนไลน์ เช่น รับจ้างวาดรูป, รับจ้างดูแลเพจ, รับตัด VDO, รับเขียนบทความ ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องมีหน้าร้าน ขอแค่คุณมีตัวอย่างผลงาน มีพอร์ตงานออนไลน์ ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็เปิดเพจ เปิดบล็อก หรือเปิดช่องยูทูบเอาไว้ และขยันทำ Content ที่จะเอาไปเป็นตัวอย่างในการเสนองานลูกค้า

    #8
    ขายคอร์สเรียน

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    ในยุคสมัยที่ทุกคนต่างหาที่พึ่งพิงทางใจ ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ผู้คนมักจะยอมจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งโปรไฟล์ หรือใบผ่านทางในการทำอะไรสักอย่าง จึงนำมาซึ่งคอร์สการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สการตลาด คอร์สการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง

    อีกหนึ่งวิชาที่กำลังอยู่ในเทรนด์คือ คอร์สการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ด้วยรูปแบบเวิร์คช็อปต่าง ๆ อาทิ คอร์สงานฝีมือ คอร์สการสื่อสาร หรือกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นความรู้ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้เช่นกัน หากใครสนใจต่อยอดจากความชอบ หรือ จากความรู้ที่ตนเองมีเพื่อนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบนี้ ก็สามารถเข้าเรียนหลักสูตรการเป็นผู้สอนที่ได้รับการรับรองจากสถาบันต่าง ๆ ไม่แน่ว่าความรู้ที่ทุกท่านมี อาจนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ดี ๆ ก็เป็นได้

    #9
    เครื่องสำอาง

    ภาพประกอบจาก Pixabay

    มีคำกล่าวว่าหากมนุษย์เรายังคงรักสวย รักงาม เครื่องสำอาง ก็เป็นสินค้าจำเป็นที่ไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีปัญหาสำคัญที่ทำให้หลายท่านไม่ปังเมื่อมาจับเครื่องสำอางก็คือ กลุ่มผู้บริโภคสินค้าประเภทนี้มีปริมาณมากและความต้องการของลูกค้าก็แตกต่างกันออกไปตามอำนาจการซื้อ 

    ดังนั้นการเลือกเครื่องสำอางสักแบรนด์หนึ่งขึ้นมาทำทำการตลาด จึงต้องลงทุนกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงมองเห็นความชัดเจนของกลุ่มผู้บริโภค มิเช่นนั้นการจำหน่ายเครื่องสำอางโดยขาดการศึกษาที่ดีก็เปรียบเสมือนการโยนเหรียญขึ้นไปบนฟ้า มีโอกาสที่จะออกด้านใดก็ได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในคราวเดียวกัน หากไม่อยากสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญ ผู้ประกอบการจึงควรทำการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคให้ดีนั่นเอง

    #10
    สินค้านวัตกรรม

    ของใหม่ คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักให้ความสนใจอยู่เสมอ การจำหน่ายสินค้าที่ถูกพัฒนาด้วยนวัตกรรมคืออีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญที่สามารถช่วยให้ท่านได้รับผลตอบแทนก้อนใหญ่ โดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแต่อาจต้องติดต่อประสานงานและหาช่องทางการจำหน่ายที่ถูกต้อง เพื่อรองรับการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้า

    สินค้าประเภทนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในตลาด มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน อาทิ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผลิตภัณฑ์จากฟางข้าว ถ้วยชามจากใบกาบหมาก หรือผลิตภัณฑ์ใส่อาหารจากใบตอง เป็นต้น สินค้าประเภทนี้ส่วนใหญ่จะชูธงในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีกลุ่มผู้บริโภครองรับชัดเจน

    เครื่องจักรที่ถูกดัดแปลงจากวัสดุง่าย ๆ อาทิ เครื่องตัดหญ้าแบบ D.I.Y เครื่องคั่วกาแฟขนาดกะทัดรัด หรือจะเป็นเครื่องกำจัดขยะ ก็ล้วนแต่เป็นสินค้าที่มีความน่าสนใจ เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาอุปกรณ์ทดแทน ในราคาที่ถูกกว่าต้นฉบับ รวมถึงยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายกว่าอีกด้วย

    และนี่ก็คือข้อแนะนำทั้งหมดในการขายของออนไลน์ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจยังมีสินค้าที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของท่านอีกมากมาย

    แต่ในท้ายที่สุดคงไม่มีใครสามารถตอบคำถามที่ว่า “จะขายอะไรดี” ได้ดีไปกว่าตัวของคุณเอง แต่ก็อย่าลืม 3 ข้อที่ฝากเอาไว้ว่าในเบื้องต้น คือ ให้มองหาสิ่งที่ถนัด, จับเทรนด์และฐานลูกค้าให้อยู่มือ และมีเป้าหมายในการทำธุรกิจ เชื่อว่าสามข้อนี้ก็เพียงพอที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้องลองทำก่อน แล้วจึงจะรู้ว่าได้ผลหรือไม่ และปัญหาที่คุณเจอจะทำให้คุณเรียนรู้และเติบโตมากยิ่งขึ้น

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    Scroll to Top