7 แอพฟังเพลง (iOS/android) ไหนดีที่สุด ฟีเจอร์เยอะ ในปี 2020

ADVERTISEMENT

[สารบัญ] 7 แอพฟังเพลง (iOS/android) ไหนดีที่สุด ฟีเจอร์เยอะ ในปี 2020
    Add a header to begin generating the table of contents

    ใครบ้างเอ่ยที่ขาดเสียงเพลงไม่ได้เลย ยกมือขึ้นให้เห็นหน่อยเร็ว! ถ้าชีวิตนี้คุณขาดเสียงเพลงไม่ได้จริง ๆ Huapood.com ขอแนะนำแอพฟังเพลง บริการสตรีมมิ่งเพลงยอดฮิตทั้ง 7 แอพ ที่แต่ละแอพมีฟีเจอร์เด่น ๆ เพียบ ไม่ว่าคุณจะใช้ iOS หรือ android ก็พร้อมให้คุณโหลดมาใช้งาน! 

    ตารางเปรียบเทียบแอพฟังเพลง

    ตาราง Music App
    (คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

    #1
    สปอทิฟาย
    Spotify

    Spotify คือแอพสตรีมมิ่งเพลงระดับโลกที่ได้รับความนิยมมาก ๆ เพราะมีเพลงให้เลือกทั้งไทย เพลงต่างประเทศ และยังมีเพลงอินดี้อีกเล็กน้อย มาพร้อมระบบวิเคราะห์ช่วยเลือกเพลงชั้นเลิศ เพราะช่วยเลือกเพลงได้โดนใจผู้ใช้มามากมาย!

    ข้อดี

    ความแตกต่างระหว่างฟรีและพรีเมี่ยม 

    ฟรี

    • ฟังไม่ได้ทุกเพลง 
    • มีโฆษณา และมีค่อนข้างเยอะ
    • สุ่มเล่นเพลงให้ เลือกเองไม่ได้
    • กดข้ามเพลงได้ 6 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

    พรีเมี่ยม 

    • ไม่มีโฆษณา
    • กดข้ามเพลงที่ไม่ชอบได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดครั้ง 
    • ดาวน์โหลดเพลงฟังแบบออฟไลน์ได้
    • คุณภาพเสียงดีกว่า 

    ค่าบริการแบบพรีเมี่ยม

    • ทดลองฟรี 1 เดือน 
    • บุคคล 129 บาทต่อเดือน 
    • ครอบครัว (Family) 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คน มีเพลย์ลิสต์แบบครอบครัว แต่ผู้ปกครองจะเข้าไปดูได้ว่าคนในบ้านฟังเพลงอะไรบ้าง อาจไม่เป็นส่วนตัวมากเท่าไร  

    #2
    จุกซ์
    JOOX

    สายเพลงไทยต้องเลิฟ JOOX เพราะแอพนี้อัดแน่นไปด้วยเพลงไทย ทั้งไทยสากลและไทยลูกทุ่งเลยละค่ะ ยังไม่พอ ยังมีเพลงสากล ญี่ปุ่น เกาหลี เพลงไหนที่ว่าฮิต เพลงไหนที่ว่าดัง รวมอยู่ที่นี่แล้ว

    ข้อดี

    ความแตกต่างระหว่างฟรีและ VIP 

    ฟรี

    • ฟังเพลงได้จำกัด
    • อัพเดตเพลงใหม่ช้า ต้องรอสักระยะถึงจะฟังได้ โดยเฉพาะเพลงสากล 
    • มีโฆษณา
    • คุณภาพเสียงต่ำ 

    VIP 

    • ฟังได้ทุกเพลง ไม่จำกัด กว่า 5 ล้านเพลง
    • ฟังเพลงใหม่ ๆ ได้ทันทีไม่ต้องรอ
    • ไม่มีโฆษณา 
    • ดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ 
    • คุณภาพดีกว่า ระดับ HI-FI

    ค่าบริการแบบ VIP

    • แชร์เพลงจากแอพ JOOX ไปยังโซเชียลมีเดียเพื่อรับสิทธิ์ VIP แบบ 1 วัน 
    • บุคคล 99 บาทต่อเดือน 
    • ครอบครัว (Family) 139 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 3 คน

    #3
    แอปเปิ้ล มิวสิก
    Apple Music

    Apple Music คือบริการสตรีมมิ่งเพลงจาก Apple ซึ่งไม่ว่าเพื่อน ๆ จะใช้ iPhone หรือมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ก็สามารถใช้บริการได้นะคะ ไม่ได้จำกัดว่าต้องใช้ระบบ iOS เท่านั้น 

    Apple Music มีจุดเด่นที่จำนวนเพลงกว่า 60 ล้านเพลง มีหลายแนวเพลง ทั้งเพลงสากลทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ที่สำคัญเลยคือเพลงไทยเยอะมากกกกกกก โดยเฉพาะเพลงยุค 80 และ 90 ใครที่เรียกตัวว่าวันรุ่นยุค 90 ต้องรัก Apple Music แน่นอน!

    ข้อดี

    ค่าบริการ 

    • ทดลองฟรี 3 เดือน  
    • นักศึกษา 69 บาทต่อเดือน
    • บุคคล 129 บาทต่อเดือน
    • ครอบครัว 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คนต่อ 1 บัญชี แยกบัญชีเพลงส่วนตัวสำหรับแต่ละคนในครอบครัว

    #4
    ยูทูบ มิวสิก
    YouTube Music

    เพื่อน ๆ หลายคงเคยใช้ YouTube ใช่มั้ยคะ YouTube Music คือแอพใหม่จาก YouTube ที่จะเลือกเฉพาะเพลงและมิวสิกวิดีโอจาก Youtube มาให้เท่านั้น อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องจะโผล่มากวนใจคุณ 

    YouTube Music มีความพิเศษกว่าตรงที่สามารถปิดหน้าจอขณะฟังเพลงได้ ไม่เหมือนกับ YouTube ปกติที่ทำไม่ได้ ปิดหน้าจอหรือเปิดแอพอื่นเมื่อไหร่ แอพ YouTube ก็จะหยุดเล่นไปเลย

    ข้อดี

    ค่าบริการ

    • ทดลองฟรี 1 เดือน 
    • นักศึกษา เฉพาะ YouTube Music 65 บาทต่อเดือน / รวม YouTube Premium 95 บาทต่อเดือน
    • บุคคล เฉพาะ YouTube Music 129 บาทต่อเดือน / รวม YouTube Premium 159 บาทต่อเดือน
    • ครอบครัว เฉพาะ YouTube Music 199 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน / รวม YouTube Premium 239 บาทต่อเดือน

    #5
    ไทดัล
    Tidal

    Tidal อาจจะเป็นแอพสตรีมมิ่งเพลงที่ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยสักเท่าไร เพราะแทบไม่มีเพลงไทยเลย แต่หากว่าเพื่อน ๆ เป็นแฟนเพลงสากลคงรัก Tidal มาก ๆ แน่

    ยิ่งไปกว่านั้น Tidal สร้างโดยกลุ่มนักดนตรีเพื่อดูแลกลุ่มนักดนตรีด้วยกันเอง โดยผู้ริเริ่มก็คือ Jay Z และเพื่อน ๆ จึงทำให้รายได้กลับคืนสู่นักดนตรีโดยตรง จึงเลือกทำให้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุด และยังทำเพลย์ลิสต์จากทีมผู้เชี่ยวชาญและหลงใหลในเสียงเพลงจริง ๆ เท่านั้นยังไม่พอเพราะบางครั้งศิลปินจะทำเพลงพิเศษให้ที่นี่ที่เดียวหรือทำเพลย์ลิสต์เองด้วย

    ข้อดี

    ค่าบริการ

    • ทดลองฟรี 1 เดือน 

    พรีเมี่ยม (คุณภาพเสียงไม่สูงมาก)

    • บุคคล 129 บาทต่อเดือน
    • ครอบครัว  194 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน

    HiFi คุณภาพเสียงแบบจัดเต็ม ไม่บีบอัดไฟล์

    • บุคคล 258 บาทต่อเดือน
    • ครอบครัว 387 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 5 คน

    #6
    ดีเซอร์
    Deezer

    Deezer คือบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ผู้ใช้จะมีหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวของคุณเอง เพื่อแสดงข้อมูลเพลงใหม่ ๆ หรือข่าวสารเกี่ยวกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ และยังให้คุณแชร์เพลงโปรดไปยังหน้าโปรไฟล์เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ด้วย แต่ฟังอย่างเดียวอาจไม่พอนะคะ เพราะแอพจะแสดงเนื้อเพลงไปด้วย ให้คุณได้รู้ความหมายของเพลงที่ฟังอยู่ หรือคุณจะร้องตามเหมือนเป็นคาราโอเกะก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

    ข้อดี

    ความแตกต่างระหว่างฟรีและพรีเมี่ยม

    ฟรี

    • มีโฆษณา
    • กดข้ามเพลงได้แค่ 6 ครั้งต่อเดือน
    • ฟังแบบออฟไลน์ได้

    พรีเมี่ยม

    • ไม่มีโฆษณาให้รำคาญใจ
    • กดข้ามเพลงได้ไม่จำกัด
    • มีแผนพรีเมี่ยมพิเศษที่คุณภาพเสียงสูงกว่าแบบธรรมดาให้เลือก
    • ฟังแบบออฟไลน์ได้

    ค่าบริการแบบพรีเมี่ยม

    • ทดลองฟรี 1 เดือน
    • บุคคล 129 บาทต่อเดือน 
    • ครอบครัว (Family) 129 บาทต่อเดือน ใช้ได้ 6 คน
    • บุคคลแบบ Deezer HiFi 258 บาทต่อเดือน ได้ฟังเสียงคุณภาพสูงสุด 

    #7
    ฟังใจ
    Fungjai

    Fungjai คือแอพสตรีมมิ่งเพลงสัญชาติไทยแท้ ๆ และฟังได้ฟรี 100% สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนศิลปินไทยอินดี้ หากว่าเพื่อน ๆ ชอบเพลงนอกกระแส แอพ Fungjai ก็คงถูกใจมากแน่ ๆ

    เพลย์ลิสต์ของ Fungjai มีให้เลือกหลายสไตล์มาก ทั้งตามอารมณ์ แนวเพลง ตามธีม หรือตามโอกาสต่าง ๆ เช่น ฟังสบาย 101 อยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร โรคระบาด แต่ละชื่อช่างโดนใจเหลือเกิน 

    ข้อดี

    ค่าบริการ

    • ฟรี

    อ่านจบแล้วก็อยากโหลดทุกแอพมาลองใช้เลยใช่มั้ยคะ ถ้าเลือกไม่ถูกจริง ๆ ลองโหลดมาใช้ทุกแอพเลยก็ได้ เพราะหลายแอพมีช่วงเวลาให้ลองใช้ฟรีอย่างต่ำ 1 เดือน ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ ดังนั้นเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์นะคะ จะได้ฟังเพลงอย่างแฮปปี้มีความสุขที่สุด!

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    ติดตามรับบทความน่าสนใจ​

    ADVERTISEMENT

    คุณอาจชอบ..

    Scroll to Top