Home > ของใช้ > ของใช้ยามว่าง > แอพพลิเคชั่น > 7 แอพฟังเพลง (iOS/android) ไหนดีที่สุด ฟีเจอร์เยอะ ในปี 2021

7 แอพฟังเพลง (iOS/android) ไหนดีที่สุด ฟีเจอร์เยอะ ในปี 2021

แอพฟังเพลง new
หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!

ADVERTISEMENT


ใครบ้างเอ่ยที่ขาดเสียงเพลงไม่ได้เลย ยกมือขึ้นให้เห็นหน่อยเร็ว! ถ้าชีวิตนี้คุณขาดเสียงเพลงไม่ได้จริง ๆ Huapood.com ขอแนะนำแอพฟังเพลง บริการสตรีมมิ่งเพลงยอดฮิตทั้ง 7 แอพ ที่แต่ละแอพมีฟีเจอร์เด่น ๆ เพียบ ไม่ว่าคุณจะใช้ iOS หรือ android ก็พร้อมให้คุณโหลดมาใช้งาน! 

ตารางเปรียบเทียบแอพฟังเพลง

ตาราง Music App

#1
สปอทิฟาย
Spotify

1- Music App - spotify

Spotify คือแอพสตรีมมิ่งเพลงระดับโลกที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เพราะมีเพลงให้เลือกทั้งไทย เพลงต่างประเทศ และยังมีเพลงอินดี้อีกเล็กน้อย มาพร้อมระบบวิเคราะห์ช่วยเลือกเพลงชั้นเลิศ เพราะช่วยเลือกเพลงได้โดนใจผู้ใช้มามากมาย!

ความแตกต่างระหว่างฟรีและพรีเมี่ยม 

ฟรี

  • ฟังไม่ได้ทุกเพลง 
  • มีโฆษณา และมีค่อนข้างเยอะ
  • สุ่มเล่นเพลงให้ เลือกเองไม่ได้
  • กดข้ามเพลงได้ 6 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

พรีเมี่ยม 

  • ไม่มีโฆษณา
  • กดข้ามเพลงที่ไม่ชอบได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดครั้ง 
  • ดาวน์โหลดเพลงฟังแบบออฟไลน์ได้
  • คุณภาพเสียงดีกว่า 

ค่าบริการแบบพรีเมี่ยม

  • ทดลองฟรี 1 เดือน 
  • บุคคล 129 บาทต่อเดือน 
  • ครอบครัว (Family) 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คน มีเพลย์ลิสต์แบบครอบครัว แต่ผู้ปกครองจะเข้าไปดูได้ว่าคนในบ้านฟังเพลงอะไรบ้าง อาจไม่เป็นส่วนตัวมากเท่าไร  

ข้อดี

มีเพลงให้เลือกเยอะ ทั้งเพลงไทย เพลงสากล และเพลงอินดี้
ระบบช่วยเลือกเพลงและจัดเพลย์ลิสต์สำหรับคุณโดยเฉพาะ วิเคราะห์จากเพลย์ลิสต์ที่คุณสร้างครั้งแรก
เพลย์ลิสต์ตามมูดแอนด์โทน ประเภทของเพลง เช่น พลงบรรเลงฟังสบาย, Night Rain, Coffee & Paino, ป๊อปโดนใจ หรือเพลงไทยสายชิลล์
ปิดหน้าจอ แต่ยังฟังเพลงได้อยู่

#2
จุกซ์
JOOX

2 - Music App - JOOX

สายเพลงไทยต้องเลิฟ JOOX เพราะแอพนี้อัดแน่นไปด้วยเพลงไทย ทั้งไทยสากลและไทยลูกทุ่งเลยละค่ะ ยังไม่พอ ยังมีเพลงสากล ญี่ปุ่น เกาหลี เพลงไหนที่ว่าฮิต เพลงไหนที่ว่าดัง รวมอยู่ที่นี่แล้ว

ความแตกต่างระหว่างฟรีและ VIP 

ฟรี

  • ฟังเพลงได้จำกัด
  • อัพเดตเพลงใหม่ช้า ต้องรอสักระยะถึงจะฟังได้ โดยเฉพาะเพลงสากล 
  • มีโฆษณา
  • คุณภาพเสียงต่ำ 

VIP 

  • ฟังได้ทุกเพลง ไม่จำกัด กว่า 5 ล้านเพลง
  • ฟังเพลงใหม่ ๆ ได้ทันทีไม่ต้องรอ
  • ไม่มีโฆษณา 
  • ดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ 
  • คุณภาพดีกว่า ระดับ HI-FI

ค่าบริการแบบ VIP

  • แชร์เพลงจากแอพ JOOX ไปยังโซเชียลมีเดียเพื่อรับสิทธิ์ VIP แบบ 1 วัน 
  • บุคคล 99 บาทต่อเดือน 
  • ครอบครัว (Family) 139 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 3 คน

ข้อดี

เพลงหลากหลาย ไทยสากล ไทยลูกทุ่ง อินเตอร์ อเมริกา ยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น
มีชาร์ตเพลงฮิตประจำแอพ
เพลย์ลิสต์หลายแบบ เช่น เพลงเศร้าที่เราเสพติด เพราะเราคู่กัน เคอร์ฟิวก็ชิลล์ได้
ระบบแนะนำเพลงทำได้ดีมาก ๆ โดยใช้ข้อมูลจากเพลย์ลิสต์ที่คุณเคยสร้างเอาไว้ หรือแนวเพลงที่คุณฟังบ่อย ๆ
ฟีเจอร์ Screen off หรือปิดหน้าจอก็ฟังเพลงจาก JOOX ได้

#3
แอปเปิ้ล มิวสิก
Apple Music

3 - Music App - apple music

Apple Music คือบริการสตรีมมิ่งเพลงจาก Apple ซึ่งไม่ว่าเพื่อน ๆ จะใช้ iPhone หรือมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ก็สามารถใช้บริการได้นะคะ ไม่ได้จำกัดว่าต้องใช้ระบบ iOS เท่านั้น 

Apple Music มีจุดเด่นที่จำนวนเพลงกว่า 60 ล้านเพลง มีหลายแนวเพลง ทั้งเพลงสากลทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ที่สำคัญเลยคือเพลงไทยเยอะมากกกกกกก โดยเฉพาะเพลงยุค 80 และ 90 ใครที่เรียกตัวว่าวันรุ่นยุค 90 ต้องรัก Apple Music แน่นอน!

ค่าบริการ 

  • ทดลองฟรี 3 เดือน  
  • นักศึกษา 69 บาทต่อเดือน
  • บุคคล 129 บาทต่อเดือน
  • ครอบครัว 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คนต่อ 1 บัญชี แยกบัญชีเพลงส่วนตัวสำหรับแต่ละคนในครอบครัว

ข้อดี

ไม่มีโฆษณา
แสดงเนื้อเพลงได้
มีเพลงแนะนำทุกวัน ทั้งในรูปแบบของเพลย์ลิสต์ แทร็ก ศิลปิน และสถานีวิทยุ
ฟังวิทยุได้
ดูมิวสิกวิดีโอได้ และมีเพลย์ลิสต์สำหรับมิวสิกวิดีโอโดยเฉพาะ
ค้นหาเพลงด้วยเนื้อร้องได้
ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้
ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้
ใช้งานร่วมกับ Siri ได้ (iOS เท่านั้น)
ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกชิ้นของ Apple (iOS เท่านั้น)

#4
ยูทูบ มิวสิก
YouTube Music

4- Music App - YouTube Music

เพื่อน ๆ หลายคงเคยใช้ YouTube ใช่มั้ยคะ YouTube Music คือแอพใหม่จาก YouTube ที่จะเลือกเฉพาะเพลงและมิวสิกวิดีโอจาก Youtube มาให้เท่านั้น อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องจะโผล่มากวนใจคุณ 

YouTube Music มีความพิเศษกว่าตรงที่สามารถปิดหน้าจอขณะฟังเพลงได้ ไม่เหมือนกับ YouTube ปกติที่ทำไม่ได้ ปิดหน้าจอหรือเปิดแอพอื่นเมื่อไหร่ แอพ YouTube ก็จะหยุดเล่นไปเลย

ค่าบริการ

  • ทดลองฟรี 1 เดือน 
  • นักศึกษา เฉพาะ YouTube Music 65 บาทต่อเดือน / รวม YouTube Premium 95 บาทต่อเดือน
  • บุคคล เฉพาะ YouTube Music 129 บาทต่อเดือน / รวม YouTube Premium 159 บาทต่อเดือน
  • ครอบครัว เฉพาะ YouTube Music 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน / รวม YouTube Premium 239 บาทต่อเดือน

ข้อดี

เพลย์ลิตส์ทั้งเพลงไทย ต่างประเทศ และเพลง Exclusive เฉพาะที่ YouTube Music เท่านั้น
มีเพลงเยอะ ทุกแนว ทุกประเทศทั่วโลก เพลงคอฟเวอร์ เก่า ใหม่ หรือ ASMR เพราะดึงมาจาก YouTube
สลับระหว่างฟังเพลงหรือดูมิวสิกวิดีโอได้ง่าย ๆ ไม่มีสะดุด
ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้
มีระบบช่วยเลือกเพลงจากประวัติการฟังเพลงของคุณ
อัพเดตข่าวสารเพลงหรือศิลปินคนโปรด
ค้นหาเพลง อัลบั้ม บันทึกการแสดงสด ได้ด้วยเนื้อเพลงหรือบรรยายถึงเพลงแบบสั้น ๆ
ไม่มีโฆษณากวนใจ

#5
ไทดัล
Tidal

5- Music App - Tidal

Tidal อาจจะเป็นแอพสตรีมมิ่งเพลงที่ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยสักเท่าไร เพราะแทบไม่มีเพลงไทยเลย แต่หากว่าเพื่อน ๆ เป็นแฟนเพลงสากลคงรัก Tidal มาก ๆ แน่

ยิ่งไปกว่านั้น Tidal สร้างโดยกลุ่มนักดนตรีเพื่อดูแลกลุ่มนักดนตรีด้วยกันเอง โดยผู้ริเริ่มก็คือ Jay Z และเพื่อน ๆ จึงทำให้รายได้กลับคืนสู่นักดนตรีโดยตรง จึงเลือกทำให้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุด และยังทำเพลย์ลิสต์จากทีมผู้เชี่ยวชาญและหลงใหลในเสียงเพลงจริง ๆ เท่านั้นยังไม่พอเพราะบางครั้งศิลปินจะทำเพลงพิเศษให้ที่นี่ที่เดียวหรือทำเพลย์ลิสต์เองด้วย

ค่าบริการ

  • ทดลองฟรี 1 เดือน 

พรีเมี่ยม (คุณภาพเสียงไม่สูงมาก)

  • บุคคล 129 บาทต่อเดือน
  • ครอบครัว  194 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน

HiFi คุณภาพเสียงแบบจัดเต็ม ไม่บีบอัดไฟล์

  • บุคคล 258 บาทต่อเดือน
  • ครอบครัว 387 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน

ข้อดี

มีเพลงให้เลือกกว่า 60 ล้านเพลง รวมถึงสัมภาษณ์พิเศษและวิดีโออีกกว่า 250,000 คลิป
คุณภาพเพลงดีที่สุดแบบเต็มแมกซ์ เพราะไม่บีบอัดไฟล์
เพลย์ลิสต์พิเศษจากศิลปิน
ฟังเพลงแบบออฟไลน์ได้
มีการแสดงสดพิเศษ
เปิดตัวเพลงใหม่ศิลปินดังก่อนใคร
มีเพลง Exclusive เฉพาะสำหรับ Tidal

#6
ดีเซอร์
Deezer

6- Music App -deezer

Deezer คือบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ผู้ใช้จะมีหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวของคุณเอง เพื่อแสดงข้อมูลเพลงใหม่ ๆ หรือข่าวสารเกี่ยวกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ และยังให้คุณแชร์เพลงโปรดไปยังหน้าโปรไฟล์เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ด้วย แต่ฟังอย่างเดียวอาจไม่พอนะคะ เพราะแอพจะแสดงเนื้อเพลงไปด้วย ให้คุณได้รู้ความหมายของเพลงที่ฟังอยู่ หรือคุณจะร้องตามเหมือนเป็นคาราโอเกะก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

ความแตกต่างระหว่างฟรีและพรีเมี่ยม

ฟรี

  • มีโฆษณา
  • กดข้ามเพลงได้แค่ 6 ครั้งต่อเดือน
  • ฟังแบบออฟไลน์ได้

พรีเมี่ยม

  • ไม่มีโฆษณาให้รำคาญใจ
  • กดข้ามเพลงได้ไม่จำกัด
  • มีแผนพรีเมี่ยมพิเศษที่คุณภาพเสียงสูงกว่าแบบธรรมดาให้เลือก
  • ฟังแบบออฟไลน์ได้

ค่าบริการแบบพรีเมี่ยม

  • ทดลองฟรี 1 เดือน
  • บุคคล 129 บาทต่อเดือน 
  • ครอบครัว (Family) 129 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คน
  • บุคคลแบบ Deezer HiFi 258 บาทต่อเดือน ได้ฟังเสียงคุณภาพสูงสุด 

ข้อดี

มีหน้าโปรไฟล์ผู้ใช้ให้แชร์เพลงไปยังเพื่อน ๆ ได้
มีเพลงให้เลือกกว่า 56 ล้านเพลง ทั้งเพลงสากล อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และไทย
เพลย์ลิสต์จัดตามความนิยม ศิลปิน สไตล์เพลง หรืออารมณ์ต่าง ๆ
ปิดหน้าจอมือถือและฟังเพลงจากแอพ Deezer ได้
มีชาร์ตเพลง

#7
ฟังใจ
Fungjai

7- Music App - Fungjai

Fungjai คือแอพสตรีมมิ่งเพลงสัญชาติไทยแท้ ๆ และฟังได้ฟรี 100% สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนศิลปินไทยอินดี้ หากว่าเพื่อน ๆ ชอบเพลงนอกกระแส แอพ Fungjai ก็คงถูกใจมากแน่ ๆ

เพลย์ลิสต์ของ Fungjai มีให้เลือกหลายสไตล์มาก ทั้งตามอารมณ์ แนวเพลง ตามธีม หรือตามโอกาสต่าง ๆ เช่น ฟังสบาย 101 อยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร โรคระบาด แต่ละชื่อช่างโดนใจเหลือเกิน 

ค่าบริการ

  • ฟรี

ข้อดี

เพลงไทยทั้งหมด เน้นเพลงอินดี้ ไม่มีเพลงสากล
มีข่าวสารและกิจกรรมเกี่ยวกับเพลงอินดี้อยู่เสมอ ๆ
ปิดหน้าจอก็ยังฟังเพลงได้
ฟังเพลงแบบออฟไลน์ได้
ฟรี

อ่านจบแล้วก็อยากโหลดทุกแอพมาลองใช้เลยใช่มั้ยคะ ถ้าเลือกไม่ถูกจริง ๆ ลองโหลดมาใช้ทุกแอพเลยก็ได้ เพราะหลายแอพมีช่วงเวลาให้ลองใช้ฟรีอย่างต่ำ 1 เดือน ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ ดังนั้นเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์นะคะ จะได้ฟังเพลงอย่างแฮปปี้มีความสุขที่สุด!

หากถูกใจอย่าลืม กดแชร์!
Tags: , , , , , , , , , , , ,