Home > ความรัก > ครอบครัว > ผู้สูงอายุ > วัยทองคืออะไร อาการเป็นอย่างไร ควรกินอะไรดี ?

วัยทองคืออะไร อาการเป็นอย่างไร ควรกินอะไรดี ?

วัยทอง

การมีสุขภาพที่ดีเป็นความปรารถนาหลักของมนุษย์ทุกคน เมื่อยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ซึ่งเป็นวัยที่มีพลังล้นเหลือ ทำให้สามารถใช้แรงกายและสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างที่เราเรียกกันว่าไฟแรงนั่นแหละค่ะ แต่พอย่างเข้าสู่วัยกลางคน ระบบต่าง ๆ นั้นไม่พัฒนาอีกต่อไป ทำให้ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยและมีประสิทธิภาพลดลง จนเมื่อเข้าสู่ ‘วัยทอง’ ก็จะเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์กับร่างกายและจิตใจขึ้นได้

มารู้จักกับคำว่า วัยทอง

วัยทองคืออะไร

คำว่า ‘วัยทอง’ หมายถึง ช่วงวัยที่ฮอร์โมนเพศเสื่อมถอยลง ซึ่งในคนทั่วไปจะเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่ลดลง ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาตินะคะ

ทำไมต้องเรียกว่า วัยทอง

วัยทองมักจะจัดอยู่ในช่วงอายุ 40 – 59 ปี ซึ่งคนวัยนี้เป็นวัยที่กำลังประสบความสำเร็จ ส่วนมากมักก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต นับเป็นช่วงชีวิตที่มีความหมายและทรงคุณค่าจึงถูกเรียกว่า ‘วัยทอง’ ค่ะ

อาการวัยทองเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอาการวัยทองนั้นเป็นอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็มีอาการวัยทองไม่ต่างจากผู้หญิงค่ะ เพราะฮอร์โมนเพศก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยในของผู้หญิงนั้นฮอร์โมนที่ลดลงคือฮฮร์โมนเอสโตรเจน ส่วนของผู้ชายคือฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน

แต่ในสุภาพสตรีจะมีอาการวัยทองที่ชัดเจนว่า เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นชัดเจนคือหมดประจำเดือน ส่วนในผู้ชายนั้นฮออร์เทสโทสเทอโรนจะค่อย ๆ ลดลงไปทีละน้อยในทุก ๆ ปี จึงอาจแสดงอาการไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามก็เกิดเป็นอาการวัยทองได้คล้าย ๆ กันค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดวัยทองในแต่ละคน

จริงอยู่ที่ภาวะวัยทองเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นธรรมชาติของช่วงอายุ แต่เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมบางคนจึงมีช่วงอายุที่เกิดวัยทองแตกต่างกัน เรามีคำตอบให้ดังนี้ค่ะ

ลักษณะทางพันธุกรรม

หากคนในครอบครัวหมดประจำเดือนเร็ว เราก็มีโอกาสเป็นอย่างนั้นด้วยเช่นกัน

ความเครียด

ต้องบอกเลยว่าความเครียดเป็นปัจจัยให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ทุกด้าน ซึ่งความเครียดนั้นรวมถึงความวิตกกังวล และการนอนดึก รวมไปถึงการทำงานหนัก ปัจจัยเหล่านี้หากเราทำเป็นประจำสม่ำเสมอย่อมส่งผลเสียกับร่างกายแน่นอน

มีโรคบางอย่าง

โรคบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์อาจมีผลทำให้เกิดวัยทองก่อนเวลาอันควร เช่น โรคที่ตัดมดลูกหรือรังไข่ เพราะจะทำให้ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการวัยทองตามมาได้ ส่วนโรคเรื้อรังบางชนิดอย่างเบาหวาน หรือความดัน หากเกิดในช่วงอายุน้อยก็มีผลต่อวัยทองที่จะมาถึงเร็วขึ้นได้เช่นกันค่ะ

ยาบางชนิด

การรับประทานยาที่มีผลต่อฮอร์โมนก็ทำให้เกิดภาวะวัยทองก่อนเวลาได้เช่นกัน ดังนั้นหากต้องรับประทานยาชนิดใดเป็นประจำควรสอบถามคุณหมอให้แน่ชัดว่าจะมีผลข้างเคียงใด ๆ หรือไม่ด้วยค่ะ

สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่มีผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางเพศทั้งชายและหญิง มีการสำรวจออกมาว่าการสูบบุหรี่จะกระตุ้นให้เกิดอาการวัยทองเร็วขึ้น และอาการรุนแรงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ค่ะ

อาการวัยทองในแต่ละช่วง

หลายคนอาจจะรู้สึกกลัวกับการมาถึงของวัยทอง แต่ที่จริงแล้วมันหมายถึงการเดินทางของชีวิตคุณที่ได้ใช้มาอย่างคุ้มค่า เมื่อผ่านมาได้ถึงจุดนี้แล้วแสดงว่าจะเราต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ดังนั้นการเข้าสู่วัยทองก็เหมือนช่วงอายุอื่น ๆ นั่นแหละค่ะ

หากลองคิดให้ดีคนเราต้องปรับตัวทุกช่วงวัยอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ยุคนี้เป็นยุคที่อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงปีเดียวก็แทบจะวิ่งตามโลกไม่ทัน ไม่ต้องรอให้ถึงวัยทองก็ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ดีนะคะ

ในเมื่อเราผ่านโลกมาได้ขนาดนี้ แค่วัยทองก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ขอแค่มาทำความรู้จักกับอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ก็จะสามารถรู้เท่าทันและบรรเทาได้โดยไม่ต้องเกิดปัญหาค่ะ

อาการวัยทองนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วง ซึ่งจะเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 40-59 ปี ตามปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละคนค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจึงขอแบ่งตามช่วงวัยทองของสุภาพสตรีนะคะ

ระยะก่อนหมดประจำเดือน

จะเป็นช่วง 2-3 ปีก่อนจะหมดประจำเดือน ทำให้มีอาการต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

  • อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า  พูดให้เข้าใจง่ายคือจะดราม่ากว่าปกตินั่นเอง จะมีอารมณ์โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย ใจน้อย ซึ่งอาจทำให้คนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้ และหลายคนเรียกเราว่า ‘มนุษย์ป้า’ ซึ่งไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะคนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือตัวเราเอง ที่ต้องแบกความอารมณ์แย่ ๆ เอาไว้ แม้อาจจะควบคุมได้ยากสักหน่อย แต่หากรู้เท่าทันก็พอจะบรรเทาได้นะคะ
  • ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย อาการปวดนี้รวมทั้งกล้ามเนื้อและกระดูกด้วยนะคะ บางคนอาจจะมีอาการเมื่อยล้า เหนื่อยง่ายด้วย เป็นเพราะร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน ให้ลองสังเกตดูว่าเป็นเพราะเราทำงานหนักหรือเป็นเพราะเข้าสู่วัยทองนะคะ
  • นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท นี่เป็นปัญหายอดฮิตที่ผู้สูงอายุมักจะบ่นกัน แต่ก็สังเกตปัจจัยการใช้ชีวิตด้านอื่นของเราด้วยนะคะ เช่น ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือไม่ นอนกลางวันมากไปหรือเปล่า และถึงแม้ว่านอนไม่หลับ แต่ยังเรี่ยวแรงดีอยู่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาค่ะ
  • หลงลืมง่าย อาการหลงลืมง่าย และความจำถดถอยอาจเกิดขึ้นสำหรับวัยทองค่ะ
  • น้ำหล่อลื่นในร่างกายลดลง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงนั่นเอง หากขาดน้ำหล่อลื่นในดวงตาก็จะทำให้ตาแห้ง เคืองตาง่าย ไม่สู้แสง และน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดลดลงก็ทำให้เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ค่ะ
  • กระดูกบาง ผมร่วง ผิวพรรณไม่สดใส เกิดจากคอลลาเจนในร่างกายลดลงค่ะ
  • ร้อนวูบวาบ หรือหนาวสั่นง่าย ร้อนไปหนาวไปก็ไม่ดีนะคะ ส่วนมากอาการจะเกิดในตอนกลางคืน และอาจมีเหงื่อออกมากร่วมด้วยค่ะ
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เกิดจากกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน ทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้เมื่อไอหรือจามแรง ๆ

ระยะหมดประจำเดือน

จะยังคงมีอาการดังกล่าวข้างต้นร่วมกับประจำเดือนเริ่มขาด ๆ หาย ๆ หรือมาไม่สม่ำเสมอ บางคนมาเดือนละ 2 ครั้ง บางคนอาจจะ 2-3 เดือนมาครั้งเดียว อาการเหล่านี้จะเป็นจนกระทั่งประจำเดือนค่อย ๆ หายไป

ระยะหลังหมดประจำเดือน

คือระยะที่ประจำเดือนไม่มาต่อเนื่องกันเป็นเวลา 1 ปี ถือเป็นภาวะหมดประจำเดือนโดยสมบูรณ์ อาการแปรปรวนต่าง ๆ อาจลดลง แต่จะมีความเสื่อมระยะยาวของร่างกาย ซึ่งหากไม่เตรียมตัวดูแลสุขภาพไว้แต่เนิ่นก็อาจเกิดอาการเหล่านี้ได้ค่ะ

  • ไขมันสะสม เนื่องจากฮฮร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนช่วยเผาผลาญและลดไขมันเลว เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงไปจึงอ้วนง่าย และมีไขมันสะสมตามต้นขาหน้าท้องได้มากขึ้น รวมไปถึงเสี่ยงกับปัญหาหลอดเลือดหัวใจอุดตันด้วยค่ะ
  • กระดูกพรุน เพราะการดูดซึมแคลเซียมและการสร้างคอลลาเจนลดลง ทำให้กระดูกเปราะบาง หักง่าย บางคนอาจเกิดอาการปวดข้อได้ง่ายขึ้นค่ะ
  • หลงลืมง่าย อาจหลงลืมหรือความจำเลอะเลือน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเกิดขึ้นกับทุกคนนะคะ

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่วัยทอง

ที่จริงแล้วการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานทั่วไปเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่ว่าวัยไหนก็ต้องให้ความสำคัญ เพียงแต่รายละเอียดปลีกย่อยอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง อย่างไรก็ตามทุกคนก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ

พักผ่อนให้เพียงพอ

นอนหลับให้ดีหรือหยุดพักกิจกรรมเหน็ดเหนื่อยทั้งหลายเอาไว้ก่อน ผู้สูงอายุหลายท่านมักมีปัญหานอนหลับไม่สนิทหรือนอนไม่หลับเลย

  • งดเครื่องดื่มคาเฟอีนหลังบ่ายสองโมง หรือไม่ดื่มเลยก็ยิ่งดีค่ะ เพราะคาเฟอีนจะไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กระพรุนได้ง่ายขึ้นค่ะ
  • ทำสมาธิก่อนอน อาจนั่งสมาธิหรือนอนสมาธิก็ได้ตามสะดวก บางคนอาจใช้การสวดมนต์หรือฟังเพลงกล่อมก็ได้ค่ะ
  • ปรับสภาพการนอนให้เหมาะสม อย่าให้ร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไป เพื่อลดอาการร้อนวูบวาบหรือหนาวสั่นในช่วงวัยทองซึ่งอาจจะรบกวนการนอนมากขึ้น

ผ่อนคลายจิตใจ

เนื่องจากช่วงวัยทองจะมีอารมณ์แปรปรวนง่าย จึงต้องหาทางผ่อนคลายจิตใจเพื่อบรรเทาอาการนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง เพราะสุขภาพจิตก็ส่งผลถึงร่างกายได้ เราจึงมีแนวทางที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้ดังนี้ค่ะ

  • ออกกำลังกายที่เหมาะสม ทุกช่วงวัยต้องออกกำลังกาย แต่ผู้ที่อยู่ในวัยทองบางคนอาจมีกระดูกที่เปราะบาง จึงไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ ที่เกิดการกระแทกโดยเฉพาะการกระทบกระเทือนต่อข้อเข่า อาจใช้การเล่นโยคะ รำมวยไทเก๊ก หรือการเดินเล่นหลังอาหารก็ได้ค่ะ
  • พบปะเพื่อนฝูงบ้าง พบปะคนที่คุยเรื่องเดียวกัน อาจจะไม่ใช่คนวัยเดียวกันก็ได้ ขอให้คุยกันแล้วสบายใจ จะได้ช่วยแบ่งปันเรื่องสนุก ๆ ด้วยกัน ลดความซึมเศร้าลงไปได้มาก ใครที่มีเพื่อนน้อยก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะอินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกที่ สามารถเข้าร่วมกลุ่มทางออนไลน์ได้ง่าย ๆ แต่ก็ต้องระวังมิจฉาชีพด้วยนะคะ
  • ทำงานอดิเรก หากยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรก็ลองดูหลาย ๆ อย่างก็ได้ค่ะ ทุกวันนี้มีกิจกรรมดี ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย บางคนเรียนภาษาเพิ่มในช่วงอายุเท่นนี้ก็มี เป็นสิ่งดีที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองได้อีกด้วย หรืออาจจะลองกิจกรรมพื้นฐานทั่วไปอย่าง ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ซึ่งแนะนำให้มีกิจกรรมที่ออกแรงเบา ๆ หรือใช้สมองบ้าง ไม่ควรนอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน เพราะจะทำให้ไม่ได้ออกกำลังกายค่ะ

รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

ไม่ว่าวัยไหนก็ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมทุกวัน แต่สำหรับวัยทองต้องเน้นบางอย่างและลดบางอย่างให้จริงจังมากขึ้น เพราะระบบเผาผลาญทำงานช้าลง แต่อาจไม่สามารถออกกำลังกายหนักได้เท่าคนหนุ่มสาว จึงต้องพิถีพิถันเรื่องการกินอย่างมากค่ะ

  • ลดน้ำตาลและไขมัน เนื่องจากไขมันจะทำให้ไปสะสมตามหลอดเลือดจนอุดตัน ส่วนน้ำตาลนั้นนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอาการกำเริบง่ายแล้ว ยังทำให้ขัดขวางการทำงานของคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นและกระดูกพรุนได้ค่ะ
  • รับประทานอาหารที่มีกากใย จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ลำไส้สะอาดขึ้นค่ะ
  • รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่ควรทานอาหารตอนดึกเพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ได้พักผ่อนจนส่งผลให้นอนหลับไม่สนิทได้ค่ะ

อาหารแนะนำสำหรับวัยทอง

โดยปกติหากเกิดอาการวัยทองก็ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เว้นเสียแต่อาการเหล่านั้นส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ก็จะรักษาตามอาการ หรือบางคนเลือกที่จะทานอาหารเสริม อย่างไรก็ตามการการรับประทานยาหรืออาหารเสริมก็ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง การเลือกรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเองตามแนวทางที่เรานำมาฝากดังนี้ค่ะ

บำรุงกระดูก

หากต้องการบำรุงกระดูกควรเลือกอาหารที่มีแคลเซียมและคอลลาเจน เพราะจะช่วยเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้อยู่ในสภาพที่ดี ลดภาวะกระดูกพรุน ลดโอกาสการเกิดอาการปวดตามข้อด้วย สามารถรับประทานได้จาก

  • นม, โยเกิร์ต ถ้าให้ดีควรเป็นประเภทไขมันต่ำและไม่มีน้ำตาลค่ะ
  • กุ้งแห้ง, ปลาเล็กปลาน้อย สามารถนำไปปรุงร่วมกับอาหารอื่น ๆ ก็ได้ค่ะ
  • ผักที่มีแคลเซียมสูง ผักกระเฉด, ใบยอ, ตำลึง, กะหล่ำปลี, บล็อกโคลี่ และใบเขียวต่าง ๆ ค่ะ
  • งาดำ มีแคลเซียมสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วยค่ะ

เสริมฮอร์โมนธรรมชาติ

พืชบางชนิดมีสารที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” ซึ่งเป็นสารอาหารที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องพึ่งฮอร์โมนสังเคราะห์ค่ะ

  • น้ำมะพร้าว นอกจากจะมีไฟโตเอสโตรเจนแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างอิลาสตินทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายด้วยค่ะ
  • ถั่วต่าง ๆ โดยเฉพาะถั่วเหลืองจะมีปริมาณของไฟโตเอสโตรเจนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะนำมาแปรรูปเป็นเต้าหู้, น้ำเต้าหู้ หรือต้มกินก็ได้ทั้งนั้น
  • ผักและผลไม้ ที่มีส่วนช่วยในการกักเก็บฮอร์โมนเอสโตรเจน อย่าง แอปเปิ้ล, องุ่น, มะละกอ, มันฝรั่ง, ข้าวโพด และหัวไชเท้า เป็นต้น

เสริมคอลลาเจน

เพราะคอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีนที่ช่วยให้ผิวหนังและข้อต่อแข็งแรง และยังมีประโยชน์ในการช่วยให้แผลหายเร็ว ซึ่งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเวลาเกิดบาดแผลด้วยค่ะ

  • ปลาบางชนิด โดยเฉพาะปลาทะน้ำลึกอย่างปลาแซลมอน, ปลาทูน่า หรือปลาน้ำจืดอย่างปลานิลก็มีคอลลาเจนสูงเช่นกันค่ะ
  • ผักบางชนิด อย่างผักปลัง, กระเจี๊ยบเขียว, เห็ดหูหนูขาว เป็นต้น
  • ผลไม้ที่มีวิตามินซี จะช่วยให้ส่งเสริมให้ร่างกายผลิตคอลเลาเจนได้ดีขึ้น เช่น ส้ม, มะนาว, มะเขือเทศ, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, สับปะรด, ฝรั่ง และผลไม้รสเปรี้ยวต่าง ๆ ค่ะ

เสริมความจำ

อาการหลงลืมนั้นนอกจากชะลอได้ด้วยการฝึกสมองไปกับงานอดิเรกแล้ว การรับประทานอาหารที่มี โอเมกา 3 ก็ช่วยบำรุงสมอง โดยหารับประทานจากอาหารง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันดังนี้

  • ถั่วลิสง อาจนำมาปรุงอาหารทานเล่น หรือเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างเนยถั่วก็ได้เช่นกัน หากเป็นแบบออร์แกนิคด้วยจะดีมากค่ะ
  • ปลาทะเลต่าง ๆ ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, ปลาทู หรือปลาทะเลอื่น ๆ ก็มีส่วยช่วยเรื่องบำรุงสมองค่ะ

ลดความดัน

การลดความดันควรดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส เพราะความเหนื่อยล้าและอารมณ์เครียดจะทำให้ความดันสูงขึ้น นอกจากนี้การรับประทานอาหารบางชนิดก็ช่วยลดความดันได้เช่นกัน สามารถรับประทานกระเทียม, คึ่นไช่, ใบบัวบก หรือกระเจี๊ยบเขียวค่ะ

ลดน้ำตาล

หลักสำคัญควรลดปริมาณอาหารที่น้ำตาลสูง แล้วแทนที่ด้วยอาหารที่มีกากใย หากต้องการความหวานจริง ๆ ก็สามารถใช้หญ้าหวานแทนได้ ซึ่งหญ้าหวานมีขายทั้งแบบใบแห้งและแบบสกัดเป็นน้ำเชื่อมหรือเป็นผงสำหรับใส่อาหารและเครื่องดื่ม สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ และการรับประทาน มะระขี้นก, กระเทียม, ใบชะพลู ก็ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อีกทางหนึ่งค่ะ

การย่างเข้าสู่วัยทองเป็นสิ่งที่บอกว่าเราได้ผ่านชีวิตมาอย่างแข็งแกร่งแค่ไหน แต่นี่ยังไม่ใช่สุดทาง เรายังสามารถไปต่อได้หากดูแลตัวเองอย่างถูกสุขลักษณะ การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราในแต่ละช่วงวัยเป็นไปด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหนก็สามารถมีสุขภาพดีได้ อย่าให้อายุเป็นข้อจำกัดความสุขของชีวิตนะคะ

 dragonflydays

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: