วิธีเล่นหุ้น ฉบับมือใหม่ 2020 อ่านจบเริ่มเล่นได้เลย

วิธีเล่นหุ้น มือใหม่
[สารบัญ] วิธีเล่นหุ้น ฉบับมือใหม่ 2020 อ่านจบเริ่มเล่นได้เลย
    Add a header to begin generating the table of contents

    การเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่นั้นคงจะดูงงไม่น้อย แต่ก็มีหลายคนที่ต้องการลงทุนเล่นหุ้น เนื่องจากมองว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่ได้ผลตอบแทนสูง ก่อนที่คุณจะเริ่มควรศึกษาพื้นข้อมูลฐานต่างๆให้ดีก่อน ดังนั้นวันนี้เราจะได้เตรียมวิธีการเล่นหุ้น ฉบับมือใหม่ปี 2020 เรียกได้ว่า อ่านจบเริ่มเล่นได้เลย

    หุ้นคืออะไร หุ้นคือ ตราสารที่บริษัทออกและเสนอขายให้คนทั่วไปและนำเงินที่ขายได้ไปลงทุนในกิจการของบริษัท ดังนั้น เมื่อเราซื้อหุ้นของบริษัทใดก็เปรียบเสมือนว่าเราเป็นเจ้าของกิจการของบริษัทนั้น หากบริษัทมีกำไรเราก็จะได้กำไร แต่หากบริษัทขาดทุนเราก็จะขาดทุนตามไปด้วย ดังนั้นการลงทุนหุ้นจึงมีความเสี่ยง มือใหม่ควรศึกษาวิธีการให้ดีก่อนตัดสินใจเล่นหุ้น

    วิธีเล่นหุ้น มือใหม่ 03
    รูป วิธีเล่นหุ้น

    เราได้ผลกำไร/ผลตอบแทนจากการเล่นหุ้นอย่างไร

    1. กำไรจากการซื้อขาย (Capital Gain)

    กำไรจากการซื้อขาย ก็คือ การซื้อและการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เราจะขายหุ้นเมื่อราคาหุ้นแพงกว่าราคาที่เราซื้อมา ยกตัวอย่างเช่น เราซื้อหุ้นมาในราคา 20 บาท ผ่านไป 3 เดือนหุ้นตัวนี้มีราคาขึ้นมาเป็น 25 บาท ถ้าเราขายหุ้นเราก็จะได้กำไร 5 บาทเป็นต้น แต่หากหุ้นที่เราซื้อมามีราคาสูงอยู่ก่อนแล้วและปล่อยขายไม่ได้ ศัพท์ของคนเล่นหุ้นเรียกว่า “ติดดอย” ดังนั้นเราจะต้องคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นอยู่เสมอ เพื่อซื้อขายหุ้นให้ถูกเวลา ซึ่งการลงทุนแบบนี้โดยจะไม่เน้นเงินปันผลแต่เน้นการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่ซื้อมา

    1. กำไรจากการปันผล (Dividend)

    กำไรจากการปันผล ก็คือ กำไรที่คณะกรรมการบริษัทมีมติแบ่งกำไรส่วนหนึ่งของบริษัทปันผลให้ผู้ถือหุ้น แล้วแต่บริษัทว่าจะปันผลปีละกี่ครั้ง จำนวนเท่าไหร่ หากบริษัทประกอบการได้กำไรดีสม่ำเสมอ คุณก็จะได้ผลตอบแทนระยะยาว ดังนั้นผู้ที่ต้องการกำไรจากการปันผลหุ้นจะต้องมีเงินเย็นเท่านั้น ไม่เน้นกำไรจากการซื้อขายหุ้นการเลือกหุ้นในกลุ่มนี้ต้องดูผลตอบแทนระยะยาว

    set mai

    เราซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไหนบ้าง

    1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (the Stock Exchange of Thailand = SET)

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตลาดเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนตราสารทุน(หุ้น) รวมถึงการจดทะเบียน การชำระราคา การส่งมอบหลักทรัพย์ การรับฝากทรัพย์ และกิจการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องที่คณะกรรมการหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์อนุมัติ โดยบริษัทที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้นั้นจะต้องมีทุนชำระหลัง IPO ตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการซื้อขายแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้าเปิด 10.00 – 12.30น. ช่วงบ่ายเปิด 14.25 – 16.40น.

    1. ตลาด MAI (Market for Alternative Investment)

    ตลาด MAI เป็นตลาดหลักทรัพย์อีกแห่งหนึ่ง มีจุดประสงค์การทำหน้าที่เหมือนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นตลาดทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนดำเนินกิจกรรมเหมือนกัน ต่างกันที่ตลาด MAI จะเน้นไปที่กิจการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME โดยผ่อนผันหลักเกณฑ์ต่างๆลงเช่นถ้าเป็น SET ทุนชำระหลัง IPO จะเป็นทุนตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป แต่ที่ MAI จะลดลงเหลือเพียง 20 ล้านบาท เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจ SME ได้มีโอกาสระดุมทุน และเพื่อเพิ่มจำนวนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อุตสาหกรรมที่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เน้นทำการตลาดเชิงรุก ได้แก่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) อุตสาหกรรมด้านสุขภาพและท่องเที่ยว สื่อ โลจิสติคส์ พลังงาน และพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการอื่นๆ

    วิธีเล่นหุ้น มือใหม่ 01
    รูป วิธีเล่นหุ้น

    เล่นหุ้นมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

    แน่นอนว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงไม่มีการลงทุนใดๆในโลกนี้ที่ปราศจากความเสี่ยง การลงทุนในหุ้นก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าคุณจะมีกำไรจากการซื้อขายหุ้น หรือกำไรจากเงินปันผลหุ้นก็ตาม เรามาดูกันว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้างที่คุณต้องเจอหากคุณต้องการเล่นหุ้น

    1. ความเสี่ยงจากผลประกอบการบริษัท ภาวะอุตสาหกรรม และภาวะเศรษฐกิจ

    หากภาวะเศรษฐกิจดี ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทดี คุณก็จะได้ผลตอบแทนที่สูงและในทางกลับกันหากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ก็จะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทไม่ดี คุณก็จะได้ผลตอบน้อยตามไปด้วย

    1. ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ 

    เช่นคุณอาจขายหุ้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่คุณซื้อมา หรือ บริษัทจ่ายปันผลในอัตราที่ต่ำหรือบางปีอาจไม่จ่ายปันผลเลย เนื่องมาจากบริษัทอาจขาดสภาพคล่อง

    1. ความเสี่ยงทางธุรกิจ

    ความเสี่ยงทางธุรกิจ มีหลายปัจจัยที่มากระทบกับการประกอบการของบริษัท เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ราคาน้ำมัน ภาวะเงินเฟ้อ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงการเมือง เศรษฐกิจ สังคม

    1. ความเสี่ยงทางการเงิน

    หากบริษัทที่คุณลงทุนมีการกู้เงินจำนวนมากก็จะมีอัตราการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงหากบริษัทไม่สามารถสร้างผลกำไรตามเป้าที่วางไว้ได้ ก็จะไม่มีเงินเพียงพอเพื่อไปจ่ายดอกเบี้ยและอาจทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงิน

    1. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง

    หากคุณไม่สามารถขายหุ้นออกไปได้ หุ้นของคุณก็จะติดดอย ทำให้คุณขาดสภาพคล่องหรือบางทีอาจขาดทุนได้

    1. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน

    เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวนขึ้นลงอยู่ตลอด การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ลดลง

    1. ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ

    เงินเฟ้อคือภาวะที่ระดับราคาสินค้าในท้องตลาดและบริการต่างๆมีอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีเงินอยู่ ไม่สามารถนำเงินไปซื้อสินค้าหรือบริการได้ หรือ ซื้อได้น้อยลง ทำให้เกิดผลกระทบกับบริษัทที่คุณลงทุน แต่อย่างไรก็ตามการที่ราคาหุ้นนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเงินปันผลหุ้นจ่ายตามผลกำไรของบริษัท ซึ่งมีความเชื่อมั่นได้ว่าการลงทุนในหุ้นช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อได้ดีกว่าการฝากกับธนาคารซึ่งได้ผลตอบแทนคงที่

    วิธีเล่นหุ้น มือใหม่ 02
    รูป วิธีเล่นหุ้น

    รู้จักตนเองว่าเป็นนักลงทุนประเภทใด

    ก่อนที่คุณจะเล่นหุ้นคุณต้องมีจุดมุ่งหมายในการเล่นว่าคุณจะเป็นนักลงทุนแบบใดซึ่งนักลงทุนในหุ้นมีอยู่ 2 ประเภทดังนี้

    1. นักลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental)

    นักลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน การเป็นนักลงทุนแบบนี้คุณจะต้องมีพื้นฐานการเล่นมาพอสมควร สามารถศึกษาข้อมูลบริษัทที่คุณต้องการจะลงทุนได้เป็นอย่างดี นำต้นทุน กำไร และปัจจัย อื่นๆมาวิเคราะห์แนวโน้มความเป็นไปได้ในอนาคตของบริษัทนั้นๆ หากราคาหุ้นในตลาดถูกกว่ามูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานในอัตราที่น่าสนใจก็ลงทุนซื้อหุ้นนั้น นักลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐานจะไม่เน้นการขายหุ้นออกบ่อยๆเน้นผลตอบแทนระยะยาวจะขายออกก็เมื่อบริษัทนั้นมีปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงไป

    1. นักลงทุนแนวเทคนิค (Technical)

    นักลงทุนแนวเทคนิค จะต้องมีความสนใจในการเปลี่ยนแปลงของหุ้นอยู่ตลอดเวลา โดยคุณจะต้องศึกษาราคาซื้อขายทั้งในอดีตและปัจจุบัน แพทเทิร์นการขยับของราคา เพื่อวิเคราะห์ราคาหุ้นในอนาคต นักลงทุนแนวเทคนิคจะให้ความสนใจข้อมูลแนวปัจจัยพื้นฐานน้อยลงมา คุณจะซื้อหุ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมว่าจะต้องซื้อโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นหุ้นอะไร ใครเป็นเจ้าของ และ จะขายหุ้นเมื่อมีสัญญาณทางเทคนิคว่าจะต้องขาย หรือบางครั้งอาจขายขาดทุน (Cut Loss) นักลงทุนประเภทนี้จะเน้นการลงทุนในระยะสั้นๆได้ผลตอบแทนที่เร็ว

    อย่างไรก็ตามคุณอาจเป็นนักลงทุนทั้ง 2 อย่างในเวลาเดียวกันหรืออาจเป็นนักลงทุนแบบใดแบบหนึ่งที่คุณต้องการเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณจะดีที่สุด

    click2win

    ฝึกเล่นหุ้น ด้วยการเล่นหุ้นในตลาดจำลอง

    ก่อนเข้าตลาดจริงสามารถทดลองเล่นด้วยตลาดหุ้นจริงจำลองได้ที่นี่ http://click2win.settrade.com/SETClick2WIN/index.jsp

    การเล่นหุ้นจำลองเป็นโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดขึ้น ภายใต้ชื่อ click2win โดยการเปิดโอกาสให้ทั้งนักลงทุนเข้าไปทดลองส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ ด้วยโปรแกรม Streaming Pro ในราคาจริง ข้อมูลจริง อัพเดทกันแบบเรียลไทม์ในตลาดหุ้นจริง ๆ โดยนักลงทุนแต่ละคนจะมีเงินลงทุนจำลองให้คนละ 5 ล้านบาทและมีการ ซื้อขายหุ้นเหมือนจริงและมีการคิดค่าธรรมเนียมค่านายหน้า

    โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเปิดโครงการเป็นรอบ ๆ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และเปิดให้มีการแข่งขันกัน ในหนึ่งปีสามารถสมัครเล่นได้หลายรอบ และระบบจะทำการสรุปคะแนนและลบข้อมูลพอร์ตโฟลิโอเก่าทั้งหมด ทุกสิ้นไตรมาส และเริ่มต้นเล่นใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือนเมษายน กรกฎาคม ตุลาคม และมกราคม

    ขั้นตอนการสมัครเล่นหุ้นในตลาดจำลอง

    1. เข้าเว็บไซต์ www.set.or.th/member เพื่อทำการสมัครสมาชิก SET member
    2. กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มลงทะเบียนให้ถูกต้องและครบถ้วน
    3. ยืนยันตัวตนตามอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้
    4. นำอีเมลที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วมาเข้าใช้งานที่ Click2Win เพื่อเข้าสู่ระบบ
    5. ล็อกอินเข้าสู่ระบบ แล้วเข้าโปรแกรม Streaming Pro เพื่อทดลองซื้อขายหุ้น

    วิธี

    วิธีเริ่มเล่นหุ้น

    1. เปิดบัญชีหุ้น

    การเปิดบัญชีหุ้น สามารถยื่นเอกสารที่บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ซึ่งมีอยู่หลายบริษัทหรืออาจใช้บัญชีเงินเดือนทีคุณมีอยู่ก็ได้หากไม่ต้องการเปิดใหม่ เอกสารที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชีหุ้น มีดังนี้

    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีผ่านธนาคาร หรือสำเนาสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน
    • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

    หมายเหตุ ผู้เปิดบัญชีหุ้นต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป การเลือกโบรกเกอร์ บางบริษัทอาจคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการเทรดแต่ละครั้งไม่เท่ากัน

    1. เลือกว่าจะเปิดบัญชีแบบใด

    นักเล่นหุ้นมือใหม่แนะนำให้เปิดบัญชีแบบ บัญชีเงินฝาก (Cash Balance) เพราะเราจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อน จึงจะซื้อหุ้นได้ในวงเงินที่เรากำหนดไว้เอง วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่ซื้อหุ้นเกินวงเงินของตัวเอง

    1. เลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง

    เช่น ถามตัวเองก่อนว่า ตนเองชอบ “การลงทุน” หรือ “การเก็งกำไร” รับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน ทั้งนี้เพื่อเลือกประเภทหุ้นที่เหมาะสมหรือแนวการเล่นที่เหมาะกับตนเอง เช่นหุ้นที่มีราคาผันผวนน้อยทั้งปีโอกาสขยับไม่เยอะ หรือ หุ้นที่นักลงทุนมากนั้นปั่นกำไรในระยะสั้น แนวการเล่น การถือสั้น ถือยาว day trading

    วิธีเล่นหุ้น มือใหม่ 04

    1. ศึกษาโปรแกรมการเล่นหุ้น เช่น Streaming Pro

    Streaming Pro คือ โปรแกรมการซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ Multi-Market ซึ่งสามารถที่จะส่งคำสั่งซื้อขายทั้งหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ได้แบบรียลไทม์ในโปรแกรมเดียว ตัวโปรแกรม Streaming Pro ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน หน้าจอต่างๆถูกจัดเรียงไว้ได้อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อสะดวกในการดูข้อมูลและการส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างทันเวลาทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการลงทุน

    1. โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเตรียมซื้อหุ้น มือใหม่ควรลงทุนขั้นต่ำก่อน 5000 บาท

    • โอนเงินเข้าบัญชีโบรกเกอร์
    • แจ้งข้อมูลการโอนเงิน
    • ตรวจสอบยอดเงินในโปรแกรม
    1. เลือกหุ้นที่คุณต้องการจะเล่น (ควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน)

    คุณควรศึกษาข้อมูลหุ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆเช่น www.set.or.th คุณสามารถเลือกหุ้นที่คุณสนใจตรงช่องค้นหาแล้วข้อมูลก็จะขึ้นมา ทางที่ดีสำหรับมือใหม่คุณควรเลือกหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คุณมีความเข้าใจแล้วเปรียบเทียบงบการเงินของหุ้นนั้นในอุตสาหกรรมเดียวกัน วิธีการเลือกหุ้นที่ดี เช่น หากคุณเป็นสายถือยาว เลือกอุตสาหกรรมไหนที่คุณถนัด มีความรู้ มีแนวโน้มขาขึ้น เลือกบริษัทใหญ่หรือดูมีอนาคต มีโอกาสในการขยับขยายในอุตสาหกรรมนั้นๆ อาจประเมินจาก % กำไรที่โตขึ้นใน4ปีให้หลัง

    1. ทดลองซื้อขายหุ้น

    หากยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อขายหุ้นช่วงไหนดีคุณสามารถใช้วิธีการถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar-Cost Averaging) หรือ DCA โดยคุณสามารถตั้งคำสั่งซื้อแบบรายเดือนหรือรายสัปดาห์ในโปรแกรม Streaming Pro

    คำถามที่พบบ่อยสำหรับมือใหม่

    1. เล่นหุ้นต้องมีเงินเท่าไหร่?

    วงเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชีและค่าธรรมเนียม ปัจจุบันไม่มีการกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงกับโบรกเกอร์ แต่อย่างไรก็ตามเวลาที่คุณซื้อหุ้นรายตัวนั้น คุณจะต้องซื้อหุ้นครั้งละ 100 หุ้นเป็นอย่างน้อยถ้าคุณมีเงินน้อยหุ้นของคุณก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น

    1. การเล่นหุ้นเหมาะกับใคร ?

    2. 1. นักลงทุนที่อยากมีกิจการของตนเองผ่านการถือหุ้น
      2. นักเก็งกำไรที่สร้างกำไรจากความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น
      3. นักลงทุนที่อยากมีเงินปันผลต่อเนื่องในระยะยาว

    3. อยากเล่นหุ้นต้องมีอายุเท่าไหร่

    ผู้ที่ต้องการเล่นหุ้นจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ถึงจะเปิดพอร์ตหุ้นได้

    1. การเงินบัญชีหุ้นมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

    เปิดบัญชีไม่มีค่าใช้จ่าย “แม้แต่บาทเดียว”

    1. การหุ้นซื้อแบบ DCA คืออะไร แล้วต้องทำไงบ้าง

    DCA คือ การซื้อเฉลี่ยโดยส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อทุกเดือน ด้วยเงินจำนวนจำกัด สมมุติว่ามีเงินแค่ 1000 บาทก็ซื้อแค่ 1000 บาทไปทุกเดือน แต่ที่ต้องคำนึงให้มากคือ หุ้นที่เลือกมาซื้อด้วยวิธีการนี้จะต้องเป็นหุ้นที่มีฐานนะทางการเงินดี และมีอนาคตเติบโตไปได้อีกอย่างน้อย 5 ปีการซื้อด้วยวิธีนี้มีสองวิธีที่ลงมือทำได้คือ 1. ซื้อด้วยตัวเอง ดูวิธีการซื้อได้ จากลิงค์วิธีซื้อเศษหุ้น หรือ 2. ให้ทาง บริษัทบริหารหลักทรัพย์เป็นผู้ซื้อให้โดยตัดเงินจากบัญชีออมทรัพย์ทุกเดือน

    1. การซื้อหุ้นขั้นต่ำต้องซื้อกี่หุ้น

    การซื้อหุ้นขั้นต่ำต้องซื้อกี่หุ้น 100 หุ้น เป็นมาตราฐานที่ถูกกำหนดขึ้นว่าจะต้องซื้อ 100 หุ้น เพื่อความสะดวกในการซื้อ และ ขาย แต่โดยความจริงแล้วนักลงทุนสามารถซื้อเศษหุ้นได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น 10 หุ้น หรือจะแค่ 1 หุ้น

    ก่อนที่คุณจะเล่นหุ้นคุณควรถามตัวเองก่อนว่า

    1. เล่นเพื่ออะไร
    2. มีเงินเท่าไร
    3. เงินที่ถือมีเงินเย็นรึหรือไม่
    4. เป้าหมาย (ผลตอบแทนที่ต้องการ)
    5. มีเวลาให้มันมากแค่ไหน

    ในการเล่นหุ้นคุณจะต้องทราบถึงความเสี่ยงในการลงทุน ไม่มีหลักประกันใดรับรองได้ว่าการลงทุนในหุ้น จะให้ผลตอบแทนที่สูงเสมอ ผลตอบแทนที่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆมากมาย ดังนั้นการลงทุนในหุ้นคุณควรมีการสำรองความเสี่ยงไว้บ้างไม่นำเงินทุนทั้งหมดที่คุณมีในชีวิตมาลงที่หุ้น ในการลงทุนอย่ามองแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว คุณควรมองโอกาสในขาดการทุนด้วย การลงทุนในหุ้นให้ประสบความสำเร็จนั้นคุณจะหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ มองโอกาสในลงทุน มีความหูไว ตาไว มีไหวพริบที่ดี รู้จักการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการกระจายความเสี่ยง คุณก็จะประสบความสำเร็จในการลงทุนในหุ้นได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามการลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้นไม่ใช่เฉพาะการเล่นหุ้นเท่านั้น ดังนั้น หากคุณศึกษาการเล่นหุ้นเป็นอย่างดีรับรองว่าการเล่นหุ้นก็ไม่ยากจนเกินไป ขอให้ทุกคนร่ำรวยจากการเล่นหุ้นทุกคนนะคะ

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    .
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?