Home > สุขภาพ > อาหารเพื่อสุขภาพ > ส้ม (Orange) ประเภท สายพันธุ์ ประโยชน์ การใช้งานที่ควรรู้

ส้ม (Orange) ประเภท สายพันธุ์ ประโยชน์ การใช้งานที่ควรรู้

ส้มถือเป็นผลไม้สามัญประจำบ้านที่คนส่วนใหญ่มักจะซื้อหามาติดบ้านไว้อยู่เสมอ เพราะนอกจากจะเป็นผลไม้ที่หาซื้อง่าย มีจำหน่ายทุกฤดูกาลแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อีกทั้งยังสามารถพลิกแพลงเป็นเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลายอีกด้วย วันนี้เราจึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับ 7 สายพันธุ์ส้มซึ่งนิยมนำมาบริโภคในประเทศไทยว่าชนิดใดจะมีความโดดเด่น คุณประโยชน์ และสามารถนำมาใช้งานในรูปแบบใดกันบ้าง หากพร้อมแล้วตามมาดูกันได้เลย

สวนส้มมงคล ขายส่ง ฝาง เชียงใหม่ ออนไลน์ ไม่แว็กซ์ ส่งตรงจากสวน

หากใครกำลังมองหาส้มสายน้ำผึ้งหรือส้มโอเชี่ยน ไม่แว็กซ์ ส่งตรงจากสวน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เสียเคลมได้ ฟรีค่าส่ง ราคาคุ้มค่า คลิกปุ่มด้านล่างได้เลย!

ซื้อส้มสายน้ำผึ้งสดจากสวนส้มมงคล

#1
ส้มสายน้ำผึ้ง

ภาพประกอบจาก Pixabay

หรือที่เรามักจะคุ้นหูกันในนามส้มโชกุน เป็นส้มที่มีรสชาติหวานเด่น เปรี้ยวนิด ๆ ชานส้มนุ่ม ให้น้ำส้มในปริมาณที่เยอะ ทำให้เวลากินเข้าไปแล้วจะรู้สึกชุ่มลิ้น ฟินไปทั้งปาก จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากส้มชนิดนี้จะเป็นส้มคุณภาพดีซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาด เนื่องจากปัจจัยการปลูกส้มสายน้ำผึ้งนั้นมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เพราะส้มชนิดนี้ต้องปลูกในพื้นที่มีความเฉพาะเช่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หรือในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่มีอุณหภูมิประมาณ 15-20 องศาตลอดทั้งปีเท่านั้น เนื่องจากส้มสายน้ำผึ้งต้องการระยะเวลาในการสะสมธาตุอาหารนานถึง 8 เดือนแบบพอดิบพอดี หากนำไปปลูกในพื้นที่อื่น ๆ อาจจะสุกช้าหรือเร็วกว่าย่อมส่งผลต่อรสชาติของส้มอย่างแน่นอน ดังนั้นหากต้องการลองลิ้มชิมรสส้มสายน้ำผึ้งคุณภาพดี ผู้บริโภคจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ในการเพาะปลูกเป็นหลักนั่นเอง

สายพันธุ์ : ส้มเขียวหวาน

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม  :  เลือกซื้อผลซึ่งมีแหล่งที่มาชัดเจน เช่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หรืออำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยสามารถสังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ที่ติดมากับผลส้ม นอกจากนี้ควรเลือกผลที่มีสีเขียวอมส้มที่มีเปลือกบางไม่หนาจนเกินไป เวลาสัมผัสแล้วรู้สึกว่าเนื้อแน่น เต็มลูก ซึ่งเป็นจุดเด่นของส้มสายน้ำผึ้ง

คุณค่าทางโภชนาการ : รสชาติดี ให้วิตามินซีสูง จะทานผลสดหรือนำไปคั้นเป็นน้ำส้มก็ดื่มง่ายเช่นกัน ที่สำคัญส้มสายน้ำผึ้งยังมีส่วนช่วยในการขับถ่ายสำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 40-55 บาท

#2
ส้มเขียวหวานบางมด

ภาพประกอบจาก Pixabay

อีกหนึ่งส้มแบรนด์ดังจากเมืองกรุง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องผลใหญ่ น้ำเยอะ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ที่หาไม่ได้จากส้มเขียวหวานประเภทอื่น ๆ จนส้มบางมดถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งส้มเขียวหวาน” เลยทีเดียว และเนื่องด้วยสภาพพื้นที่ของเขตบางมดมีดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีธาตุอาหารสูง มีสภาพอากาศคงที่ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ส่งผลให้ส้มเขียวหวานที่ปลูกในพื้นที่นี้ได้รับอานิสงค์จากความอุดมสมบูรณ์จนสามารถสร้างรสชาติที่ซับซ้อนให้กับส้มบางมดได้เต็ม ๆ ถึงกับขนาดที่มีคำกล่าวว่าหากนำส้มบางมดมาทดสอบรสชาติร่วมกับส้มเขียวหวานชนิดอื่น ๆ ผู้ทานจะสามารถจำแนกความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีด้วยความที่ส้มบางมดค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมายังได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นสิ่งเป็นของแสลงสำหรับผลไม้ชนิดนี้ ทำส้มบางมดกลายเป็นผลไม้หายากและมีราคาสูงขึ้นแทบทุกปีอีกด้วย

สายพันธุ์ : ส้มเขียวหวาน

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : ส้มบางมดเป็นส้มที่ค่อนข้างไวต่อสภาพแวดล้อมมาก ผู้บริโภคควรสังเกตจากการดมกลิ่นส้มเป็นอันดับแรก หากมีกลิ่นเหม็นคล้ายของหมักให้รีบผ่านไปทันที เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงสภาพส้มจากภายใน หากผ่านกระบวนการพิสูจน์กลิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้สังเกตผิวของส้มซึ่งจะมีเปลือกบาง มีสีเขียวอมส้มนิด ๆ หรือหากใครชอบแบบฉ่ำ ๆ หวานนำโดด ๆ ก็สามารถเลือกที่มีเปลือกสีส้มอมแดงได้เช่นกัน เมื่อบีบดูเบา ๆ จะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ชุ่มน้ำ พร้อมรับประทานในทันที

คุณค่าทางโภชนาการ : รสชาติหวาน ให้น้ำเยอะ มีกลิ่น Citrus ชัดเจนมาก ๆ เหมาะสำหรับนำมาคั้นน้ำส้มเพื่อดับกระหาย หรือจะทานแบบผลสดก็ได้เช่นกัน มีคุณประโยชน์ในการป้องกันโรคหวัด หรือไวรัสต่าง ๆ ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเนื่องจากเป็นส้มที่มีวิตามินซีสูงมาก

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 60-200 บาท

#3
ส้มสีทอง


ภาพประกอบจาก Pixabay

อีกหนึ่งส้มในตำนานซึ่งถือเป็นภาพจำของคำว่าส้มได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะส้มสีทองซึ่งนิยมปลูกกันมากในพื้นที่จังหวัดน่าน ถือเป็นส้มที่มีครบทั้งความสวยงามจากภายนอก และรสชาติหวานหอมจากภายใน ทำให้ส้มสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ด้วยปัจจัยของพื้นที่ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีอุณหภูมิในช่วงกลางวันและกลางคืนแตกต่างกันถึง 8 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ส้มสีทองมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แบบหาตัวจับได้ยากมาก จนกลายเป็นที่มาของงานเทศกาลใหญ่ในจังหวัดน่านที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเปรียบเสมือนเวทีประกวดของผู้ผลิตส้มในพื้นที่สู่การต่อยอดเพื่อพัฒนารสชาติทุก ๆ ปี ที่สำคัญคือส้มสีทองยังถือเป็นส้มมงคลที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมนำไปใช้ประกอบพิธีกรรมมงคลต่าง ๆ อีกด้วย

สายพันธุ์ : ส้มเขียวหวาน

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : ส้มสีทองมีความโดดเด่นที่สีและผิวของเปลือกส้ม ดังนั้นวิธีการคัดเลือกจึงต้องสังเกตผิวส้มเป็นหลักว่ามีสีทองสุก เปลือกส้มตึง ผิวขรุขระเล็กน้อย แต่เมื่อสัมผัสแล้วไม่พบร่องรอยการเจาะทำลาย หรือจุดแปลกปลอมที่แสดงให้เห็นว่าได้รับความเสียหาย ที่สำคัญให้สังเกตบริเวณก้นส้มให้ดีว่ามีลักษณะตึง ไม่มีน้ำซึมหรือแตกเป็นใช้ได้

คุณค่าทางโภชนาการ :  รสชาติหวานหอม กลมกล่อม อีกทั้งยังมีคุณประโยชน์ในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระและช่วยกระชับผิวพันธุ์ให้มีความเปล่งปลั่งอีกด้วย

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 20-50 บาท

#4
ส้มเขียวหวาน


ภาพประกอบจาก Pixabay

เป็นส้มสายพันธุ์จีนที่นำมาพัฒนาต่อยอดออกไปมากมายได้หลายสายพันธุ์ ถือเป็นส้มสามัญประจำประเทศไทยที่นิยมปลูกกันในหลายพื้นที่ และมักจะมีชื่อเรียกออกไปตามสวนต่าง ๆ ด้วยความโดดเด่นที่เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกได้ง่าย แทบทุกพื้นที่ ให้ผลผลิตดี และมีรสชาติแตกต่างกันออกไป ส่งผลให้ส้มเขียวหวานเป็นผลไม้ที่มีวางจำหน่ายตลอดปี ไม่มีขาด จึงทำให้กลายเป็นผลไม้ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมมีไว้ติดบ้านอีกด้วย

สายพันธุ์ : ส้มเขียวหวาน

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : สังเกตจากผิวส้มจะมีเปลือกบาง เวลากดลงไปไม่ยวบ ผลส้มไม่มีร่องรอยปริแตก หรือแมลงเจาะ สามารถเก็บไว้ได้นาน 7-10 วันโดยไม่ต้องแช่เย็น

คุณค่าทางโภชนาการ :  รสชาติแตกต่างกันไปตามพื้นที่เพาะปลูก และฤดูกาลเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่จะมีรสหวานเปรี้ยวคละเคล้ากันไป ส่งผลให้มีวิตามินซีสูง มีกากใย และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 15-40 บาท

#5
ส้มแมนดาริน


ภาพประกอบจาก Pixabay

ส้มนอกนำเข้ารสชาติดีมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน และประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นส้มที่มีเปลือกหนา มีกากใยสูง ชุ่มฉ่ำ น้ำเยอะ ให้รสชาติหวานโดด คล้ายกับน้ำผึ้ง จึงกลายมาเป็นส้มที่ได้รับความนิยมจากคนส่วนใหญ่บนโลกนี้ไปโดยปริยาย ถึงแม้ในเมืองไทยจะสามารถปลูกได้แต่ด้วยสภาพอากาศและปัญหาการดูแลทำให้ยังไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรเท่าที่ควร ที่สำคัญส้มประเภทนี้นอกจากจะใช้รับประทานได้หลายรูปแบบแล้ว ยังจัดอยู่ในประเภทส้มมงคลที่ชาวจีนทั่วโลกนิยมใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ อีกด้วย

สายพันธุ์ : ส้มแมนดาริน สายพันธุ์ที่โดดเด่นได้แก่ Honey Murcott จากประเทศออสเตรเลีย และส้มซัตสุมาจากประเทศญี่ปุ่น

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : เลือกส้มที่มีสีเหลืองทอง ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสไม่แข็งมาก มีน้ำหนักพอดี สังเกตส่วนของก้นส้มไม่มีการปูดบวมถือเป็นส้มที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

คุณค่าทางโภชนาการ :  มีกากใย ไฟเบอร์สูง ตลอดจนวิตามินหลายชนิด เหมาะสำหรับการนำมาแปรรูปเป็นน้ำส้มคั้น ทานคู่กับสลัด หรือนำไปทำแยมรสชาติต่าง ๆ ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์และช่วยต้านสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยลดเสมหะและมีประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือดและทางเดินหายใจ

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 55 บาท

#6
ส้มวาเลนเซีย


ภาพประกอบจาก Pixabay

เป็นส้มเปลือกหนา มีที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาสายพันธุ์ส้มวาเลนเซียจากประเทศสเปน ในสหรัฐอเมริกา ต่อมาเมื่อประสบความสำเร็จได้ตั้งชื่อตามเมืองที่มีส้มหวานรสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็คือเมืองวาเลนเซียเพื่อเป็นเกียรติ แต่หารู้ไม่ว่าส้มสายพันธุ์นี้ไม่เคยลงหลักปักฐานหรือเพาะปลูกในประเทศสเปนเลย ในปัจจุบันส้มวาเลนเซีย เป็นส้มที่ครอบครองตลาดส่วนใหญ่ของผู้บริโภคส้มบนโลกใบนี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ อาทิ ปลูกง่าย ผิวไม่อ่อนและแข็งจนเกินไป ไร้เมล็ด ให้น้ำส้มในปริมาณที่เยอะกว่าส้มชนิดอื่น มีฤทธิ์เป็นยาระบาย เหมาะจะนำมาคั้นเป็นน้ำส้มก็ได้ หรือทานสดก็ดี ในเมืองไทยก็มีการปลูกส้มสายพันธุ์นี้กันมากสามารถหาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

สายพันธุ์ : ส้มเกลี้ยง

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : สัมผัสและสังเกตผิวส้มว่าไม่มีร่องรอยการแตกปริ หรือได้รับความผิดปกติจากกระบวนการขนส่ง เนื่องจากส้มวาเลนเซียเป็นส้มเปลือกหนาที่แมลงหรือเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่สามารถเจาะผ่านผิวเข้าไปทำลายเนื้อในได้ ดังนั้นควรเลือกผลที่มีความสมบูรณ์ที่สุด

คุณค่าทางโภชนาการ :  มีวิตามินเอ วิตามินซีในปริมาณที่สูง แคลเซียมและโพแทสเซียม สามารถบำรุงร่างกายให้มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก มีไฟเบอร์สูง บำรุงสายตา เป็นยาระบายเบา ๆ

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 150-200 บาท

#7
ส้มนาเวลลีน่า


ภาพประกอบจาก Pixabay

หรือที่บ้านเรามักจะเรียกสั้น ๆ ว่าส้มนาเวล เป็นส้มเปลือกหนาที่ส่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลีย มีผลขนาดเล็ก รสชาติ หวานหอม ละมุน ชุ่มฉ่ำ เหมาะที่จะนำมาคั้นเป็นน้ำหรือฝานกินสด ๆ ก็รสชาติดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือเปลือกส้มชนิดนี้ยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย หรือใครจะใช้เพื่อดับกลิ่น ตลอดจนไล่ยุงและแมลงก็สามารถทำได้เช่นกัน ปัจจุบันมีเกษตรกรเริ่มปลูกกันบ้างในบ้านเรา แต่ด้วยปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดส่งผลให้ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในกลุ่มเกษตรกร

สายพันธุ์ : ส้มเกลี้ยง

วิธีการเลือกซื้อผลส้ม : เป็นส้มในกลุ่มส้มเกลี้ยงเปลือกหนา ควรเลือกลูกที่มีความสมบูรณ์ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ไม่มีรอยปริแตก หรือรอยเจาะของแมลง

คุณค่าทางโภชนาการ :  เป็นส้มที่มีรสหวาน ฉ่ำน้ำ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เตะจมูก ส้มชนิดนี้ถือว่ามีวิตามินซีสูงมากทั้งในเนื้อส้มและเปลือก เหมาะสำหรับการเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกายในสภาวะขาดน้ำ ในส่วนของเปลือกก็สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยได้อีกด้วย

ราคาเฉลี่ย : กก.ละ 59 บาท

สุดท้ายนี้จะเห็นได้ว่าส้มแต่ละชนิดมีที่มาตลอดจนคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป การเข้าใจวิธีการคัดเลือกส้มชนิดต่าง ๆ จึงถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่หากใครที่อ่านบทความนี้จบครบถ้วนเรียบร้อย รับรองว่าท่านจะสามารถตัดสินใจและคัดเลือกส้มเพื่อบริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , , , , , , , , ,