อาการคนท้อง | สัญญาณ วิธีบรรเทาอาการ วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์

อาการคนท้อง
[สารบัญ] อาการคนท้อง | สัญญาณ วิธีบรรเทาอาการ วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์
    Add a header to begin generating the table of contents

    สัญญาณและอาการตั้งครรภ์ของคุณแม่ ถือว่าเป็นสิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่ รู้สึกถึงความดีใจและภาคภูมิใจที่กำลังจะมีชีวิตน้อยๆชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นในตัวของคุณแม่ นอกจากคุณแม่ที่ดีใจแล้วก็ต้องรวมไปถึงคุณพ่อที่จะต้องดีใจมากด้วยเช่นกัน ความรู้สึกที่บอกได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์ที่คนเป็นแม่จะสามารถมอบให้กับคนที่ยังไม่เคยพบเจอหรือเห็นหน้า แต่สามารถมอบความรักให้ตั้งแต่ไม่ได้เห็นหน้ากันนั้นนับว่าเป็นความรู้สึกรักที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ ก่อนที่จะถึงวันที่คุณแม่ทั้งหลายรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ คุณแม่จะมีลักษณะอาการและสัญญาณต่อไปนี้ให้คุณแม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกันก่อนที่จะเจอหน้าลูกน้อย

    คุณแม่เริ่มจะมีสัญญาณการตั้งครรภ์เมื่อไหร่?

    สัญญาณการตั้งครรภ์ที่คุณแม่สามารถนับได้ง่ายๆคือ การนับวันแรกของการมีประจำเดือน ครั้งสุดท้ายก่อนที่ประจำเดือนจะขาดหายไป จะเริ่มนับเป็นสัปดาห์ที่ 1 ของการตั้งครรภ์ หากประจำเดือน เมื่อเดือนที่แล้วของคุณแม่มาวันที่ 24 เดือนปัจจุบันประจำเดือนไม่มาก่อนวันที่ 24 หรือหลัง วันที่ 24 ล่วงเลยไป10 วัน คุณแม่สามารถนับระยะเวลาการตั้งครรภ์ได้เลย เป็นสัญญาณแรกที่สามารถบอกถึงการเริ่มตั้งครรภ์ของคุณแม่ได้

    อาการคนท้อง สัญญาณ
    รูป ที่ตรวจครรภ์

    สัญญาณและอาการของคนท้อง

    1. ประจำเดือนเดือนไม่มาตามปกติ

    การที่ประจำเดือนของผู้หญิงไม่มาใน1 เดือน หรือแม้แต่ประจำเดือนไม่มา เลยไปเพียงแค่10 วัน ก็ถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานข้อแรกที่เป็นสัญญาณบอกได้ว่าคุณแม่กำลังจะตั้งครรภ์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้นเพราะสาเหตุของการที่ประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนคลาดเคลื่อนนั้นก็อาจเป็นเพราะ ความรู้สึกเครียดจากการทำงาน เครียดเรื่องต่างๆส่งผลให้ประจำเดือนไม่มา หรือโรคบางโรคก็สามารถทำให้ประจำเดือนไม่มาได้เช่นกัน เช่นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับรังไข่

    สำหรับการที่ประจำเดือนไม่มานั้น ก็อย่าได้กังวลไป เมื่อเราไม่แน่ใจว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่นั้น ก็สามารถซื้อเครื่องมือทดสอบการตั้งครรภ์ มาตรวจเองที่บ้านได้ง่ายๆ เพื่อความแน่ใจ คุณแม่สามารถหาซื้อเครื่องมือทดสอบการตั้งครรภ์แบบหลากหลายยี่ห้อ มาตรวจพร้อมกันเพื่อความมั่นใจของคุณแม่ เพียงเท่านี้คุณแม่ก็จะสามารถทราบได้แล้วว่าตนเองตั้งครรภ์จริงหรือไม่

    1. อาการคัดที่เต้านม

    อาการคัดเต้านมจะเกิดขึ้นเฉพาะผู้หญิงบางคนที่กำลังเป็นประจำเดือน แต่บางคนไม่เคยคัดเต้านมในตอนที่เป็นประจำเดือน จึงเป็นอาการที่สามารถบอกได้ว่า ตนเองนั้นอาจจะตั้งครรภ์ อาการคัดเต้านมที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์นั้น จะรู้สึกคัดและเจ็บปวดเล็กน้อยที่เต้านม เต้านมมีลักษณะที่ใหญ่ขึ้นกว่าปกติ และอาการของคุณแม่บางท่านจะเจ็บปวดมากทุกครั้งเมื่อมีอะไรไปโดนบริเวณเต้านม ซึ่งอาการนี้จะมาพร้อมกับประจำเดือนที่ขาดหายไป ถือว่าเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์อย่างเห็นได้ชัด

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    อาการคัดเต้านม สัญญาณของการตั้งครรภ์ สามารถบรรเทาได้โดยการใส่เสื้อชั้นในที่ผิวนุ่ม ไม่รัดมากเกินไป แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาวางทับบริเวณหน้าอกตรงเต้านมทั้งสองข้าง ก็สามารถบรรเทาอาการปวดเต้านมได้เป็นอย่างดีทีเดียว

    1. อาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ

    อาการคลื่นไส้และเวียนศีรษะ ในผู้หญิงบางคนจะเป็นพร้อมกับอาการที่มีประจำเดือน แต่ในกรณีของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะรู้สึกเวียนศีรษะในทุกเช้าที่กำลังตื่นนอน บางท่านจะรู้สึกเวียนศีรษะตลอดทั้งวันและมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการคลื่นไส้เวียนศีรษะนี้ จะเกิดขึ้นกับคุณแม่บางท่านแตกต่างกันไป บางท่านจะเวียนศีรษะในตอนบ่ายๆของวัน บางท่านจะเวียนศีรษะอยากนอนหลับทั้งวันทั้งคืน และส่วนใหญ่อาการที่พบเจอในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คือ อาการเวียนศีรษะเพราะได้กลิ่นอาหารหรือได้กลิ่นฉุนของอะไรบางอย่าง ก็จะทำให้อาเจียนร่วมด้วย แต่ก็มีคุณแม่บางท่านเกิดอาการเวียนศีรษะเพราะได้กลิ่นของสามีและทำให้อาเจียนร่วมด้วยเช่นกัน

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    อาการคลื่นไส้และเวียนศีรษะ เป็นอาการที่พบมากในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ในท้องแรก อาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบกับลูกน้อยในครรภ์โดยตรง เพราะคุณแม่บางท่านไม่สามารถทานอาหารได้ การบรรเทาอาการ หากคุณแม่มีอาการเวียนศีรษะและอาเจียนตลอดเวลาส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว คุณแม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเกลือทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไป และเป็นการให้คุณแม่ได้พักผ่อนไม่ให้หน้ามืดหรือเป็นลมได้ง่ายๆในช่วง แพ้ท้องแบบนี้ หากเกิดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้เฉพาะบางเวลา คุณแม่อาจรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวบ้าง เพื่อลดอาการคลื่นไส้ หากได้กลิ่นอาหารแล้วคุณแม่ไม่สามารถทานได้ คุณแม่ก็ควรลองเปลี่ยนการทานผลไม้ที่ให้ความสดชื่นได้บ้าง ก่อนการทานอาหาร ก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นสามารถทานอาหารได้ไม่มากก็น้อย

    1. อารมณ์อ่อนไหวและหงุดหงิดง่าย

    คุณแม่จะมีการอาการเหล่านี้โดยไม่ค่อยรู้ตัว จะรู้สึกว่าตัวเองอยากร้องไห้ หรือมีเรื่องบางเรื่องมาสะกิดนิดหน่อยก็ร้องไห้ออกมาได้ง่ายๆ และจะรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดกับคนรอบข้าง รู้สึกไม่ถูกใจอะไรเสียเลย

    อารมณ์อ่อนไหวและหงุดหงิดง่ายของแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ถือเป็นสัญญาณที่อาจจะนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ ผู้คนรอบกายไม่ว่าจะ เพื่อนๆหรือสามีต้องทำความเข้าใจ และสามารถช่วยบรรเทาอาการของคุณแม่ได้ จากการพาคุณแม่ไปเที่ยวผ่อนคลายอารมณ์บ้าง เพราะอีกไม่นานอาการเหล่านี้ก็จะหายไป กลับเข้าสู่โหมดปกติ

    1. อาการอ่อนเพลีย

    ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่ทั้งหลายจะรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย มีความรู้สึกว่าไม่อยากจะทำอะไรเลย อยากจะนอนอยู่แต่บนที่นอน เพราะภายในร่างกายของคุณแม่ได้เสียพลังงานในการนำมาพัฒนาลูกน้อยในครรภ์ และเป็นการปรับอุณหภูมิในร่างกายคุณแม่ให้ลูกได้รับการพัฒนาได้ดี บางครั้งคุณแม่จะรู้สึกตัวร้อนแล้วอ่อนเพลียไปพร้อมๆกัน

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    การบรรเทาอาการอ่อนเพลียที่เกิดขึ้น คุณแม่ควรขยับร่างกายน้อยลงในช่วงนี้ พยายามก้าวเดินอย่างช้าๆและออกกำลังกายเบาๆเพื่อปรับพลังงานในร่างกายให้เหมาะสมกับการตั้งครรภ์ และคุณแม่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ในตอนกลางวันอาจจะหลับ 10-20 นาที เพื่อเป็นการเสริมสร้างพลังงานไม่ให้รู้สึกอ่อนเพลียมากเกินไป

    1. เกิดอาการเหน็บชาและเป็นตะคริว

    อาการเหน็บชาหรือเป็นตะคริวในวัยสาว คุณแม่อาจไม่เคยเกิดอาการพวกนี้เลย สัญญาณบางอย่างที่แสดงให้ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ จะมีสัญญาณอาการเหน็บชาและเป็นตะคริวแบบนี้ร่วมด้วย เพราะแคลเซียมในร่างกายของคุณแม่จะถูกนำไปพัฒนาลูกน้อยในครรภ์ จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชาและเป็นตะคริวบ่อยขึ้น

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    อาการเหน็บชาหรือตะคริวที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ อาจทำให้คุณแม่ต้องตกใจตื่นในเวลากลางคืน เพราะอาการของตะคริวส่วนมากจะเกิดขึ้นในตอนกลางคืน ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ควรพบแพทย์แล้วคุณแม่ก็จะได้รับแคลเซียมมารับประทาน เพื่อเสริมสร้างลูกน้อยในครรภ์ และทำให้คุณแม่มีอาการเหน็บชาและเป็นตะคริวน้อยลงด้วย

    1. เลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่เลือดประจำเดือน

    บางครั้งอาจเกิดการเข้าใจผิดของคุณแม่บางท่านอาจคิดว่าเป็นเลือดประจำเดือน แต่ความเป็นจริงแล้ว เป็นเลือดที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเลือดสีชมพูอ่อนๆ และออกมาในจำนวนไม่มากเพียง1-2 วันเท่านั้น มีความแตกต่างกับเลือดประจำเดือน

    การที่มีเลือดออกทางช่องคลอด คุณแม่บางท่านคิดว่าเป็นเรื่องปกติของประจำเดือน แต่ถ้าหากเข้าใจถูกต้องว่าเป็นเลือดจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่ฝังในผนังมดลูก คุณแม่จะดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยได้ดีกว่าการเข้าใจผิดว่าเป็นเลือดประจำเดือน ดังนั้นการสังเกตตัวเองของคุณแม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนักที่จะรักษาชีวิตน้อยๆได้อย่างปลอดภัย และการเข้าพบคุณหมอคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    1. อาการปัสสาวะบ่อย

    เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เป็นการทำงานของไตที่ขับของเสียออกมาเป็นจำนวนมาก เป็นการปรับตัวของร่างกายคุณแม่ให้ร่างกายมีการสร้างเลือดมากขึ้น ส่งผลไปที่ไต ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าปวดปัสสาวะบ่อยๆมากกว่าปกติ

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    อาการปัสสาวะบ่อยๆ เป็นเรื่องปกติที่คนท้องต้องพบเจอ การปัสสาวะบ่อยช่วยขับของเสียให้ออกจากร่างกาย คุณแม่ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเด็ดขาด ให้เข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดปัสสาวะ จะได้ไม่เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะตามมา และในเวลาก่อนนอนก็ควรดื่มน้ำให้น้อยลง เพื่อไม่ให้ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืน

    1. ขับถ่ายไม่ปกติท้องผูก

    อาการท้องผูกที่ผิดปกติจากที่คุณแม่ไม่เคยเป็น แต่กลับเกิดขึ้นในช่วงนี้ อาจเป็นสัญญาณที่แสดงให้ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ก็เป็นไปได้เช่นกัน การเปลี่ยนแปลงของร่างกายส่งผลให้มดลูกทับลำไส้ใหญ่ทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลง

    วิธีบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย

    วิธีการบรรเทาอาการท้องผูกทำได้ง่ายๆเพียงคุณแม่เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยที่เยอะขึ้น เช่น ผักและผลไม้ การดื่มน้ำมากๆตลอดทั้งวัน ก็จะช่วยคุณแม่บรรเทาอาการท้องผูกได้

    1. ปวดท้องน้อยแบบหน่วงๆ

    อาการปวดท้องน้อยของผู้หญิงมักจะมาพร้อมกับอาการเป็นประจำเดือน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากเกิดอาการปวดหน่วงๆที่บริเวณท้องน้อยแต่ไม่ได้มีอาการเป็นประจำเดือน ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะตั้งครรภ์ เพราะ มดลูกกำลังขยายตัวเพื่อรองรับการสร้างตัวอ่อนที่จะกลายเป็นลูกน้อยของคุณแม่นั่นเอง

    อาการปวดหน่วงท้องน้อยสามารถบรรเทาได้โดยการวางถุงน้ำร้อนประคบไว้บริเวณที่ปวด จะสามารถบรรเทาอาการปวดลงได้ และงดการยกของหนักเพื่อไม่ให้มีการอาการปวดที่อาจรุนแรงขึ้น หากมีอาการปวดท้องน้อยที่รุนแรงก็ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆดีที่สุดค่ะ

    อาการคนท้อง การดูแลตัวเอง
    รูป หมอและคนท้อง

    การดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่ามีการตั้งครรภ์

    1. พบคุณหมอทันทีสำหรับการฝากครรภ์

    การฝากครรภ์หรือการตรวจเพื่อความแน่ใจว่าตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่คุณแม่ต้องตรวจแล้ววางแผนต่างๆในการดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้ดี การตรวจเป็นอันดับแรกคือการตรวจเลือดหาโรคต่างๆในตัวคุณแม่ เพื่อจะเป็นผลที่สามารถยืนยันได้ว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ครั้งนี้ไม่เป็นอันตรายใดๆต่อแม่และลูกในครรภ์ หากเกิดความผิดปกติขึ้นสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

    1. หลีกเลี่ยงการรับประทานและดื่มของที่ไม่มีประโยชน์

    การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์เป็นสิ่งที่คุณแม่ควรปฏิบัติ เพื่อรักษาสุขภาพร่างกายของลูกน้อยในครรภ์ให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

    1. พักผ่อนให้มากขึ้น

    การพักผ่อนโดยการนอนหลับ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ที่กำลังตังครรภ์สามารถคลายความอ่อนล้าของคุณแม่ได้ดีเลยทีเดียว และช่วยให้ลูกในครรภ์ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม

    การตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายท่านที่ตั้งตาเฝ้ารอ  เมื่อวันนี้ที่คุณแม่รอคอยมาถึงมีสิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นในตัวของคุณแม่แล้ว คุณแม่ก็ควรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองเพื่อให้ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและสามารถผ่านเรื่องราวที่น่าจดจำตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือนไปได้ด้วยดี ขอให้คุณแม่ทั้งหลายมีความสุขในทุกๆวันสำหรับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    คุณอาจชอบ..

    You cannot copy content of this page
    Scroll to Top

    ช่วยตอบคำถามเพื่อให้เราผลิตบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ
    บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่?