Home > เงิน > ลงทุน > สกุลเงิน > Ethereum คืออะไร? น่าสนใจและสำคัญอย่างไรในโลก Crypto

Ethereum คืออะไร? น่าสนใจและสำคัญอย่างไรในโลก Crypto

เหล่าชาวนักเทรดคริปโตหรือเงินดิจิทัลคงจะคุ้นเคยกับคำว่า Ethereum (อีเทอเรียม) กันอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว Ethereum คืออะไรกัน แล้วมีความสำคัญอะไรกับโลกคริปโตกันแน่ บทความนี้มีคำตอบ! 

Ethereum คืออะไร?

Ethereum คือชื่อของเครือข่าย blockchain เครือข่ายหนึ่ง ไม่ใช่ชื่อเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี แต่คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชื่อเหรียญ ทั้งที่ความจริงแล้วเหรียญของ Ethereum blockchain มีชื่อว่า Ether (ETH) แต่สุดท้ายผู้คนก็ยังเรียกว่าเหรียญ Ethereum อยู่ดี

Ethereum เกิดจากฝีมือของ Vitalik Buterin (วิตาลิก บูเทอริน) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมพัฒนา Bitcoin มาก่อน เขาเห็นจุดบกพร่องของ Bitcoin แต่เมื่อทีมไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เขาจึงแยกตัวออกมาทำ Ethereum เอง ดังนั้น Ethereum จึงมีลักษณะที่คล้ายกับ Bitcoin แต่มีความสามารถมากกว่าและเปิดกว้างมากกว่า

รูปประกอบ pixabay.com 

เครือข่าย Ethereum blockchain ต่างจากของ Bitcoin ยังไง?

Ethereum ไม่ได้เป็นเพียง blockchian สำหรับเงินคริปโตเหมือนอย่าง blockchian ของ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังคล้ายกับอินเทอร์เนตยุคใหม่ที่มีความปลอดภัยมากกว่า 

เพราะ Ethereum เป็น Open Source Platform ที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเขียนข้อมูล สร้างแอพ หรือแม้แต่เงินคริปโตขึ้นมาบนแพลตฟอร์มนี้ได้เลย เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปนำโค้ดของระบบไปพัฒนาต่อได้ 

ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงแพลตฟอร์มของ Android หรือ iOS ที่คุณสามารถสร้างแอพขึ้นมาแล้วให้ทำงานบนระบบของแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่ง Ethereum คือแพลตฟอร์มเหล่านั้น ที่ที่คุณสามารถสร้างแอพต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อรันระบบบนแพลตฟอร์มนั้นนั่นเอง 

และแอพที่เขียนไว้บนเครือข่ายนี้จะถูกเรียกว่าเป็น Decentralized Application (DApps) ซึ่งจะรันการทำงานด้วยระบบ blockchain ไม่เก็บข้อมูลหรือรัแอพผ่านบริษัทหรือเซิร์ฟเวอร์เดียว แต่เป็นคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ blockchain ของ Ethereum นั่นหมายความว่าหากยังมีคอมพิวเตอร์ในระบบที่ว่าก็สามารถรันแอพได้ตลอดเวลา  

ทำความเข้าใจ blockchain เพิ่มมากขึ้นได้ที่บทความนี้ >> Blockchain คืออะไร มีประโยชน์และตัวอย่างการใช้งานอะไรบ้าง

รูปประกอบ freepik.com

Smart contract คือจุดเด่นของ Ethereum 

สิ่งที่ทำให้ Ethereum มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษเลยก็คือ Smart contract หรือสัญญาอัจฉริยะ 

ซึ่งเป็นสิ่งที่ bitcoin ไม่มี และระบบ blockchain ของ bitcoin ใช้ได้แค่กับ Bitcoin เท่านั้น แต่ Smart contract ของ Ethereum ใช้งานได้กับทุกอย่างบนเครือข่าย Ethereum blockchain

Smart contract เป็นสัญญาที่สามารถยืนยันข้อตกลงต่าง ๆ ได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่าง ธนาคาร หรือรัฐ เมื่อเขียนแล้วจะไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ แต่ว่าคนอื่นสามารถเข้าไปตรวจสอบสัญญาในระบบได้  

Smart contract มักถูกใช้เพื่อระดมทุนต่าง ๆ เพราะนอกจากแก้ไขยาก ตรวจสอบได้ โปร่งใส่แล้ว ยังสามารถเขียนโค้ดให้จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้โดยอัตโนมัติตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ทุกเดือน ทุกปี ได้ด้วย

รูปประกอบ freepik.com 

Ethereum 2.0 เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?

Ethereum 2.0 คือการพัฒนา Ethereum blockchain เฟสสอง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความเร็วและลดความซับซ้อนของการทำงาน โดย Ethereum 2.0 จะพัฒนาสิ่งหลัก ๆ ดังนี้ 

Proof of stake

ก่อนหน้านี้การขุดเหมือง Ethereum ก็จะเหมือนกับการขุดเหมืองคริปโตอื่น ๆ คือต้องนำคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงของคุณเข้าร่วมระบบ blockchian เพื่อเป็นโหนด (node) หรือ block คอยเก็บข้อมูลและตรวจสอบการทำธุกรรมต่าง ๆ เมื่อทำเสร็จก็ได้รับผลตอบแทนกลับไป ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า Proof of work 

แต่ใน Ethereum 2.0 จะเปลี่ยนมาใช้วิธีที่เรียกว่า Proof of stake แทน คือคุณต้องวางเหรียญ Ether แทนเพื่อการันตีว่าคุณจะไม่ทุจริต เพราะหากโกงก็จะโดนริบ Ether จำนวนมากที่เอาไปวางค้ำไว้ เมื่อวางเหรียญ Ether แล้ว ระบบ blockchain ก็จะเลือกสร้าง block เก็บข้อมูลถัดไปที่คอมพิวเตอร์ของผู้ที่วางเหรียญ Ether ค้ำประกันไว้ เป็นการลดการโจมตีจากแฮกเกอร์ได้มากขึ้น 

Shard Chain 

ปกติแล้ว blockchian จะเรียงกันเป็นเส้นยาวเส้นเดียว ทำให้ทำงานทำการประมวลผลช้า แต่ Shard Chain จะเปลี่ยนเส้นยาวเส้นเดียวให้กลายเป็นเส้นย่อย ๆ คู่ขนานกันไป เหมือนมี blockchain หลาย ๆ เส้นทำงานพร้อมกัน จึงทำการประมวลผลได้เร็วขึ้น 

Beacon Chain 

Beacon Chain เป็น blockchain สายหลักสายใหม่ของของระบบ ทำหน้าที่เชื่อมโยง Shard Chain ทั้งหมดเข้าด้วยกัน

รูปประกอบ pixabay.com

ตัวอย่างการใช้งาน Ethereum

อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า Ethereum blockchain ไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานเฉพาะวงการคริปโตเท่านั้น ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเหรียญคริปโตเหมือนอย่างของ Bitcoin แต่ Ethereum ถูกในไปใช้ในหลายวงการและหลายด้านมาก ๆ เช่นตัวอย่างต่อไปนี้ 

DeFi 

DeFi หรือ Decentralized Finance คือระบบการเงินที่ไร้ตัวกลางอย่างธนาคารออกไป ทุกอย่างถูกกระจายไปยังคนทั่วไปผ่านระบบ blockchain โดยการดำเนินการต่าง ๆ จะใช้ Smart Contract ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติโดยไม่มีผู้ใดควบคุม ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการดูแลที่ต่ำลง แต่ก็ยังทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ฝาก ถอน กู้เงิน ระดมทุน เรียกว่าทำได้ทุกกอย่างเหมือนธนาคารแบบดั่งเดิมที่ทุกคนคุ้ย แต่ประหยัดกว่า และได้รับผลตอบแทนมากกว่าเพราะ blockchain ช่วยลดต้นทุนการดูแลให้นั่นเอง

อ่านเรื่อง DeFi เพิ่มได้ที่บทความนี้ >> DeFi คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจในโลกการลงทุน Cryptocurrency

NFT

NFT หรือ Non-Fungible Tokens คือเหรียญดิจิทัลที่ไม่อาจทำซ้ำหรือสร้างขึ้นมาทดแทนได้ โดยเหรียญ NFT แต่ละเหรียญจะมีข้อมูลหมายเลขเฉพาะของเหรียญอยู่ แต่ละเหรียญไม่ซ้ำกัน เราสามารถส่งต่อเหรียญให้คนอื่นได้ แต่ข้อมูลในเหรียญที่ถูกระบุไว้จะไม่สามารถแก้ได้ แตกต่างจากเหรียญคริปโตอื่น ๆ ที่เป็นเหรียญแบบ Fungible คือสามารถสร้างมาทดแทนได้

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยก็คือ เงิน 100 บาทของคุณคือเหรียญแบบ Fungible คุณสามารถใช้ธนบัตรใบไหนก็ได้แทนเงิน 100 บาท แต่ถ้าเป็น NFT คุณจะไม่สามารถใช้ธนบัตรใบใดมาแทนธนบัตร 100 บาทใบนั้น แม้มันจะมีมูลค่าเท่ากันก็ตาม ต้องเป็นธนบัตรใบเดิมใบนั้นเท่านั้น 

ดังนั้น NFT จึงถูกนำมาใช้กับการซื้อขายงานศิลปะ วิดีโอ เพลง รูปภาพ ตัวอักษร ของสะสม หรือสิ่งที่มีมูลค่าในตัวสูงมาก ๆ โดยใช้ NFT เป็นการอ้างความเป็นเจ้าของผลงานนั้น ๆ ซึ่งตอนนี้เหรียญ NFT ได้รับความนิยมในการขายงานศิลปะออนไลน์หรือทรัพย์สินดิจิทัลเป็นอย่างมาก

รูปประกอบ freepik.com 

เหรียญที่หลักทำงานคล้ายกับ Ethereum

หลังจากที่ Ethereum blockchain ได้รับความนิยมอย่างมาก นักพัฒนาหลาย ๆ คนจึงเริ่มสร้าง blockchain ใหม่ ๆ ขึ้นมาบ้าง โดยนำข้อดีและบกพร่องจาก Ethereum มาปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม จนกลายเป็นคู่แข่งตัวสำคัญของ Ethereum blockchain ไปแล้ว 

และที่สำคัญเลยก็คือเครือข่ายเหล่านั้้นยังสร้างเหรียญคริปโตของตัวเองขึ้นมาด้วย ขอยกตัวอย่างตัวเด่น ๆ และดังสุด ๆ ในวงการทั้ง 3 ตัวนี้

Binance (BNB)

Binance (BNB) คือเหรียญคริปโตจากแอพ Binance ซึ่งเป็น Exchange ชื่อดังระดับโลก ทำงานบนเครือข่าย Binance Smart Chain หากคุณใช้แอพ Binance และหากจ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของแอพในเครือข่าย Binance Smart Chain เช่น PancakeSwap ด้วยเหรียญ BNB ก็จะประหยัดกว่าเพรามีค่าธรรมเนียมถูกกว่า ที่สำคัญเลยคือเหรียญ BNB ได้รับความนิยมสูงมาก ก้าวขึ้นมาติด Top 10 เหรียญคริปโตที่มีราคาสูงในเวลาอันรวดเร็ว 

Polkadot (DOT) 

เหรียญ Polkadot (DOT) คือเหรียญจาก blockchain คู่แข่งตัวใหม่ของ Ethereum พัฒนาโดยหนึ่งในอดีตทีมงานของ Ethereum เครือข่าย blockchain ของ Polkadot ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ Ethereum เจอตอนนี้ คือปัญหาด้านการขยายขนาด (Scaling) ของเครือข่าย blockchain และปัญหาการทำงานร่วมกับเครือข่าย blockchain ประเภทอื่น ๆ  

Cardano (ADA) 

Cardano (ADA) คือเหรียญของเครือข่าย Cardano ซึ่งถูกมองว่าเป็น blockchain ใหม่ที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Ethereum เพราะระบบ Cardano blockchain แก้ไขจุดอ่อนต่าง ๆของ Ethereum blockchain ในหลายจุด ตั้งแต่รองรับการขยายตัว (Scaling) ได้ดีกว่า เขียน Smart Contract ได้ ที่สำคัญคือทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า รวดเร็วกว่า แถมยังมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าด้วย 

สรุปแล้ว Ethereum ไม่ใช่เงินคริปโต แต่เป็นเครือข่าย blockchain ที่ทำได้มากกว่าแค่เรื่องการเงิน ทั้งยังเป็น Open Source Platform ให้ผู้คนสามารถเขียนแอพขึ้นมาบนเครือข่ายได้ ช่วยให้การกระจายอำนาจ (Decentralization) เป็นไปได้ง่ายขึ้น จนหลายคนเชื่อว่า Ethereum จะกลายเป็น blockchain อันดับต้น ๆ ของโลกได้ไม่ยาก และจะเปลี่ยนชีวิตผู้คนอย่างมากทีเดียว

รูปปก pixabay.com 

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , ,