Home > เงิน > ลงทุน > สกุลเงิน > 10 โบรกเกอร์เทรด Cryptocurrency ที่ไหนดี ในปี 2021

10 โบรกเกอร์เทรด Cryptocurrency ที่ไหนดี ในปี 2021

ปัจจุบันการหารายได้ผ่านระบบออนไลน์ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีความสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อินเตอร์เน็ต ก็สามารถทำเงินได้ทุกที่ทุกเวลา

ซึ่งหนึ่งในช่องทางที่น่าจับตามองและได้รับความนิยมมาก ก็คือการเทรด Cryptocurrency หรือการเทรดสกุลเงินดิจิทัลนั่นเอง ซึ่งสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินสมมุติที่มีไว้สำหรับทำธุรกรรมเสมือนจริง จะนำมาใช้ซื้อสินค้าและบริการทั่วไปเหมือนสกุลเงินอื่นๆไม่ได้ แต่ข้อดีคือสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพราะตลาดหุ้นไม่ได้มีเวลาเปิด-ปิดทำการเหมือนสกุลเงินธรรมดา ซึ่งวันนี้เราจะขอมาแนะนำโบรกเกอร์เทรดคริปโตที่น่าสนใจกัน!

สกุลเงินดิจิทัลที่สามารถเทรดได้แบบถูกกฎหมาย

ภาพประกอบจาก Pixabay
  1. Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่คนรู้จักดีและเลือกเทรดเป็นอันดับหนึ่ง มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด เป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรก ทำงานด้วยระบบ Blockchain ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2552 โดยโปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่น
  2. Bitcoin Cash เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทีมพัฒนาสร้างแยกออกมาจาก Bitcoin เพื่อลดค่าโอนแต่เพิ่มความรวดเร็วในการโอน
  3. Ethereum สร้างขึ้นโดย Vitalik Buterin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงมาก ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีบริษัท/องค์กรชั้นนำกว่าร้อยแห่งมาร่วมมือกันพัฒนา
  4. Ethereum Classic เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างแยกออกมาจาก Ethereum เนื่องจากมีปัญหาการถูกแฮ็คระบบที่ทีมงานคุยกันไม่ลงตัว
  5. Litecoin ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2554 โดยอดีตวิศวกรของ Google ชื่อ Charlie Lee สกุลเงินนี้สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมาก
  6. Ripple ทำงานด้วยระบบ Private Blockchain เป็นที่ยอมรับของบริษัทและสถาบันทางการเงินหลายแห่งทั่วโลก จุดเด่นอยู่ที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศได้
  7. Stellar ถูกพัฒนาแยกออกมาจาก Ripple อีกที ล่าสุดมีบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่าง IBM ร่วมมือพัฒนาระบบด้วยกัน

#1
Binance

หากความรวดเร็วคือสิ่งที่ท่านกำลังมองหา ในชั่วโมงนี้คงไม่มีผู้ให้บริการเจ้าไหนสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ดีเท่ากับ Binance อีกแล้ว เพราะด้วยแพลตฟอร์มซึ่งออกแบบมาให้มีความพิเศษแบบ P2P (Peer to Peer) ของ Binance ที่มีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันแบบเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องกังวลว่าระบบจะล่มนี้ ทำให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล กับ Local Currency ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีคาดเคลื่อนแม้แต่จุดเดียวนั่นเอง

จุดเด่น

  • ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • สามารถฝาก-ถอนเงิน ได้กว่า 150 รูปแบบ
  • ทำรายการฝาก-ถอน ได้รวดเร็ว
  • มีระบบป้องกันความเสี่ยงทางการเงินอันเนื่องมาจากการคุกคามของเหล่าแฮกเกอร์ได้เป็นอย่างดี
  • มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ จึงมีความน่าเชื่อถือสูง
  • มีโปรโมชั่นมากมายให้สมาชิกได้ลุ้นรางวัล

#2
Bitkub

ปิดท้ายด้วยโบรกเกอร์สัญชาติไทยที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากสามารถรองรับการเทรด Cryptocurrency รูปแบบต่าง ๆ ด้วยอัตราค่าแลกเปลี่ยนที่เป็นเงินบาทได้ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องแปลงค่าเงินกลับไปกลับมาให้เสียเวลาและส่วนต่าง อีกทั้งยังมีบริการหลังการขายยอดเยี่ยม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง

จุดเด่น

  • มีบริการเทรดหลากหลายตอบสนองทุกความต้องการของนักลงทุนที่มุ่งเน้นไปที่สกุลเงินดิจิทัล
  • ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงได้ทุกอุปกรณ์
  • สามารถเทรดโดยใช้อัตราเงินบาทได้
  • การฝากถอนเงินมีความรวดเร็ว
  • มีกิจกรรมพิเศษให้ลูกค้าเข้าร่วมบ่อยๆ
  • มีการแจ้งเตือนผ่าน LINE

#3
Zipmex

Zipmex โบรกเกอร์ กระดานเทรดคริปโตจากประเทศสิงค์โปรและไทยที่ได้รับใบอนุญาติจาก ก.ล.ต. ประเทศไทย เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถซื้อ-ขายคริปโตด้วยเงินบาท สภาพคล่องถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันมูลค่าการเทรดบนแพลตฟอร์มนั้นสูงกว่า 2 พันล้านบาทเลยทีเดียว

จุดเด่น

  • การมีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกเทรดมากมายหลายรูปแบบ อาทิ Bitcoin, Dash, Litecoin, Ethereum  Ripple Chainlink Enjin Coin และ Tether เป็นต้น
  • มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทำให้มีความน่าเชื่อถือ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย
  • สามารถทำการเทรดได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • มีกฎหมายคุ้มครองและรับรองจาก Thai SEC
  • มีบริการหลังบ้านเป็นรายบุคคล สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#4
Exness

บริษัทรับเทรดยักษ์ใหญ่ซึ่งเปิดให้บริการมากกว่า 70 ประเทศ และ 30 ภาษา ทั่วโลก ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเทรดสกุลเงินดิจิทัลชาวไทย เพราะไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ สามารถฝากถอนผ่านระบบธนาคารไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีบัญชีให้เลือกเปิดหลายแบบ ไม่มีค่าธรรมเนียมสลับคู่สกุลเงิน นอกจากนี้ยังสามารถถามข้อสงสัยกับพนักงานคนไทยผ่านระบบบริการลูกค้าได้ตลอดทั้งวัน

จุดเด่น

  • การมีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกเทรดมากมายหลายรูปแบบ อาทิ Bitcoin, Bitcoin Cash, Litecoin, Ethereum และ Ripple
  • มีคู่สกุลมากมาย เช่น Bitcoin-USD, Litecoin-USD, Bitcoin-South Korean Won
  • มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทำให้มีความน่าเชื่อถือ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝาก-ถอน
  • เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนชาวไทย

#5
XM

อีกหนึ่งโบรกเกอร์ยอดนิยมของคนไทยซึ่งเปิดให้บริการมามากกว่า 15 ปีที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจาก XM ถือเป็นผู้ประกอบการผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการตลาดหลักทรัพย์มาอย่างยาวนาน จึงทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนนั้นพุ่งสูงตามชั่วโมงบินของนักบริษัท จากการสำรวจล่าสุดพบว่ามีผู้ใช้บริการ XM ในการเทรดสูงถึง 1.5 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

จุดเด่น

  • สามารถฝากเงินขั้นต่ำเพียง 150 บาทเท่านั้น
  • สามารถฝากถอนผ่านระบบธนาคารไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สามารถเปิดบัญชีได้ทั้งแบบ Micro,Standard,XM Swap Free และ XM Ultra Low
  • มีบริการหลังการขายแบบ Live Chat สำหรับลูกค้าชายไทยตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีคู่สกุลการเทรดที่ได้รับความนิยมลำดับต้น ๆ ของโลก เช่น Bitcoin-USD, Bitcoin Cash-USD, Ethereum-USD, Litecoin-USD และ Ripple-USD

#6
MiTrade

เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการเทรดหลายอย่าง ทั้งสกุลเงินดิจิทัล ดัชนี ฯลฯ ได้รับความนิยมในหมู่นักเทรด Bitcoin ชาวไทยมาก เนื่องจากระบบมีความรวดเร็ว ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น อีกทั้งยังมีสเปรดที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย ในส่วนของนักเทรดมือใหม่ก็สบายใจได้ เพราะโบรกเกอร์นี้มีบัญชีทดลองให้ใช้งาน ซึ่งบัญชีเหล่านี้จะมีจำนวนเงินสมมุติให้ เป็นเงินที่ไม่สามารถถอนกำไรออกมาได้ แต่มีไว้เพื่อให้ฝึกฝนกลยุทธ์ในการเทรดเท่านั้น เมื่อลองหัดเทรดกับบัญชีทดลองจนเริ่มมีความมั่นใจแล้ว ก็ค่อยขยับไปเปิดบัญชีจริงและฝากเงินจริง

จุดเด่น

  • การมีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกเทรดมากมายหลายรูปแบบ อาทิ Bitcoin , Litecoin, Ethereum  และ Ripple เป็นต้น
  • มีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงเพื่อป้องกันการผันผวนของค่าเงิน เช่น Stop Loss ไว้บริการ
  • มีการแจ้งเตือนสถานการณ์การเทรดแบบเรียลไทม์ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือ SMS
  • มีฝ่ายบริการลูกค้าไว้บริการนักลงทุนตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีโปรแกรมจำลองการเทรดไว้ให้ลูกค้าได้ฝึกฝนในวงเงิน 15,000 บาท

#7
Bitfinex

โบรกเกอร์สัญชาติฮ่องกง ที่เทรดได้ทั้ง Bitcoin, Bitcoin Cash, Litecoin ฯลฯ สามารถเทรดได้ทั้งบนระบบมือถือระบบแอนดรอยด์/iOS และคอมพิวเตอร์ นอกจากBitfinex จะมีบริการรับเทรดแล้วยังมีบริการให้ลูกค้ายืมเงินเทรดหรือที่เรียกว่าเลเวอเรจได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีข้อเสียของค่ายนี้คือไม่รองรับการใช้งานภาษาไทยและไม่มีระบบถามตอบสำหรับลูกค้า

จุดเด่น

  • มีความคลาดเคลื่อนระหว่างราคา(Slippages) ต่ำ
  • นักลงทุนสามารถใช้เลเวอเรจในการเทรดได้ถึง 10 เท่าของเงินลงทุน
  • สามารถซื้อขายได้หลายบิล
  • ลูกค้าสามารถดูการผันผวนของตลาดแบบเรียลไทม์โดยไม่จำเป็นต้องฝากเงินหรือลงทุนได้

#8
Poloniex

โบรกเกอร์สัญชาติอเมริกัน เทรดได้ทั้ง Bitcoin, Litecoin, Ripple ฯลฯ มีให้เลือกเทรดมากมายกว่า 100 คู่ ถือเป็นสุดยอดผู้นำด้านการแลกเปลี่ยนในตลาดเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง เรียกได้ว่ามีครบจบในทุกสิ่งที่นักเทรดตัวจริงมองหา อีกทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานก็เรียบง่ายสบายตา จะใช้งานผ่านจอคอมพิวเตอร์ก็ดีหรือเครื่องมือสื่อสารก็ได้ อย่างไรก็ดี Poloniex ก็มีข้อเสียอยู่หลายประการตรงที่ ไม่รองรับสกุลเงินไทยและไม่มีเมนูภาษาไทยให้ใช้งาน อีกทั้งยังไม่มีระบบถามตอบข้อสงสัยคอยให้บริการอีกด้วย

จุดเด่น

  • มีค่าธรรมเนียมการฝากเงินเริ่มต้นเพียง 0.09%
  • สำหรับลูกค้าวีไอพีจะมีส่วนลดหรือละเว้นค่าธรรมเนียมให้
  • สามารถเทรดได้บนมือถือ/แท็บเล็ตระบบแอนดรอยด์/iOS และคอมพิวเตอร์

#9
Bittrex

Bittrex ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2014 โดยนักพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ส่งผลให้บริษัทนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก และถือเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการด้านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลระดับโลกในยุคบุกเบิกอีกด้วย

จุดเด่น

  • เทรดเป็นคู่สกุลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะ USD-Bitcoin, USD-Litecoin ฯลฯ
  • ค่าธรรมเนียมการฝากเงินจะแตกต่างกันไปตามสกุลเงิน 
  • เป็นโบรกเกอร์ที่แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะใช้งานไม่ยุ่งยาก 
  • มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก

#10
OKEX

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ครบเครื่องเรื่องการลงทุนด้านสกุลเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง สำหรับ OKEX เพราะด้วยฟังก์ชั่นการเทรดอันหลากหลาย อยากจะเทรดแบบเฉพาะจุดก็ดีอนุพันธ์ก็ได้ อีกทั้งยังมีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกเทรดมากมายกว่า 50 ประเภท

จุดเด่น

  • เทรดได้หลายสกุลเงิน ไม่ว่าจะ Bitcoin, Ethereum, Bitcoin Cash ฯลฯ
  • ค่าธรรมเนียมการฝากเงินจะแตกต่างกันตามประเภทบัญชีผู้ใช้งาน
  • มีบริการให้ยืมเลเวอเรจได้
  • มีเมนูภาษาไทย ระบบรองรับเฉพาะสกุลเงินดิจิทัล

เคล็ดลับการเลือกโบรกเกอร์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง

exness-logo-1146BD9376-seeklogo-tile
  1. สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มั่นใจจริงๆ ให้เลือกโบรกเกอร์ที่เงินฝากขั้นต้นต่ำๆ (ไม่ควรเกินหลักสิบ) ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากถอน มีเมนูภาษาไทย และมีบริการสอบถามกับเจ้าหน้าที่คนไทยไว้ก่อน(แนะนำว่าให้เป็นระบบสอบถามแบบ Live Chat เผื่อว่ามีปัญหาอะไรจะได้แก้ทันการ) หากมีประกันเงินฝากได้ยิ่งดี จะได้ไม่ต้องกังวลกรณีที่เทรดแล้วเสีย หรือมีข้อสงสัยแล้วไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร
  2. เลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ หรือที่มีเสียงยืนยันความพึงพอใจจากนักเทรดในวงกว้าง โดยสามารถตรวจสอบได้จากกลุ่มนักเทรดตามโซเชียล รีวิวจากในอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
  3. ระบบที่เสถียรถือว่าสำคัญ เพราะจะช่วยให้การเทรดราบรื่น ไม่ติดขัด ไม่มีปัญหาในการฝากถอน
  4. ลองปรึกษากับเพื่อน หรือคนใกล้ตัวที่มีประสบการณ์ในการเทรด Cryptocurrency ว่าเทรดกับโบรกเกอร์ไหนอยู่ และโบรกเกอร์นั้นเหมาะกับคุณหรือไม่
  5. เลือกที่ระบบฝากถอนมีความรวดเร็วและทำได้หลายช่องทาง จะได้เทรดสะดวก ไม่เสียเวลา
  6. ถ้าเป็นโบรกเกอร์ที่มีโปรโมชั่น กิจกรรม หรือโบนัสเยอะๆได้จะดีมาก เพราะจะได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับนักเทรดมากที่สุด

ถึงแม้การลงทุนในตลาด Cryptoruerrency จะเป็นเทรนด์ใหม่ที่คาดหวังว่าจะสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลสำหรับคนที่มองเห็นช่องทางและขยับตัวก่อนคนอื่น แต่ด้วยความที่สิ่งเหล่านี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราประกอบกับผู้คนอาจยังไม่ตื่นตัวกับกระแสของสกุลเงินดิจิทัลมากนัก จึงถือว่าการลงทุนประเภทนี้ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างมากเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนการเทรดทุกครั้งนักลงทุนควรต้องวางแผนการลงทุนให้ดี โดยเริ่มจากการเลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้จากลิสต์ที่เราได้นำเสนอมานี่เอง

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , , , , , , , , , , , , , , ,