Kept by Krungsri (กรุงศรี) คือ? ดีไหม? สมัครอย่างไร?

ADVERTISEMENT

[สารบัญ] Kept by Krungsri (กรุงศรี) คือ? ดีไหม? สมัครอย่างไร?
    Add a header to begin generating the table of contents

    ในยุคนี้การออมเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกันมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสในเชิง “คนจนชอบคิดวิธีเก็บเงิน ส่วนคนรวยชอบคิดวิธีหาเงิน” เข้ามาวนเวียนในหัวผู้คนผ่านไลฟ์โค้ชต่าง ๆ ทำให้หลาย ๆ คนไม่ค่อยแคร์สนใจกับเรื่องการเก็บหอมรอมริบสักเท่าไร แต่พอคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจลูกใหญ่อย่าง Covid-19 ซัดเข้ามา เราทุกคนก็ต่างต้องทบทวนเรื่องการออมเงินกันอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะต้องปรับตัวกันยกใหญ่ Kept by Krungsri จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในภารกิจการออมเงินของพวกเขา

    ซึ่ง Kept ได้คอนเฟิร์มกับพวกเราว่า “เป็นการออมเงินที่สนุก” และ “ให้ดอกเบี้ยสูง” อีกด้วย ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ มาเคลียร์กันให้ชัดจบในบทความเดียวเลย

    Kept by Krungsri คืออะไร?

    Kept by Krungsri เป็นบัญชีออมทรัพย์ (มีเลขบัญชีเป็นของธนาคารกรุงศรี) ในรูปแบบแอปพลิเคชั่นที่เสริมนวัตกรรมและฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้าไปเพื่อผลักดันให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจการออมมากยิ่งขึ้น ซึ่งคำว่า Kept ก็มีความหมายว่า “เก็บ” ในภาษาไทยด้วย

    Kept สามารถทำอะไรได้บ้าง

    อาจกล่าวได้ว่า Kept by Krungsri คือการผสมผสานระหว่างกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิคส์ เข้ากับบัญชีเงินฝากที่มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย ในส่วนของโครงสร้างแอพพลิเคชั่น Kept by Krungsri จะประกอบไปด้วย 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่

    กระเป๋า Kept “จ่ายคล่อง”

    กระเป๋าสตางค์ Kept ก็มีหน้าที่ตามชื่อเรียกของมันเลย คือเป็นเสมือนกระเป๋าสตางค์ที่เอาไว้คอยจ่ายเงิน จ่ายบิลต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ (ฟรีค่าธรรมเนียมและสแกนจ่ายผ่าน QR Code ได้) ถ้าให้เทียบกับธนาคารเจ้าอื่น ก็เปรียบเสมือนบัญชี Me Move ของ Me by TMB หรือ บัญชี TMRW Every Day ของ TMRW by UOB

    อย่างไรก็ดีกระเป๋า Kept จะมี Movement การเข้าออกของเงินที่ค่อนข้างถี่กว่าบัญชีที่ใช้เพื่อการเก็บออมมในระยะยาว และจะได้ดอกเบี้ยไม่มาก เพียงแค่ 0.1% เท่านั้น อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นที่เราสามารถกำหนดได้ว่าให้มีเงินคงเหลืออยู่ในกระเป๋า Kept มากสุดเท่าไหร่ เช่น ถ้าตั้งไว้ว่าให้มีเงินในกระเป๋า Kept สูงสุด 1,000 บาท เมื่อโอนเงินเข้ากระเป๋า Kept 10,000 บาท เงิน 1,000 บาทจะถูกเก็บไว้ที่กระเป๋า Kept ส่วนอีก 9,000 บาทที่เกินมานั้นจะถูกโอนออกไปยังพระเอกตัวจริงแห่งการออมซึ่งก็คือ “กระปุก Grow” (เป็นการโอนอัตโนมัติที่อาจจะต้องรอระบบตัดบัญชีสักระยะเวลาหนึ่ง)

    กระปุก Grow “เก็บก้อน”

    มาถึงผลิตภัณฑ์ซึ่งถือเป็นพระเอกตัวจริงของเรานั่นก็คือ กระปุก Grow ซึ่งมีความหมายสั้น ๆ ตรงตัวว่า “ความเติบโต”ที่สื่อถึงการออมในระยะยาวและเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ โดยให้ดอกเบี้ยปีแรก 1.6% และปีที่สอง 1.8% สิ่งที่พิเศษมาก ๆ ก็คือบนหน้าจอแอปพลิเคชั่นจะมีการคำนวณดอกเบี้ยรายวันให้เห็นและจ่ายดอกเบี้ยให้ “ทุกเดือน” (จ่ายทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน) แต่มีเงื่อนไขว่าขั้นต่ำของการโอนเข้ามาที่กระปุก Grow คือ 5,000 บาท (ถ้ามียอดการออมไม่ถึง 5,000 บาท ผู้ออมจะไม่ได้รับการปรับยอดตามเงื่อนไขที่กำหนด)

    การโอนเงินออกจากกระปุก Grow ตรงนี้จะแตกต่างจาก ME ของ TMB ตรงที่ถ้าอยากใช้เงินจาก ME Save (เก็บเงินระยะยาว) จะต้องโอนเข้าไปที่ ME Move ก่อนจึงจะทำการถอนเงินออกมาใช้ หรือจ่ายบิลได้

    สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานของกระปุก Grow นั้น ไม่มีความจำเป็นต้องโอนเงินเข้าไปในกระเป๋า Kept เพื่อใช้งาน แต่สามารถโอนเงินออกจากกระเป๋า Kept เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการได้เลย ซึ่งหากยอดเงินคงเหลือในกระเป๋า Kept ไม่พอ ระบบจะทำการดึงเงินอัตโนมัติ จากบัญชีกระปุก Grow ทันที (ถือว่าสะดวกกว่าการโอนสองครั้ง) แต่ทั้งนี้ตามวัตถุประสงค์ในการออมเงิน สำหรับสายสตรองก็สามารถตั้ง Lock ไม่ให้โอนออกอัตโนมัติได้ หรือจะเปิดฟีเจอร์ “เตือนก่อนใช้” เพื่อเรียกสติกลับมาก็สามารถทำได้เช่นกัน

    ทั้งนี้ทั้งนั้นกระปุก Grow ยังมีวงเงินคุ้มครองบัญชีสูงสุดถึง 5,000,000 บาท เป็นเครื่องการันตีความมั่นคงให้กับลูกค้าอีกด้วย

    กระปุก Fun “เก็บเศษ”

    เป็นฟังก์ชั่นกระปุกสนุก ๆ ที่เอาไว้ “เก็บเล็กผสมน้อย” เหมือนหยอดกระปุก 5 บาท 10 บาท ซึ่งกระปุก Fun จะทำงานกับกระเป๋า Kept โดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับกระปุก Grow หากต้องการแคะเงินจากกระปุก Fun ออกมาใช้ก็สามารถแตะปุ่มโอนไปยังกระเป๋า Kept ได้ไม่ยาก

    กระปุก Fun มีฟีเจอร์เด็ด  ๆ คือ ฟีเจอร์แอบเก็บ (Auto Grab) ที่มี 3 วิธีเก็บเงินโดยไม่รู้ตัวให้เลือก (เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง) ไม่ว่าจะเป็น

    1. ระบุจำนวนต่อครั้ง เช่น ระบุว่าทุกการใช้จ่ายจากกระเป๋า Kept จะมีการโอนเข้ามากระปุก Fun 10 บาท หรือ
    2. ระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง ว่าทุกการใช้จ่ายจากกระเป๋า Kept จะมีการโอนเข้ามากระปุก Fun กี่% หรือ
    3. การปัดเศษให้เป็นจำนวนเต็ม ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการจ่ายบิล 130 บาท และเราตั้งค่าให้แอบเก็บโดยการปัดเศษเป็นจำนวนเต็มร้อย เมื่อเราตั้งใจจ่ายบิลจากกระเป๋า Kept 130 บาท เงินจะถูกโอนออกจากกระเป๋า Kept ทั้งหมด 200 บาท โดยที่ 130 บาทก็จ่ายบิลปกติ ส่วนอีก 70 บาท ก็ถูกเก็บเข้ากระปุก Fun

    นอกจากนี้ยังมีแคมเปญพิเศษจูงใจการแอบเก็บด้วยการให้ดอกเบี้ยพิเศษในเดือนถัดไป เช่นให้ดอกเบี้ย 1% ในเดือนถัดไปเมื่อแอบเก็บครบ 10 ครั้ง เป็นต้น

    นอกจากฟีเจอร์แอบเก็บแล้ว กระปุก Fun ยังมีฟีเจอร์สั่งเก็บอัตโนมัติที่เราสามารถตั้งค่าเองได้บนแอพพลิเคชัน สามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้เก็บทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน (เลือกได้ด้วยว่าเก็บทุกวันที่เท่าไหร่ของเดือน) นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดจำนวนและขอบเขตระยะเวลาการเก็บเงินได้อีกด้วย

    ทั้งหมดนี้ต้องไม่ลืมว่ากระปุก Fun จะเก็บเงินจากกระเป๋า Kept เท่านั้น ใครที่ไม่ชอบเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ มุ่งเน้นกระปุก Grow อย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดกระปุก Fun ขึ้นมาก็ได้ แต่ถ้าใครอยากจะเปิดกระปุก Fun สามารถกดเลือก “เพิ่มกระปุก Fun” บนหน้าจอแอปพลิเคชั่นได้ง่าย ๆ

    ข้อดีของ Kept by Krungsri

    1. เป็นแอปพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมการออมที่ดีที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเทียบกับ ME by TMB หรือ TMRW by UOB ณ ตอนนี้แล้ วถือว่า Kept มีอะไรให้เล่นเยอะกว่า สร้างสรรค์และพิเศษมากกว่า ทั้งนี้ก็ต้องรอดูต่อไปว่าทั้งสามแบรนด์นี้จะพัฒนาอะไรใหม่ ๆ ออกมาในอนาคตอีกบ้าง แน่นอนว่าเมื่อแต่ละธนาคารแข่งขันกัน คนที่ได้เปรียบก็คือลูกค้าอย่างเรานั่นเอง
    2. รับเงินเพิ่มจากการชวนคนได้สูงสุดถึง 500 บาท ซึ่งจะอธิบายต่อไปในขั้นตอนการสมัคร
    3. เป็นแอปพลิเคชั่นที่เข้าใจธรรมชาติและพฤติกรรมการออมของคนมากที่สุด โดยทีมพัฒนาได้ทำการบ้านในจุดนี้มาอย่างดีว่าพฤติกรรมการออมของคนมีรูปแบบไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเล็กผสมน้อย การเก็บเงินก้อน หรือจะเป็นการดัดนิสัยคนที่ชอบใช้จ่ายอย่างการหักเข้ากระปุก Fun ทุกครั้งเป็นต้น ถึงแม้ Kept by Krungsri จะเปิดตัวช้ากว่าเจ้าอื่น แต่ก็ถือว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพสมกับการรอคอยเลยทีเดียว
    4. เป็นแอปพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อการออมเป็นหลัก แต่แนวทางปฏิบัติกลับทำให้ผู้ใช้บริการไม่รู้สึกอึดอัดกับการออม เนื่องจาก Kept by Krungsri พยายามใช้ลูกเล่นเพื่อเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวคิดในการออมเงินตลอดจนถึงการบริหารการใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ นำมาซึ่งการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาในการเก็บเงินนั่นเอง

    ข้อจำกัดของ Kept by Krungsri

    1. ข้อจำกัดของ Kept ที่ด้อยกว่า ME และ TMRW ก็น่าจะเป็นเรื่องของยอดเงินขั้นต่ำในการฝากเงินเข้ากระปุก Grow ซึ่งก็คือ 5,000 บาท ในขณะที่ ME และ TMRW ไม่มีขั้นต่ำ
    2. สำหรับบางคนที่รายได้ไม่มากถ้าค่อย ๆ เก็บในกระเป๋า Kept ทีละเล็กทีละน้อย กว่าจะสามารถเก็บเข้ากระปุก Grow ได้ก็อาจต้องใช้เวลานาน และจากประสบการณ์ของพวกเราก็น่าจะรู้ดีว่าดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนสักเท่าไหร่ อาจเกิดความผันผวนต่าง ๆ ได้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตามทุกอย่างมีก้าวแรกเสมอ ลองประเมินและตั้งเป้าดูว่าอยากเก็บเงินเท่าไร และทำอย่างไรจึงจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเป้าหมายและวิธีการแตกต่างกันไม่มีสูตรตายตัวในเรื่องนี้ 

    อยากสมัคร Kept by Krungsri ต้องทำอย่างไร

    1. มีคุณสมบัติครบถ้วน คือต้องมีสัญชาติไทย และมีช่วงอายุระหว่าง 15-60 ปี
    2. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Kept ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ IOS
    3. เข้าแอปพลิเคชั่นแล้วสมัครตามขั้นตอน กรอกชื่อที่อยู่ กรอกข้อมูลต่าง ๆ และสแกนบัตรประชาชน
    4. นำบัตรประชาชานและ QR Code ไปยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงศรีทุกสาขา หรือยืนยันที่ Krungsri i-CONFIRM (จุดยืนยันตัวตนของธนาคารกรุงศรี มีอยู่ทั่วประเทศ) ภายใน 7 วัน
    5. กลับมาที่แอปพลิเคชั่นอีกครั้ง ให้ถ่ายรูปเซลฟี่และยืนยัน, กรอกรหัส OTP ต่าง ๆ ตามคำแนะนำในแอปพลิเคชั่น
    6. ใส่รหัสแนะนำจากเพื่อน โดยกรอก Code ของเพื่อนที่แนะนำแอปพลิเคชั่นนี้ให้กับเรา ซึ่งตรงนี้ต้องระวังเพราะสามารถใส่รหัสนี้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อทำขั้นตอนนี้เราจะได้รับเงินทันที 50 บาท และถ้าหากเรานำรหัสของตัวเองไปแนะนำเพื่อนต่อก็จะได้เงินอีก 50 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ์นี้จะจำกัดสูงสุด 10 คน (ได้เงินสูงสุด 500 บาท)
    7. ใช้งานแอปพลิเคชั่นและเริ่มเก็บเงินได้เลย

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Kept by Krungsri

    เหมาะสำหรับบุคคลธรรมดา พนักงานประจำ หรือคนที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูงที่ต้องการเก็บออมเงิน หรือในบางกรณีก็เหมาะกับคนที่ชอบช้อปปิ้ง ใช้ จ่าย เปย์ แอปพลิเคชั่น Kept ตัวนี้จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยเก็บเงินแบบเนียน ๆ หรือช่วยปรับพฤติกรรมการใช้เงินของทุกท่านได้อย่างลงตัว

    สามารถสมัครได้ 1 คนต่อ 1 บัญชี 1 เครื่องโทรศัพท์มือถือและเบอร์โทรเท่านั้น

    ใช้ได้ทั้งโทรศัพท์มือถือที่มีระบบปฏิบัติการ iOS (เวอร์ชัน 11.0 ขึ้นไป) และ Android (เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไป) เพื่อการใช้งานที่ดีควรอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ

    เข้าไปดูได้ที่ เมนูอื่น ๆ (More) > เมนูรหัสแนะนำเพื่อน (Referral Code) ระบบจะแสดงจำนวนคนที่ใช้รหัสของเราไปสมัครให้เห็น

    สามารถทำได้โดยจะต้องไปที่เมนูตั้งค่า (Application Setting) และตั้งให้โอนเงินผ่าน Wi-fi ได้

    ไม่ได้ทั้งสองกระปุก โดยจะต้องโอนเงินไปยัง Kept ก่อน

    แต่ละธนาคารมีข้อดีข้อเสียคนละแบบ ณ ตอนนี้ Kept ให้ดอกเบี้ยสูงสุด และมีลูกเล่นในการเก็บเงินเยอะที่สุด (1.8%) แต่ข้อด้อยคือมีขั้นต่ำในการฝากเงิน ส่วนอีก 2 เจ้าไม่มี ME เหมาะกับการเก็บเงินแบบเรียบง่าย ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ยุ่งยาก แต่ให้ดอกเบี้ยต่ำสุด (1.1%) ส่วน TMRW แม้จะให้ดอกเบี้ย 1.3% แต่ดูจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปปิ้งและส่งเสริมการใช้งานบัตรเครดิตมากกว่า

    สุดท้ายนี้หากท่านใดสนใจสมัครใช้บริการ Kept by Krungsri ซึ่งมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย เพื่อเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการเงินทองอย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น สำหรับระบบปฏิบัติการ IOS และ Android ได้ตามลิงค์ที่แนบมาให้ได้เลย

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    ADVERTISEMENT

    คุณอาจชอบ..

    Scroll to Top